• สรุปข่าวราคาทองคำ ประจำวันที่ 13 พฤศจิกายน 2568

    13 พฤศจิกายน 2568 | Gold News

 

สรุปตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ

-

ข่าวเกี่ยวกับทองคำ

  • สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 2% ทะลุระดับ 4,200 ดอลลาร์ในวันพุธ โดยได้แรงหนุนจากการร่วงลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ รวมทั้งความหวังที่ว่าหน่วยงานของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ จะกลับมาเปิดทำการอีกครั้ง ซึ่งจะทำให้มีการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญ ก่อนการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในเดือนธ.ค. โดยขณะนี้นักลงทุนยังคงคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้
  • ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 97.3 ดอลลาร์ หรือ 2.36% ปิดที่ 4,213.60 ดอลลาร์/ออนซ์
  • ราคาทองคำตลาดโลก ปิดปรับตัวขึ้น 65.0 เหรียญ หรือ 1.57% ที่ระดับ 4,195.0 เหรียญ 
  • ด้านราคาซิลเวอร์ก็ปรับพุ่ง 4.6% แตะ 53.58 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เนื่องจากความกังวลเรื่องปริมาณอุปทานต่ำ และมีแรงซื้อหนุนจากทองคำด้วย
  • กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าซื้อเข้า 0.28 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 1,046.64 ตันภาพรวมเดือนพฤศจิกายน ซื้อสุทธิ 6.29 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ซื้อสุทธิ 173.26 ตัน
  • โดยภาพรวมตลาดทองคำยังคงได้แรงหนุนจากความคาดหวัง สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ จะลงมติงบประมาณชั่วคราวในช่วงเช้าวันนี้ หากผ่านจะยุติภาวะชัตดาวน์รัฐบาลสหรัฐฯ ที่ยาวนานที่สุด 43 วัน
  • ด้านธนาคาร ANZ ระบุในรายงานว่า ราคาทองคำได้ทะลุผ่านแนวต้านที่ระดับ 4,050 ดอลลาร์/ออนซ์ ทำให้มีแนวต้านถัดไปที่ระดับ 4,160-4,170 ดอลลาร์/ออนซ์ ซึ่งหากราคาทองทะลุผ่านช่วงนี้ได้ ก็จะมีโอกาสพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 4,381 ดอลลาร์/ออนซ์

 

ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง

  • ดัชนีดอลลาร์ ปรับตัวขึ้น 0.06 จุด หรือ 0.06% มาอยู่ที่ระดับ 99.51 จุด
  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้น 0.01 % มาอยู่ที่ระดับ 4.088% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวขึ้น 0.02 % มาอยู่ที่ระดับ 3.574% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ0.51%
  • ความเคลื่อนไหวครั้งต่อไปของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ในการประชุมเดือนธันวาคมยังคงเป็นประเด็นที่ยังไม่แน่นอน  เนื่องจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของ Fed เองมีความเห็นแตกต่างกันอย่างชัดเจนว่าจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยหรือไม่
  • ราฟาเอล บอสทิค ประธานเฟดสาขาแอตแลนตา เสนอให้คงอัตราดอกเบี้ยไว้ มองว่าอัตราเงินเฟ้อยังสูงกว่าเป้าหมาย 2% มาเกือบ 5 ปี และเขาคาดการณ์ว่าแรงกดดันนี้จะยังไม่คลี่คลาย จนกว่าจะถึงช่วงปลายปี 2569 อีกทั้งธุรกิจยังส่งสัญญาณเตรียมขึ้นราคา ซึ่งตอกย้ำความกังวลต่อภาวะเงินเฟ้อที่ฝังลึก
  • ในทางตรงกันข้าม สตีเฟน มิแรน ผู้ว่าการเฟด เห็นว่าอัตราดอกเบี้ยปัจจุบันสูงเกินไป ควรถูกปรับลดลงอย่างรวดเร็ว และเขามองว่าเงินเฟ้อกำลังชะลอ โดยเฉพาะจากราคาที่อยู่อาศัยที่เริ่มลดแรงกดดันใน CPI พร้อมเตือนว่านโยบายดอกเบี้ยที่ตึงตัวเกินไปอาจเริ่มกระทบตลาดแรงงานแทน
  • ทั้งนี้ผลสำรวจของรอยเตอร์กลับแสดงให้เห็นถึง ความมั่นใจที่เพิ่มขึ้น โดยนักเศรษฐศาสตร์ถึง 80% คาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะลดอัตราดอกเบี้ยหลักลงอีก 25 จุดพื้นฐานในเดือนหน้า เพื่อช่วยประคองตลาดแรงงานที่กำลังอ่อนแอ

 

ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจ

  • ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ติดต่อกันวันที่ 2 ในวันพุธ (12 พ.ย.) ขานรับความหวังที่ว่าการปิดหน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐฯ หรือชัตดาวน์ จะสิ้นสุดลง อย่างไรก็ดี ดัชนี Nasdaq ยังคงปิดในแดนลบ เนื่องจากนักลงทุนเดินหน้าเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี
  • ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 48,254.82 จุด เพิ่มขึ้น 326.86 จุด หรือ +0.68%
  • ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,850.92 จุด เพิ่มขึ้น 4.31 จุด หรือ +0.06% 
  • ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 23,406.46 จุด ลดลง 61.84 จุด หรือ -0.26%
  • หุ้น 6 ใน 11 กลุ่มในดัชนี S&P500 ปิดในแดนบวก นำโดยหุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์พุ่งขึ้น 1.36% ตามด้วยหุ้นกลุ่มการเงินปรับตัวขึ้น 0.9% ส่วนหุ้นกลุ่มพลังงานและกลุ่มบริการด้านการสื่อสาร ร่วงลง 1.42% และ 1.18% ตามลำดับ
  • นักลงทุนจับตารายงานผลประกอบการของบริษัท Nvidia ในสัปดาห์หน้า เพื่อประเมินว่าธุรกิจ AI ยังคงมีแนวโน้มที่แข็งแกร่งหรือไม่ นอกจากนี้ นักลงทุนยังติดตามความเคลื่อนไหวของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) หลังมีรายงานว่า ราฟาเอล บอสติก ประธานเฟดสาขาแอตแลนตา ประกาศว่าจะลาออกจากตำแหน่งเมื่อครบวาระในเดือนก.พ.ปีหน้า ท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับกรณีที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ พยายามเข้ามามีอิทธิพลในองค์กรเฟดมากขึ้น
  • ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์กังวลว่าชัตดาวน์จะทำให้ ข้อมูลสำคัญเดือนตุลาคมหายไป โดยเฉพาะ CPI และอัตราการว่างงาน เพราะข้อมูลฝั่งครัวเรือนและราคาสินค้า จะทำย้อนหลังแทบไม่ได้ ทำให้ไม่สามารถวัดภาวะเงินเฟ้อและแรงงานในเดือนนั้นได้อย่างแม่นยำ หาก BLS ต้องรวมข้อมูลตุลาคม-พฤศจิกายนมาเผยแพร่พร้อมกัน จะทำให้ การวิเคราะห์เศรษฐกิจเพี้ยนและเฟดจะตัดสินใจเชิงนโยบายยากขึ้น

 

ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน

  • สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 4% ในวันพุธ (12 พ.ย.) หลังจากกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ออกรายงานคาดการณ์ว่าจะเกิดภาวะอุปทานน้ำมันล้นตลาดเล็กน้อยในปี 2569 ซึ่งสวนทางกับที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ว่าอุปทานน้ำมันในตลาดโลกจะเผชิญภาวะตึงตัว
  • ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 2.55 ดอลลาร์ หรือ 4.18% ปิดที่ 58.49 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนม.ค. ลดลง 2.45 ดอลลาร์ หรือ 3.76% ปิดที่ 62.71 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • โอเปกเปิดเผยรายงานประจำเดือนในวันพุธ โดยคาดการณ์ว่าจะเกิดภาวะอุปทานน้ำมันล้นตลาดเล็กน้อยในปี 2569 หลังจากกลุ่มโอเปกพลัสเพิ่มกำลังการผลิต รวมทั้งอุปทานที่เพิ่มขึ้นจากประเทศผู้ผลิตน้ำมันนอกกลุ่มโอเปก โดยรายงานดังกล่าวบ่งชี้ว่าโอเปกเปลี่ยนมุมมองจากเดิมที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ว่าอุปทานน้ำมันในตลาดโลกจะเผชิญภาวะตึงตัวในปี 2569

 

ข่าวเกี่ยวกับการเมือง

  • สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ เตรียมลงมติร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราวในวันพุธตามเวลาสหรัฐฯ หรือตรงกับช่วงเช้าของวันนี้ (13 พ.ย.) ตามเวลาไทย เพื่อยุติการชัตดาวน์หน่วยงานของรัฐบาลที่ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ของสหรัฐฯ โดยหากสภาผู้แทนราษฎรลงมติอนุมัติร่างกฎหมายดังกล่าว ก็จะส่งต่อไปยังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อลงนามบังคับใช้เป็นกฎหมาย หากเป็นไปตามที่หลายฝ่ายคาดไว้ จะส่งผลให้ยุติภาวะชัตดาวน์

 

ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท

  • ค่าเงินบาทเช้านี้ เปิดตลาดแข็งค่าขึ้นแตะ 32.36 บาทต่อดอลลาร์ จากปิดวันก่อนหน้า 32.50 บาทต่อดอลลาร์ ด้าน นักวิเคราะห์ Krungthai GLOBAL MARKETS คาดเงินบาทยังเคลื่อนไหวในกรอบ Sideways กรอบ 32.50 -32.30  บาทต่อดอลลาร์ นักลงทุนยังระมัดระวังการปรับสถานะรอดูผลโหวตงบประมาณสหรัฐฯ ซึ่งอาจยุติชัตดาวน์วันนี้

 

 

ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest

Tags : ข่าวทองข่าวทอง ทอง ราคาทอง

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com