• สรุปข่าวราคาทองคำ ประจำวันที่ 30 ตุลาคม 2568

    30 ตุลาคม 2568 | Gold News

 

สรุปตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ

  • Pending Home Sales m/m ออกมาที่ 0.0% ต่ำกว่าคาดการณ์ที่ 1.6% และครั้งก่อนที่ 4.2%
  • Federal Funds Rate ออกมาตามคาดการณ์ที่ 4.00% จากครั้งก่อนที่ 4.25%      

ข่าวเกี่ยวกับทองคำ

  • สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันพุธ ก่อนที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะแถลงมติการประชุม โดยตลาดทองคำนิวยอร์กปิดทำการซื้อขายก่อนที่คณะกรรมการเฟดจะประกาศผลการประชุมนโยบายการเงิน
  • สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 17.6 ดอลลาร์ หรือ 0.44% ปิดที่ 4,000.7 ดอลลาร์/ออนซ์
  • ราคาทองคำตลาดโลก ปิดปรับตัวลดลง -25.9 เหรียญ หรือ -0.65% ที่ระดับ 3,930.0 เหรียญ ขณะที่เช้านี้ฟื้นตัวขึ้นมาที่ระดับ 3,950 เหรียญ
  • กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าขายออก 2.87 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 1,036.05 ตันภาพรวมเดือนตุลาคม ซื้อสุทธิ 24.32 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ซื้อสุทธิ 162.67 ตัน
  • โดยราคาทองคำได้ปรับตัวร่วงลงหลังจากประธานเฟด เจอโรม พาวเวลล์ ส่งสัญญาณลดความคาดหวังต่อการลดดอกเบี้ยในอนาคต แม้เฟดจะลดดอกเบี้ยลง 0.25% ตามคาด การแถลงของพาวเวลล์สร้างบรรยากาศระมัดระวังในตลาด ขณะเดียวกันดอลลาร์กลับแข็งค่าขึ้น 0.5% สวนทางกับทิศทางปกติ สะท้อนว่าตลาดมองแนวโน้มเฟดอาจยังไม่เร่งผ่อนคลายนโยบายเพิ่มเติม

 

ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง

  • ดัชนีดอลลาร์ ปรับตัวขึ้น 0.4 จุด หรือ 0.41% มาอยู่ที่ระดับ 99.13 จุด
  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้น 0.1 % มาอยู่ที่ระดับ 4.078% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวขึ้น 0.11 % มาอยู่ที่ระดับ 3.596% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ0.48%
  • คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของเฟดมีมติ 10 ต่อ 2 ในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น 0.25% สู่ระดับ 3.75-4.00% ตามคาด โดยกรรมการ 2 คนที่โหวตสวนมติการประชุมครั้งนี้ได้แก่ สตีเฟน มิแรน หนึ่งในสมาชิกคณะกรรมการผู้ว่าการเฟด ซึ่งโหวตให้เฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.50% และเจฟฟรีย์ ชมิด ประธานเฟดสาขาเซนต์หลุยส์ โหวตให้เฟดคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 4.00-4.25%
  • เจอโรม พาวเวล ประธานเฟดได้กล่าวในระหว่างการแถลงข่าวว่า กรรมการเฟดยังไม่มีข้อสรุปเกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมในเดือนธ.ค.

  • ในการประชุม FOMC ครั้งนี้ กรรมการเฟดมีความเห็นที่แตกต่างกันอย่างมากเกี่ยวกับแนวทางการดำเนินการในเดือนธ.ค. ดังนั้น การปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมในการประชุมเดือนธ.ค. จึงยังไม่แน่นอน หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ ห่างไกลจากความแน่นอนพาวเวลกล่าว
  • ทั้งนี้ หลังการแถลงข่าวของพาวเวล นักลงทุนให้น้ำหนัก 71% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีกในการประชุมเดือนธ.ค. ซึ่งลดลงจากที่เคยให้น้ำหนักสูงถึง 90% ก่อนหน้านี้
  • นอกจากนั้นแล้วเฟดได้ประกาศหยุดการลดงบดุล (QT)” เร็วกว่าที่ตลาดคาด เริ่มมีผล 1 ธันวาคมนี้ หลังพบสัญญาณสภาพคล่องในระบบการเงินเริ่มตึงตัวเกินไป พาวเวลระบุ การตัดสินใจดังกล่าวเป็นการคลายแรงกดดันในตลาดเงิน ควบคู่กับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อพยุงเสถียรภาพทางการเงินในภาพรวม

 

ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจ

  • ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบในวันพุธ ท่ามกลางการซื้อขายที่ผันผวน หลังจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมล่าสุดตามคาด แต่เจอโรม พาวเวล ประธานเฟดส่งสัญญาณว่า การปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีกในเดือนธ.ค.นั้น ยังไม่แน่นอน
  • ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 47,632.00 จุด ลดลง 74.37 จุด หรือ -0.16%
  • ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,890.59 จุด ลดลง 0.30 จุด หรือ -0.004% 
  • ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 23,958.47 จุด เพิ่มขึ้น 130.98 จุด หรือ +0.55%
  • ในช่วงแรกนั้น ดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวขึ้น หลังจากคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของเฟดมีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น 0.25% สู่ระดับ 3.75-4.00% ตามคาด แต่ดัชนีดาวโจนส์ และ S&P500 อ่อนแรงลง หลังจากพาวเวลได้กล่าวอย่างชัดเจนในระหว่างการแถลงข่าวว่า เฟดยังไม่มีข้อสรุปเกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมในการประชุมเดือนธ.ค.
  • ข้อมูลจาก LSEG ระบุว่า ขณะนี้มีบริษัทในดัชนี S&P500 จำนวน 222 รายที่ได้รายงานผลประกอบการแล้ว โดยในจำนวนนี้มี 84.2% ที่รายงานผลประกอบการสูงกว่าที่นักวิเคราะห์ในตลาดวอลล์สตรีทคาดการณ์

 

ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน

  • สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันพุธ โดยได้แรงหนุนจากการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ได้แสดงมุมมองเชิงบวกเกี่ยวกับการเจรจาการค้ากับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันนี้ ซึ่งข่าวดังกล่าวทำให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของสงครามการค้าที่จะมีต่อเศรษฐกิจ
  • ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 33 เซนต์ หรือ 0.55% ปิดที่ 60.48 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 52 เซนต์ หรือ 0.81% ปิดที่ 64.92 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • นักลงทุนจับตาการประชุมของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และชาติพันธมิตร หรือโอเปกพลัส ในวันอาทิตย์ที่ 2 พ.ย.นี้ ขณะที่แหล่งข่าวเปิดเผยว่า สมาชิกทั้ง 8 ประเทศของกลุ่มโอเปกพลัส มีแนวโน้มที่จะประกาศเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันอีก 137,000 บาร์เรล/วันในเดือนธ.ค. โดยมีเป้าหมายเพื่อทวงคืนส่วนแบ่งตลาด

 

ข่าวเกี่ยวกับการเมือง

  • ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมพบประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ที่เมืองปูซาน เพื่อหารือประเด็นการค้าสหรัฐฯ–จีน โดยเมื่อวานนี้ทรัมป์ระบุว่าอาจลดภาษีนำเข้าที่เกี่ยวข้องกับสารเฟนทานิลจากจีน แลกกับความร่วมมือในการควบคุมการส่งออกสารเคมีต้องห้าม การประชุมครั้งนี้คาดว่าจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของความสัมพันธ์ทางการค้า ซึ่งอาจนำไปสู่การผ่อนคลายมาตรการภาษีและการควบคุมเทคโนโลยีระหว่างสองมหาอำนาจ
  • ขณะที่ฝั่งจีนได้ส่งสัญญาณเชิงบวกต่อการค้ากับสหรัฐฯ ด้วยการสั่งซื้อถั่วเหลืองจากสหรัฐฯ อย่างน้อย 2 ล็อต เป็นครั้งแรกของฤดูกาล ก่อนหน้านี้ จีนหลีกเลี่ยงการนำเข้าถั่วเหลืองสหรัฐฯ ตั้งแต่ต้นปี โดยหันไปพึ่งพาซัพพลายจากอเมริกาใต้แทน นักวิเคราะห์มองว่า ดีลดังกล่าวอาจช่วยฟื้นฟูตลาดถั่วเหลืองที่มีมูลค่าสูงถึงกว่า 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อปีได้ อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องจับตาดูว่าจีนจะสั่งซื้อในปริมาณที่สม่ำเสมอหรือไม่

 

ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท

  • ค่าเงินบาทเช้าวันนี้เปิดอ่อนค่าที่ 32.40 บาทต่อดอลลาร์ จากปิดก่อนหน้าที่ 32.27 บาทต่อดอลลาร์ ทีเอ็มบีธนชาตคาดกรอบการเคลื่อนไหววันนี้ที่ 32.25–32.55 บาทต่อดอลลาร์

 

 

ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest

Tags : ข่าวทองข่าวทอง ทอง ราคาทอง

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com