• สรุปข่าวราคาทองคำ ประจำวันที่ 05 พฤศจิกายน 2568

    5 พฤศจิกายน 2568 | Gold News

 

สรุปตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ

-

ข่าวเกี่ยวกับทองคำ

  • สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 1% ในวันอังคาร เนื่องจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์เป็นปัจจัยกดดันตลาด ขณะที่นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนของสหรัฐฯ (ADP) ในวันนี้ เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้แนวโน้มการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)
  • ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 53.50 ดอลลาร์ หรือ 1.33% ปิดที่ 3,960.50 ดอลลาร์/ออนซ์
  • ราคาทองคำตลาดโลก ปิดปรับตัวลดลง -77.0 เหรียญ หรือ -1.92% ที่ระดับ 3,928.0 เหรียญ ขณะที่เช้านี้ขยับขึ้นเล้กน้อยที่ระดับ 3,940 เหรียญ 
  • กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าขายออก 3.15 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 1,038.63 ตันภาพรวมเดือนพฤศจิกายน ขายสุทธิ -1.72 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ซื้อสุทธิ 165.25 ตัน
  • Ole Hansen หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์สินค้าโภคภัณฑ์จาก Saxo Bank มองว่า ราคาทองคำอาจแตะ จุดสูงสุดของปี 2025 แล้ว โดยขณะนี้เข้าสู่ช่วง พักฐาน (Consolidation) แต่ แนวโน้มขาขึ้นระยะยาวยังไม่จบ คาดว่าจะเกิด รอบขาขึ้นครั้งใหม่ในช่วงต้นปี 2026
  • ประเด็นสำคัญจากมุมมองของ Saxo Bank ประเมินทองคำ การปรับฐานในช่วงนี้เป็น การพักตัวเชิงบวก ไม่ใช่การกลับทิศแนวโน้ม ให้แนวรับหลักอยู่ที่ $3,835–$3,878 ใกล้เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 50 วัน และหากดอลลาร์ยังแข็งอาจกดดันราคาทองเพิ่มเติมได้ โดยแรงหนุนระยะยาว มาจากหนี้การคลังที่สูง, ความเสี่ยงค่าเงิน, ความต้องการทองจากธนาคารกลาง และนโยบายเฟด
  • หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ทองคำของ State Street Investment Management ระบุว่า แม้ราคาทองคำจะชะลอตัวในช่วงปลายปี 2568 แต่ แนวโน้มขาขึ้นระยะยาวยังแข็งแกร่ง และมีโอกาสเห็นราคาทองคำ แตะระดับ $5,000 ในปี 2569

 

ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง

  • ดัชนีดอลลาร์ ปรับตัวขึ้น 0.14 จุด หรือ 0.14% มาอยู่ที่ระดับ 100.12 จุด
  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี  ปรับตัวลดลง -0.05 % มาอยู่ที่ระดับ 4.054% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวลดลง -0.06 % มาอยู่ที่ระดับ 3.551% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ0.5%
  • โดยภาพรวมดัชนีดอลลาร์ ขยับขึ้นเหนือ 100 จุด ปิดบวกต่อเนื่อง 5 วันติด พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 3 เดือน โดยดัชนีดอลลาร์ฟื้นตัวขึ้นมาแล้วกว่า 4 % จากจุดต่ำสุดในเดือนกันยายน
  • ด้านลิซา คุก หนึ่งในคณะผู้ว่าการเฟดกล่าวว่า ความเสี่ยงที่สูงขึ้นทั้งด้านการจ้างงานและการควบคุมเงินเฟ้อให้อยู่ในกรอบเป้าหมายของเฟดนั้น ทำให้เฟดมีแนวโน้มที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีกในการประชุมในวันที่ 9-10 ธ.ค. แต่ก็ยังไม่ใช่เรื่องที่แน่นอน ขณะที่ออสติน กูลส์บี ประธานเฟดสาขาชิคาโกกล่าวว่า เขายังคงใช้ความระมัดระวังในการสนับสนุนให้เฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม เนื่องจากเงินเฟ้อยังคงสูงกว่าเป้าหมายของเฟดที่ระดับ 2%
  • รัฐมนตรีคลังญี่ปุ่น ระบุว่า รัฐบาลกำลัง ติดตามความเคลื่อนไหวของตลาดเงินตราอย่างใกล้ชิด หลังเงินเยนอ่อนค่าลงแตะระดับ ต่ำสุดในรอบ 8 เดือน ซึ่งสร้างความกังวลว่า รัฐบาลญี่ปุ่นอาจต้องพิจารณาเข้าแทรกแซงค่าเงิน เพื่อรักษาเสถียรภาพในตลาด

 

ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจ

  • ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบในวันอังคาร หลังจากธนาคารรายใหญ่ของสหรัฐฯ เตือนว่าตลาดหุ้นอาจเข้าสู่ภาวะปรับฐาน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความวิตกกังวลเกี่ยวกับมูลค่าหุ้นที่สูงเกินไป และอาจนำไปสู่ภาวะฟองสบู่ในตลาดหุ้น
  • ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 47,085.24 จุด ลดลง 251.44 จุด หรือ -0.53%,
  • ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,771.55 จุด ลดลง 80.42 จุด หรือ -1.17% และ
  • ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 23,348.64 จุด ลดลง 486.09 จุด หรือ -2.04%
  • ดัชนีหลักทั้ง 3 ดัชนีร่วงลง หลังจากซีอีโอของธนาคาร Goldman Sachs กล่าวว่ามีความเป็นไปได้อย่างมากที่ตลาดหุ้นจะปรับฐานลงราว 10-20% ภายในเวลา 12-24 เดือนข้างหน้าขณะที่ ซีอีโอของธนาคาร Morgan Stanley กล่าวว่าเราควรเตรียมตัวรับมือการปรับฐานราว 10-15% ซึ่งไม่ได้เกิดจากวิกฤตเศรษฐกิจระดับมหภาค
  • คำกล่าวของซีอีโอ Goldman Sachs และ Morgan Stanley เป็นไปในทิศทางเดียวกับที่ เจมี ไดมอน ซีอีโอของ JPMorgan Chase เคยเตือนในเดือนต.ค.ที่ผ่านมาว่า ตลาดหุ้นมีความเสี่ยงมากขึ้นที่จะเผชิญกับการปรับฐานลงอย่างมีนัยสำคัญภายในเวลา 6 เดือนถึง 2 ปีข้างหน้า 
  • ด้านตลาดคริปโทเคอร์เรนซี  ‘บิตคอยน์ก็ร่วงกว่า -7% หลุด 100,000 ดอลลาร์ สู่ระดับต่ำสุดรอบ 5 เดือน โดยลดลงจากระดับสูงสุดแล้วกว่า 20%
  • หน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐฯ ยังคงปิดทำการเนื่องจากขาดงบประมาณ หรือชัตดาวน์ ส่งผลให้นักลงทุนขาดข้อมูลอย่างเป็นทางการจากรัฐบาล และหันไปพึ่งพาข้อมูลจากแหล่งอื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวเลขจ้างงานของภาคเอกชนที่ จะเปิดเผยในวันนี้ ทั้งนี้ การชัตดาวน์ได้ล่วงเข้าสู่วันที่ 35 แล้วในวันอังคาร ซึ่งเทียบเท่ากับสถิติสูงสุดเดิมที่เกิดขึ้นในช่วงที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ดำรงตำแหน่งสมัยแรก

 

ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน

  • สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันอังคาร โดยตลาดถูกกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับภาคการผลิตที่ชะลอตัวลงในหลายประเทศ รวมทั้งการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ นอกจากนี้ นักลงทุนยังมองว่าการที่กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และชาติพันธมิตร หรือโอเปกพลัส ตัดสินใจระงับการปรับเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันในไตรมาส 1/2569 อาจเป็นการส่งสัญญาณว่าโอเปกพลัสมีความกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานน้ำมันล้นตลาด
  • ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 49 เซนต์ หรือ 0.8% ปิดที่ 60.56 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนม.ค. ลดลง 45 เซนต์ หรือ 0.69% ปิดที่ 64.44 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • ตลาดจับตาการเปิดเผยสต็อกน้ำมันดิบจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐฯ (EIA) ในวันนี้ ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าสต็อกน้ำมันดิบจะเพิ่มขึ้นในสัปดาห์ที่แล้ว

 

ข่าวเกี่ยวกับการเมือง

  • สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำสหรัฐฯ ออกแถลงการณ์ เตือนสหรัฐฯ หลีกเลี่ยง 4 ประเด็นที่อ่อนไหว เพื่อรักษาข้อตกลงสงบศึกการค้า คือ 1.ไต้หวัน 2.ประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน 3.ระบบการเมืองของจีน  4. สิทธิในการพัฒนา และสิ่งสำคัญที่สุดคือการเคารพผลประโยชน์หลักของกันและกัน
  • ทรัมป์ขู่ตัดงบรัฐบาลกลาง หากเดโมแครตชนะเลือกตั้ง นายกฯ นิวยอร์ก โดยเมื่อวานนี้ ทรัมป์โพสต์บน Truth Social ว่า หากมัมดานีชนะแทบจะไม่มีความเป็นไปได้เลยที่จะได้รับงบจากรัฐบาลกลาง ยกเว้นส่วนที่กฎหมายบังคับพร้อมเรียกร้องให้ผู้สนับสนุนลงคะแนนให้กับ แอนดรูว์ คัวโม อดีตผู้ว่าการรัฐนิวยอร์ก.
  • รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ สก็อต เบสเซนต์ (Scott Bessent) ระบุว่าสหรัฐฯ ยังมีทางเลือกอื่นในการใช้นโยบายภาษีนำเข้า หากศาลสูงสุดตัดสินไม่ให้ใช้อำนาจตาม กฎหมาย IEEPA ซึ่งจะมีการพิจารณาคดีสำคัญในวันนี้ เพื่อชี้ขาดว่าฝ่ายบริหารมีสิทธิใช้อำนาจดังกล่าวในการกดดันคู่ค้าต่างประเทศหรือไม่ หากศาลตัดสิน ไม่ให้ใช้ IEEPA ได้ รัฐบาลยังสามารถใช้ Section 232 หรือ Section 301 (มาตรการตอบโต้การค้าที่ไม่เป็นธรรม) แต่ทั้งสองกฎหมายมี ข้อจำกัดมากกว่า IEEPA

 

ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท

  • ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาดที่ 32.58 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดเมื่อวานที่ 32.54 บาทต่อดอลลาร์ โดย ทีเอ็มบีธนชาต (ttb) คาดกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทวันนี้อยู่ที่ 32.40–32.80 บาทต่อดอลลาร์.

 

 

 

ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest

Tags : ข่าวทองข่าวทอง ทอง ราคาทอง

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com