• สรุปข่าวราคาทองคำ ประจำวันที่ 07 พฤศจิกายน 2568

    7 พฤศจิกายน 2568 | Gold News

 

สรุปตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ

-

ข่าวเกี่ยวกับทองคำ

  • สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดขยับลงเล็กน้อยในวันพฤหัสบดี (6 พ.ย.) หลังจากดีดตัวขึ้นเหนือระดับ 4,000 ดอลลาร์ในระหว่างวัน ขณะที่นักวิเคราะห์มองว่าราคาทองยังคงมีแนวโน้มที่แข็งแกร่ง โดยได้ปัจจัยหนุนจากแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย
  • ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 1.9 ดอลลาร์ หรือ 0.05% ปิดที่ 3,991.00 ดอลลาร์/ออนซ์
  • ราคาทองคำตลาดโลก ปิดปรับตัวขึ้น 9.0 เหรียญ หรือ 0.23% ที่ระดับ 3,977.0 เหรียญ ขณะที่เช้านี้ขยับขึ้นมาใกล้ระดับ 4,000 เหรียญ
  • กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าซื้อเข้า 1.72 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 1,040.35 ตัน ภาพรวมเดือนพฤศจิกายน ซื้อสุทธิ 0 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ซื้อสุทธิ 166.97 ตัน
  • ปีเตอร์ แกรนท์ นักวิเคราะห์ Zaner Metals กล่าวว่า การที่หน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐฯ ถูกชัตดาวนเป็นเวลานาน รวมทั้งความไม่แน่นอนของมาตรการภาษีศุลกากร จะเป็นปัจจัยหนุนแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย พร้อมกับคาดการณ์ว่าราคาทองคำจะทำผลงานได้ดีในช่วงสิ้นปีนี้ โดยให้กรอบเป้าหมายราคาทองคำในช่วงสิ้นปีไว้ที่ 4,300 – 4,400 ดอลลาร์/ออนซ์
  • นักกลยุทธ์ด้านสินค้าโภคภัณฑ์ของ ING คาดการณ์ว่าราคาทองคำจะฟื้นตัวและแตะ $4,100/ออนซ์ ในไตรมาสแรกของปี 2569 แม้ราคายังไม่สามารถรักษาระดับสูงได้ แต่แรงหนุนหลักยังมาจาก ความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย การซื้อของธนาคารกลาง และการเข้าซื้อ ETF นักวิเคราะห์เชื่อว่า Fed จะถูกบีบให้ลดดอกเบี้ย ซึ่งจะหนุนให้การลงทุนในทองคำกลับมาคึกคักอีกครั้ง

 

ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง

  • ดัชนีดอลลาร์ ปรับตัวลดลง -0.49 จุด หรือ -0.49% มาอยู่ที่ระดับ 99.69 จุด
  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี  ปรับตัวลดลง -0.06 % มาอยู่ที่ระดับ 4.097% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวลดลง -0.06 % มาอยู่ที่ระดับ 3.566% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ0.53%
  • ธนาคารกลางอังกฤษมี (BOE) มติ 5 ต่อ 4 เสียงให้คงอัตราดอกเบี้ยที่ 4% แม้อัตราเงินเฟ้อยังสูง แต่สัญญาณจากผู้ว่าการแอนดรูว์ เบลีย์บ่งชี้ว่าอาจเริ่มพิจารณาลดดอกเบี้ยได้เร็วที่สุดในเดือนธันวาคม เมื่อรัฐบาลประกาศงบประมาณ.
  • อัลแบร์โต มูซาเล็ม ประธานเฟดสาขาเซนต์หลุยส์ ระบุว่าการปรับลดดอกเบี้ยล่าสุดเป็นการตัดสินใจที่เหมาะสมเพื่อพยุงตลาดแรงงาน แต่ย้ำต้องระมัดระวังในการรับมือเงินเฟ้อ พร้อมชี้ว่านโยบายการเงินของเฟด ณ ขนาดนี้กำลังเข้าใกล้ภาวะสมดุลมากขึ้น.
  • เบธ แฮมแมค ประธานเฟดสาขาคลีฟแลนด์ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่จำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม แม้อัตราเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูง เธอกล่าวว่าควรรักษานโยบายการเงินให้ตึงเล็กน้อยเพื่อควบคุมเงินเฟ้อควบคู่กับการดูแลตลาดแรงงานที่เริ่มชะลอตัว.
  • ออสตัน กูลส์บี ประธานเฟดชิคาโก แสดงความกังวล เกี่ยวกับการปรับลดดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่อง ความกังวลหลักมาจาก การขาดหายไปของข้อมูลเงินเฟ้อที่สำคัญ ทำให้เขาลังเลที่จะสนับสนุนการลดอัตราดอกเบี้ยต่อไปในสถานการณ์ปัจจุบัน
  • นักวิเคราะห์ จาก UBS มองว่าหากตลาดแรงงานยังคงอ่อนแอ เฟดอาจต้องลดดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งภายในต้นปี 2026 พร้อมแนะนำให้นักลงทุนถือครองตราสารหนี้คุณภาพดี  ซึ่งเป็นทางเลือกที่น่าสนใจในช่วงภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว.

