• สรุปข่าวราคาทองคำ ประจำวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568

    11 พฤศจิกายน 2568 | Gold News

 

สรุปตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ

-

ข่าวเกี่ยวกับทองคำ

  • สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 100 ดอลลาร์ในวันจันทร์ (10 พ.ย.) โดยได้ปัจจัยหนุนจากคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธ.ค. หลังมีการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอ ซึ่งรวมถึงข้อมูลการจ้างงาน
  • ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 112.2 ดอลลาร์ หรือ 2.80% ปิดที่ 4,122.00 ดอลลาร์/ออนซ์
  • ราคาทองคำตลาดโลก ปรับตัวขึ้น 110.0 เหรียญ หรือ 2.75% ที่ระดับ 4,115.0 เหรียญ
  • กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าไม่เปลี่ยนแปลง ปัจจุบันถือครองที่ 1,042.06 ตันภาพรวมเดือนพฤศจิกายน ซื้อสุทธิ 1.71 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ซื้อสุทธิ 168.68 ตัน
  • ราคาทองคำพุ่งแรงกว่า 2% ทะลุ $4,100 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 2 สัปดาห์. การพุ่งขึ้นนี้มีสาเหตุหลักมาจากความหวังเรื่องการใช้จ่ายและลดหย่อนภาษีของรัฐบาล (Fiscal Stimulus) เช่น แนวคิดการแจกเงิน $2,000 ต่อคน จากภาษีศุลกากร ถือเป็นการกระตุ้นทางการคลังครั้งใหญ่นอกจากนี้ การเสนอให้ยุติภาวะ Government Shutdown ก็หนุนราคาทอง เนื่องจากจะนำไปสู่การเผยแพร่ข้อมูลเศรษฐกิจ และเพิ่ม โอกาสที่เฟด จะพิจารณาลดอัตราดอกเบี้ย นักวิเคราะห์จึงมองว่าทองคำกลับมาเป็นทางเลือกสำคัญในการป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้นและความไม่แน่นอนของนโยบาย.
  • นักวิเคราะห์จากบริษัท Zaner Metals กล่าวว่า ข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการเปิดเผยเมื่อสัปดาห์ที่แล้วทำให้นักลงทุนมีมุมมองบวกมากขึ้นว่า เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธ.ค. พร้อมกับให้กรอบเป้าหมายราคาทองคำในช่วงสิ้นปีนี้ที่ระดับ 4,200 – 4,300 ดอลลาร์/ออนซ์ และคาดว่าราคาทองมีโอกาสพุ่งขึ้นแตะระดับ 5,000 ดอลลาร์/ออนซ์ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2569

 

ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง

  • ดัชนีดอลลาร์ ปรับตัวขึ้น 0.09 จุด หรือ 0.09% มาอยู่ที่ระดับ 99.72 จุด
  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี  ปรับตัวลดลง -0.01 % มาอยู่ที่ระดับ 4.12% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวขึ้น 0.0 % มาอยู่ที่ระดับ 3.595% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ0.53%
  • นักวิเคราะห์ประเมินว่าเมื่อรัฐบาลกลับมาเปิดทำการ ข้อมูลจ้างงานเดือนกันยายนจะเป็นสัญญาณแรกที่จะชี้ว่า ตลาดแรงงานสหรัฐฯ อ่อนตัวหรือเสี่ยงถดถอย ตลาดคาดว่าข้อมูลเหล่านี้อาจกดดันให้ Fed ลดดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม โดยนักลงทุนประเมินโอกาสลดดอกเบี้ยสูงถึงเกือบ 60% แม้เจ้าหน้าที่ Fed หลายคนเคยระบุว่าจะหยุดชะงักการลดดอกเบี้ยไว้ก่อน



ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจ

  • ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นในวันจันทร์ (10 พ.ย.) โดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) พุ่งขึ้นนำตลาด ขานรับความหวังที่ว่าการปิดหน่วยงานของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ หรือชัตดาวน์ ใกล้จะยุติลง
  • ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 47,368.63 จุด เพิ่มขึ้น 381.53 จุด หรือ +0.81%,
  • ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,832.43 จุด เพิ่มขึ้น 103.63 จุด หรือ +1.54% และ
  • ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 23,527.17 จุด เพิ่มขึ้น 522.64 จุด หรือ +2.27%
  • ตลาดหุ้นนิวยอร์กดีดตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง หลังจากร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราวของสหรัฐฯ มีความคืบหน้าครั้งสำคัญ และอาจทำให้การชัตดาวน์หน่วยงานของรัฐบาลยุติลง หลังจากสมาชิกพรรคเดโมแครตได้ลงคะแนนในเบื้องต้นสนับสนุนข้อตกลงเพื่อยุติการชัตดาวน์ที่ยืดเยื้อยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ
  • ทั้งนี้ วุฒิสภาสหรัฐฯ มีกำหนดจัดการประชุมต่อในวันนี้ เพื่อพิจารณาร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราวและอาจมีการลงมติขั้นสุดท้าย โดยหากวุฒิสภาอนุมัติร่างกฎหมายดังกล่าว ก็จะส่งต่อให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาเป็นลำดับต่อไป และหากได้รับความเห็นชอบ ก็จะส่งไปยังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อลงนามบังคับใช้เป็นกฎหมาย โดยคาดว่าจะผ่านขั้นตอนสุดท้ายสัปดาห์นี้ หน่วยงานรัฐจะกลับมาเปิดทำการ
  • ดัชนี CBOE Volatility Index (VIX) ซึ่งเป็นมาตรวัดความวิตกของนักลงทุนในตลาดหุ้นนิวยอร์ก ร่วงลง 7.76% แตะที่ระดับ 17.60 หลังจากนักลงทุนเริ่มคลายความกังวลเกี่ยวกับการปิดหน่วยงานของรัฐบาล
  • ด้านตลาดคริปโต Bitcoin พุ่งกว่า 1% ทะลุ $105,000 หลังแตะต่ำสุดรอบ 6 เดือนใกล้ $100,000 สัปดาห์ก่อน นักกลยุทธ์มองว่า การใช้จ่ายภาครัฐของสหรัฐฯ หลังกลับมาเปิดประเทศช่วยเพิ่มสภาพคล่องหนุนตลาดคริปโต

 

ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน

  • สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันจันทร์ (10 พ.ย.) โดยได้แรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่า อุปทานเชื้อเพลิงอาจเผชิญภาวะตึงตัว อันเนื่องมาจากการที่สหรัฐฯ คว่ำบาตรบริษัทน้ำมันของรัสเซีย และจากการที่ยูเครนใช้โดรนโจมตีโรงกลั่นน้ำมันในรัสเซีย
  • ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 38 เซนต์ หรือ 0.64% ปิดที่ 60.13 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนม.ค. เพิ่มขึ้น 43 เซนต์ หรือ 0.68% ปิดที่ 64.06 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • สัญญาน้ำมันเชื้อเพลิงของสหรัฐฯ พุ่งขึ้น โดยสัญญาน้ำมันเบนซินพุ่งขึ้นกว่า 1% และสัญญาน้ำมันดีเซลดีดตัวขึ้นราว 1% โดยได้แรงหนุนจากปัญหาที่เกิดขึ้นกับโรงกลั่นน้ำมันหลายแห่งในสหรัฐฯ ซึ่งรวมถึงในเขตเกรทเลคส์ และเวสต์โคสต์ 

 

ข่าวเกี่ยวกับการเมือง

  • สหรัฐฯ ใกล้บรรลุข้อตกลงการค้ากับอินเดีย หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เผยว่าอาจ ลดภาษีนำเข้าสินค้าจากอินเดียในบางจุดความคืบหน้านี้เกิดขึ้นหลัง อินเดียจะหยุดซื้อ น้ำมันรัสเซีย และสัญญาจะยุติข้อพิพาทการค้า ซึ่งก่อนหน้านี้สหรัฐฯ เคยขึ้นภาษีสินค้าอินเดียหลายรายการสูงถึง 50% 
  • รวมถึงสหรัฐฯ ใกล้บรรลุข้อตกลงกับสวิตเซอร์แลนด์ ลดภาษีนำเข้าจาก 39% เหลือ 15% การเจรจาดำเนินไปอย่างราบรื่น หลังนักการทูตสวิตเซอร์แลนด์เข้าพบประธานาธิบดีทรัมป์ และมีการให้ของขวัญเชิงสัญลักษณ์ เช่น นาฬิกา และแท่งทองคำสลักชื่อ อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงยังไม่เป็นทางการและอาจมีการปรับเปลี่ยนจนกว่าจะสรุปขั้นสุดท้าย

 

ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท

  • ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย โดยเปิดที่ระดับ 32.34 บาทต่อดอลลาร์ จากราคาปิดตลาดเมื่อวานที่ระดับ 32.38 บาทต่อดอลลาร์. ธนาคารทหารไทยธนชาต ประเมินกรอบ 32.30 – 32.50 บาทต่อดอลลาร์

 

 

ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest

Tags : ข่าวทองข่าวทอง ทอง ราคาทอง

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com