• สรุปข่าวราคาทองคำ ประจำวันที่ 29 ตุลาคม 2568

    29 ตุลาคม 2568 | Gold News

 

สรุปตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ


  • Richmond Manufacturing Index ออกมาที่ -4 สูงกว่าคาดการณ์ -11 และครั้งก่อน -17     
  • CB Consumer Confidence ออกมาที่ 94.6 สูงกว่าคาดการณ์ 93.4 


  • สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการรายงานเมื่อคืนนี้ ออโตเมติก ดาต้า โพรเซสซิ่ง อิงค์ (ADP) เปิดเผยว่า การจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 14,250 ตำแหน่งต่อสัปดาห์ ในช่วง 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา


  • ทั้งนี้ ADP เปลี่ยนแปลงการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงาน โดยต่อไปนี้ ADP จะรายงานตัวเลขการจ้างงานของภาคเอกชนเฉลี่ย 4 สัปดาห์ทุกวันอังคาร จากเดิมที่รายงานตัวเลขการจ้างงานเป็นรายเดือนในวันพุธแรกของเดือนถัดไป


  • ทางด้าน Conference Board ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยเศรษฐกิจเปิดเผยผลสำรวจระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐฯ ปรับตัวลงสู่ระดับ 94.6 ในเดือนต.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย. แต่สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 93.2

ข่าวเกี่ยวกับทองคำ


  • สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันอังคาร โดยราคาปรับตัวลงติดต่อกันเป็นวันที่ 3 และหลุดจากระดับ 4,000 ดอลลาร์ เนื่องจากนักลงทุนเดินหน้าเทขายทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย หลังมีสัญญาณบ่งชี้ถึงความคืบหน้าในการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตาผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในวันนี้ (29 ต.ค.)


  • ราคาทองคำตลาดโลกปิดปรับตัวลดลง -37.01 เหรียญ หรือ -0.93% ที่ระดับ 3,953.0 เหรียญ ขณะที่เช้านี้อยู่ที่ระดับ 3,972.24 เหรียญ
  • สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 36.60 ดอลลาร์ หรือ 0.91% ปิดที่ 3,983.10 ดอลลาร์/ออนซ์
  • กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าไม่เปลี่ยนแปลง ปัจจุบันถือครองที่ 1,038.92 ตันภาพรวมเดือนตุลาคม ซื้อสุทธิ 26.04 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ซื้อสุทธิ 166.4 ตัน


  • นักวิเคราะห์จากบริษัท Kitco Metals กล่าวว่า ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีนได้ลดลงอย่างมาก และมีความเป็นไปได้ที่ปธน.ทรัมป์และปธน.สีจะบรรลุข้อตกลงการค้าในการพบกันครั้งนี้ ซึ่งจะทำให้ความต้องการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัยลดน้อยลง


  • นักวิเคราะห์หลายสำนักต่างพากันปรับลดคาดการณ์ราคาทองคำ โดยนักวิเคราะห์จาก Citi ปรับลดคาดการณ์ราคาทองในช่วง 3 เดือนข้างหน้าสู่ระดับ 3,800 ดอลลาร์/ออนซ์ จากเดิมที่ระดับ 4,000 ดอลลาร์/ออนซ์ ขณะที่นักวิเคราะห์จาก Capital Economics ปรับลดคาดการณ์ราคาทองในช่วงสิ้นปี 2569 สู่ระดับ 3,500 ดอลลาร์/ออนซ์


ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง


  • ดัชนีดอลลาร์ ปรับตัวลดลง -0.01 จุด หรือ -0.01% มาอยู่ที่ระดับ 98.73 จุด
  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้น 0.0 % มาอยู่ที่ระดับ 3.985% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวขึ้น 0.01 % มาอยู่ที่ระดับ 3.496% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ0.49%


  • นักลงทุนจับตาผลการประชุมนโยบายการเงินของเฟด และการแถลงข่าวของเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด ในวันนี้ตามเวลาสหรัฐฯ ขณะที่นักลงทุนคาดการณ์เป็นวงกว้างว่า เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมครั้งนี้


  • โกลด์แมน แซคส์ (Goldman Sachs) คาดการณ์ว่า เงินเยนของญี่ปุ่น ซึ่งปัจจุบันอ่อนค่าลงมาก อาจจะกลับมาแข็งค่าขึ้นไปถึงระดับ 100 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐได้ในอีก 10 ปีข้างหน้า เนื่องจากนโยบายการเงินของญี่ปุ่นจะกลับสู่ภาวะปกติอย่างค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งจะทำให้เงินเยนพลิกกลับมาอยู่ในทิศทางที่แข็งค่า หลังจากที่อ่อนค่าลงมาเป็นระยะเวลานานหลายปี


  • ผู้ว่าการธนาคารกลางจีน (PBOC) ยืนยันว่าจีนจะเดินหน้าพัฒนาสกุลเงินดิจิทัลของรัฐบาล แต่แสดงความกังวลต่อ สเตเบิลคอยน์ อย่างชัดเจน โดยชี้ว่า ไม่สอดคล้องกับกฎระเบียบการระบุตัวตนลูกค้าและ AML ซึ่งอาจเพิ่มช่องโหว่สำหรับการฟอกเงินและการโอนเงินผิดกฎหมายทั่วโลก


ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจ


  • ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกแตะระดับสูงสุดเป็นประวัตการณ์ในวันอังคาร ขณะที่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เช่นกัน โดยได้แรงหนุนจากหุ้นอินวิเดีย (Nvidia) ที่พุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่ง หลังจากมีรายงานว่าทางบริษัทจะสร้างซูเปอร์คอมพิวเตอร์ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ให้กับกระทรวงพลังงานของสหรัฐฯ นอกจากนี้ ตลาดยังได้ปัจจัยบวกจากการที่นักลงทุนมีมุมมองบวกต่อแนวโน้มผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน ก่อนที่บริษัทเทคโนโลยีที่มีมาร์เก็ตแคปสูงในกลุ่ม “Magnificent Seven” จะรายงานกำไรและรายได้ในสัปดาห์นี้


  • ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 47,706.37 จุด เพิ่มขึ้น 161.78 จุด หรือ +0.34%
  • ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,890.89 จุด เพิ่มขึ้น 15.73 จุด หรือ +0.23% 
  • ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 23,827.49 จุด เพิ่มขึ้น 190.04 จุด หรือ +0.80%


  • หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและกลุ่มบริการด้านการสื่อสารปรับตัวขึ้นมากที่สุดในดัชนี S&500 โดยพุ่งขึ้น 1.64% และ 0.31% ตามลำดับ ส่วนหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ร่วงมากที่สุด โดยดิ่งลง 2.22% ตามด้วยหุ้นกลุ่มสาธารณูปโภคร่วงลง 1.66%


  • ตลาดยังได้แรงหนุนจากหุ้น Microsoft ที่พุ่งขึ้นเกือบ 2% หลังจากบริษัทบรรลุข้อตกลงที่อนุญาตให้ OpenAI ทำการปรับโครงสร้างเป็นบริษัทเพื่อสาธารณประโยชน์ (Public Benefit Corporation – PBC) ขณะเดียวกันก็ทำให้ Microsoft ได้รับสัดส่วนการถือหุ้น 27% ใน OpenAI ซึ่งเป็นผู้สร้าง ChatGPT


ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน


  • สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงติดต่อกันเป็นวันที่ 3 ในวันอังคาร โดยถูกกดดันจากความเป็นไปได้ที่กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และชาติพันธมิตร หรือโอเปกพลัส จะประกาศปรับเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันอีกในการประชุมวันอาทิตย์นี้ ขณะเดียวกันนักลงทุนกำลังประเมินว่า การที่สหรัฐฯ คว่ำบาตรบริษัทน้ำมันรายใหญ่ของรัสเซียว่าจะมีผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันในตลาดโลกมากเพียงใด


  • สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 1.16 ดอลลาร์ หรือ 1.89% ปิดที่ 60.15 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 1.22 ดอลลาร์ หรือ 1.86% ปิดที่ 64.40 ดอลลาร์/บาร์เรล


  • นักลงทุนประเมินผลกระทบของการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศคว่ำบาตรบริษัทรอสเนฟต์ (Rosneft) และลุคออยล์ (Lukoil) ซึ่งเป็นสองน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของรัสเซีย โดยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นขานรับข่าวการคว่ำบาตรดังกล่าว แต่ล่าสุด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจของเยอรมนีกล่าวว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ให้การรับรองเป็นลายลักษณ์อักษรว่า ธุรกิจของบริษัทรอสเนฟต์ในเยอรมนีจะได้รับการยกเว้นจากการคว่ำบาตร เนื่องจากทรัพย์สินดังกล่าวไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุมของรัสเซียอีกต่อไป


  • นักวิเคราะห์จากบริษัท Price Futures Group กล่าวว่า การที่ทรัมป์ให้การยกเว้นแก่บริษัทรอสเนฟต์ในเยอรมนี ทำให้ตลาดไม่มั่นใจเกี่ยวกับผลกระทบของมาตรการคว่ำบาตร และยังทำให้กระแสความวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานน้ำมันตึงตัวลดน้อยลงด้วย


  • สถาบันปิโตรเลียมอเมริกา (API) รายงานว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ลดลง 4.02 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 24 ต.ค. ขณะที่นักลงทุนจับตาตัวเลขสต็อกน้ำมันดิบอย่างเป็นทางการจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐฯ (EIA) ในวันนี้


ข่าวเกี่ยวกับการเมือง


  • นักลงทุนจับตาการพบกันระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ในวันพฤหัสบดีนี้ นอกรอบการประชุมเอเปคซึ่งจัดขึ้นที่เกาหลีใต้ ขณะที่หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัลรายงานว่า ปธน.ทรัมป์และปธน.สี จะหารือเกี่ยวกับกรอบการค้าเพื่อลดภาษีที่สหรัฐฯ เรียกเก็บต่อสินค้าจีน แลกกับการที่จีนให้คำมั่นว่าจะควบคุมการส่งออกสารเคมีตั้งต้นของเฟนทานิ


  • ส่วนในการพบกันระหว่างปธน.ทรัมป์ และซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีหญิงของญี่ปุ่นเมื่อวานนี้ ผู้นำทั้งสองประเทศได้ลงนามในข้อตกลงเพื่อรับประกันความมั่นคงของอุปทานแร่หายาก นอกจากนี้ ทั้งสองประเทศจะพิจารณาจัดตั้งระบบสำรองแร่ร่วมกัน และร่วมมือกับพันธมิตรนานาชาติเพื่อสร้างความมั่นคงในห่วงโซ่อุปทานแร่หายาก โดยมีเป้าหมายที่จะลดการพึ่งพาจีน ซึ่งครองอำนาจในตลาดแร่หายากมายาวนาน


ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท


  • ค่าเงินบาทวันนี้เปิดตลาดแข็งค่าที่ 32.32 บาทต่อดอลลาร์ เมื่อเทียบกับราคาปิดตลาดเมื่อวานที่ระดับ 32.44 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยกรอบแนวรับที่ 32.20 บาท แนวต้าน 32.50 บาท

 

 

ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest

Tags : ข่าวทองข่าวทอง ทอง ราคาทอง

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com