 

ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจ

  • ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงในวันพฤหัสบดี (6 พ.ย.) เนื่องจากนักลงทุนกลับมาเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี โดยเฉพาะอย่างยิ่งหุ้นในธุรกิจปัญญาประดิษฐ์ (AI) ท่ามกลางความวิตกกังวลว่าหุ้นดังกล่าวมีมูลค่าที่สูงเกินจริงและอาจเผชิญกับภาวะฟองสบู่ นอกจากนี้ นักลงทุนยังวิตกกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจสหรัฐฯ
  • ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 46,912.30 จุด ลดลง 398.70 จุด หรือ -0.84%,
  • ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,720.32 จุด ลดลง 75.97 จุด หรือ -1.12% และ
  • ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 23,053.99 จุด ลดลง 445.80 จุด หรือ -1.90%
  • รัฐบาลสหรัฐฯ ชัตดาวน์ต่อเนื่องเป็นวันที่ 37 ทำให้นักลงทุนขาดข้อมูลเศรษฐกิจและต้องพึ่งข้อมูลเอกชน รายงานจาก Challenger, Gray ระบุว่า การเลิกจ้างในภาคเอกชนเดือนตุลาคมพุ่ง 183% รวม 153,074 ตำแหน่ง สะท้อนการปรับโครงสร้างแรงงานท่ามกลางการเติบโตของ AI.

  • นักวิเคราะห์จากบริษัท กล่าวว่า ตัวเลขการปลดพนักงานที่เปิดเผยโดย Challenger, Gray ถือเป็นข้อมูลที่น่าผิดหวัง และทำให้เกิดความกังวลว่าตลาดแรงงานกำลังอ่อนแอลงอย่างรวดเร็ว และรุนแรงกว่าที่เฟดเคยระบุไว้
  • หลังจากศาลฎีกาสหรัฐฯ แสดงความกังขาต่อความชอบธรรมของภาษีศุลกากรที่ทรัมป์ใช้ตามกฎหมาย IEEPA ซึ่งอาจนำไปสู่การยกเลิกมาตรการภาษีสำคัญและสร้างความไม่แน่นอนต่อภาคธุรกิจทั่วโลก นักวิเคราะห์มองว่าทรัมป์ยังมีช่องทางทางกฎหมายอื่นใช้แทนได้ แม้มีข้อจำกัด

 

ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน

  • สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลดลงติดต่อกันเป็นวันที่ สู่ระดับต่ำกว่า 60 ดอลลาร์ในวันพฤหัสบดี (6 พ.ย.) เนื่องจากนักลงทุนยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานน้ำมันล้นตลาด รวมทั้งอุปสงค์ที่อ่อนแอลงในสหรัฐฯ ซึ่งเป็นประเทศที่ใช้น้ำมันมากที่สุดในโลก
  • ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 17 เซนต์ หรือ 0.29% ปิดที่ 59.43 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนม.ค. ลดลง 14 เซนต์ หรือ 0.22% ปิดที่ 63.38 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • อุปสงค์ที่อ่อนแอยังเป็นปัจจัยฉุดราคาน้ำมันเช่นกัน โดยธนาคาร JPMorgan ระบุว่า นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันที่ 4 พ.ย. อุปสงค์น้ำมันในตลาดโลกเพิ่มขึ้นเพียง 850,000 บาร์เรลต่อวัน ซึ่งต่ำกว่าระดับ 900,000 บาร์เรลต่อวันที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ นอกจากนี้ JPMorgan ระบุว่า ปริมาณการใช้น้ำมันในสหรัฐฯ ยังคงซบเซา เนื่องจากกิจกรรมการเดินทางและการขนส่งสินค้าทางทะเลที่ชะลอตัวลง

 

ข่าวเกี่ยวกับการเมือง

  • ญี่ปุ่นเตรียมพิจารณาความร่วมมือกับสหรัฐฯ ในการพัฒนาแหล่งแร่หายากบริเวณเกาะมินามิโทริ กลางมหาสมุทรแปซิฟิก เพื่อกระจายห่วงโซ่อุปทานแร่สำคัญ โดยระบุว่าทรัพยากรดังกล่าวมีความสำคัญต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ.
  • ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เผยว่าอาจเดินทางเยือนอินเดียในปีหน้า ตามคำเชิญของนายกรัฐมนตรี นเรนทรา โมดี การเยือนนี้เป็นสัญญาณถึงความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นขึ้นระหว่างสองประเทศ ท่ามกลางการตั้งคำถามเรื่อง กลยุทธ์พลังงาน และ ภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะประเด็นการ ลดการนำเข้าน้ำมันจากรัสเซีย 

 

ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท

  • ค่าเงินบาทเปิดตลาดที่ 32.40 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าลงเล็กน้อยจากระดับปิดก่อนหน้า 32.37 บาทต่อดอลลาร์ โดยคาดว่าค่าเงินบาทวันนี้จะเคลื่อนไหวในกรอบ 32.30–32.55 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่ตลาดรอติดตามถ้อยแถลงเจ้าหน้าที่เฟดและรายงานเงินเฟ้อคาดการณ์เดือนพฤศจิกายน โดยนักกลยุทธ์จาก Krungthai GLOBAL MARKETS มองว่าเงินบาทเริ่มมีโอกาสทยอยแข็งค่าขึ้นได้ในระยะถัดไป.

 

 

ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest

Tags : ข่าวทองข่าวทอง ทอง ราคาทอง

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com