• สรุปข่าวราคาทองคำ ประจำวันที่ 27 ตุลาคม 2568

    27 ตุลาคม 2568 | Gold News

 

สรุปตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ

  • Core CPI m/m ออกมาที่ 0.2% ต่ำกว่าคาดการณ์และครั้งก่อน 0.3%                 
  • CPI m/m ออกมาที่ 0.3% กว่าคาดการณ์และครั้งก่อน 0.4%          
  • CPI y/y ออกมาที่ 3.0% ต่ำกว่าคาดการณ์ 3.1% และครั้งก่อน 2.9%         
  • Flash Manufacturing PMI ออกมาที่ 52.2 สูงกว่าคาดการณ์ 51.9 และครั้งก่อน 52.0 
  • Flash Services PMI ออกมาที่ 55.2 สูงกว่าคาดการณ์ 53.5 และครั้งก่อน 54.2
  • ภาพรวมตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ออกมาต่ำกว่าคาดทั้งกระดาน นักวิเคราะห์มองว่าส่งผลบวกต่อความเชื่อมั่นตลาด และเอื้อต่อ Fed ที่อาจปรับลดอัตราดอกเบี้ยต่อเนื่องได้ถึง 2 ครั้งภายในปีนี้

ข่าวเกี่ยวกับทองคำ

  • สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันศุกร์ โดยในระหว่างวันราคาทองคำฟื้นตัวขึ้นบางส่วนหลังข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ออกมาต่ำกว่าคาดเล็กน้อย ทำให้นักลงทุนมั่นใจมากขึ้นว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์หน้า อย่างไรก็ตาม ราคาทองคำยังคงปิดตลาดสัปดาห์นี้ในแดนลบเป็นครั้งแรกในรอบ 10 สัปดาห์
  • ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 7.80 ดอลลาร์ หรือ 0.19% ปิดที่ 4,137.80 ดอลลาร์/ออนซ์
  • ราคาทองคำตลาดโลก ปิดปรับตัวลดลง -11.0 เหรียญ หรือ -0.27% ที่ระดับ 4,114.0 เหรียญ ขณะที่เช้านี้เปิดตลาดมีแรงเทขายปรับลดลงมาต่ำสุดที่ 4,058 เหรียญ ก่อนฟื้นขึ้นมาที่ระดับ 4,090 เหรียญ
  • กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าขายออก 5.44 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 1,046.93 ตันภาพรวมเดือนตุลาคม ซื้อสุทธิ 35.2 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ซื้อสุทธิ 173.55 ตัน
  • นักวิเคราะห์กล่าวว่า ราคาทองคำช่วงวันศุกร์ดีดตัวขึ้นหลังการเปิดเผยข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) เดือนก.ย.ของสหรัฐฯ ออกมาต่ำกว่าคาด แต่แรงหนุนนี้อาจไม่เพียงพอที่จะหยุดแรงขายทำกำไรในสัปดาห์นี้ได้ การเคลื่อนไหวของราคาบ่งชี้ว่าทองคำอาจอ่อนตัวลงอีกเล็กน้อยก่อนเข้าสู่ช่วงพักฐาน
  • นักวิเคราะห์ของ Blue Line Futures กล่าวว่า หากราคาทองคำปรับตัวลงต่ำกว่า 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ตลาดอาจเผชิญแรงเทขายต่อเนื่องรุนแรง โดยมีแนวรับถัดไปอยู่แถวระดับ 3,850 ดอลลาร์ต่อออนซ์
  • ผลสำรวจ Kitco News Gold Survey สัปดาห์นี้ชี้ให้เห็นถึงความไม่แน่นอนในตลาดทองคำ โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากวอลล์สตรีทเพียง18% เท่านั้นที่มองว่าราคาทองคำจะปรับตัวสูงขึ้นในสัปดาห์นี้ ขณะที่นักวิเคราะห์ 35% คาดว่าราคาทองจะปรับตัวลดลง ส่วนที่เหลืออีก  47% เห็นว่าทองคำจะเคลื่อนไหวในกรอบแคบโดยไม่มีทิศทางชัดเจน



ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง

  • ดัชนีดอลลาร์ ไม่เปลี่ยนแปลง อยู่ที่ระดับ 98.91 จุด
  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี  ปรับตัวลดลง 0.0 % มาอยู่ที่ระดับ 4.003% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวลดลง 0.0 % มาอยู่ที่ระดับ 3.484% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ0.52%
  • สัปดาห์นี้ ธนาคารกลางสำคัญของโลกทั้ง สหรัฐฯ (Fed), ยุโรป (ECB) และ ญี่ปุ่น (BOJ) จะประชุมเพื่อตัดสินใจเกี่ยวกับ อัตราดอกเบี้ย ซึ่งถือเป็นตัวชี้วัดสำคัญในการกำหนดทิศทางต้นทุนทางการเงินของโลก
  • นักลงทุนคาดว่า Fed อาจปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่อง ขณะที่ ECB และ BOJ มีแนวโน้มจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้เท่าเดิม

 

ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจ

  • ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในวันศุกร์ ขานรับการเปิดเผยข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ที่ออกมาต่ำกว่าคาด ซึ่งสนับสนุนการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง และตลาดยังได้แรงหนุนจากการเปิดเผยผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียนด้วย
  • ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 47,207.12 จุด เพิ่มขึ้น 472.51 จุด หรือ +1.01%, 
  • ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,791.69 จุด เพิ่มขึ้น 53.25 จุด หรือ +0.79% 
  • ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 23,204.87 จุด เพิ่มขึ้น 263.07 จุด หรือ +1.15%
  • ดัชนี S&P 500 และ Nasdaq เพิ่มขึ้นรายสัปดาห์สูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนส.ค. ส่วนดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวขึ้นรายสัปดาห์มากที่สุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย.
  • ผลประกอบการไตรมาส 3 ของบริษัทในดัชนี S&P500 ออกมาดีกว่าคาดอย่างชัดเจน โดยจากข้อมูลของ LSEG พบว่า 87% ของบริษัทมีกำไรสูงกว่าคาดการณ์ และ 83% มีรายได้เกินคาด สะท้อนพื้นฐานเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง และเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ มีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อเนื่องจนถึงสิ้นปี

 

ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน

  • สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลดลงในวันศุกร์ เนื่องจากตลาดเริ่มเกิดความสงสัยเกี่ยวกับความจริงจังของรัฐบาลสหรัฐฯ ในการดำเนินมาตรการคว่ำบาตรบริษัทน้ำมันรายใหญ่สองแห่งของรัสเซียจากกรณีการทำสงครามในยูเครน
  • ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 29 เซนต์ หรือ 0.47% ปิดที่ 61.50 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 5 เซนต์ หรือ 0.08% ปิดที่ 65.94 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • ราคาน้ำมันอ่อนตัวลงในช่วงสองชั่วโมงสุดท้ายของการซื้อขาย อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันทั้งสองชนิดยังคงปรับขึ้นตัวกว่า 7% ตลอดทั้งสัปดาห์นี้ ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นรายสัปดาห์มากที่สุดนับตั้งแต่กลางเดือนมิ.ย.

 

ข่าวเกี่ยวกับการเมือง

  • สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ เปิดเผยหลังการประชุมว่า ทั้งสองฝ่ายได้บรรลุฉันทามติเบื้องต้นในหลายประเด็นสำคัญ อาทิ การควบคุมการส่งออก สารเฟนทานิล และค่าธรรมเนียมการขนส่ง โดยระบุว่าการเจรจากับเจ้าหน้าที่จีนเป็นไปอย่างสร้างสรรค์และครอบคลุมทุกมิติ พร้อมเสริมว่า การขยายระยะเวลาพักรบทางการค้ามีแนวโน้มเดินหน้าต่อไปได้
  • ทั้งนี้ สหรัฐฯ ได้ถอดมาตรการขู่ขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน 100% ออกจากโต๊ะเจรจา เพื่อแลกกับการที่จีนจะชะลอมาตรการควบคุมการส่งออกแร่ธาตุหายาก และกลับมาซื้อถั่วเหลืองจากสหรัฐฯ อีกครั้ง โดยเบสเซนต์ระบุว่าการตัดสินใจขั้นสุดท้ายจะขึ้นอยู่กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์.
  • ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ลงนามข้อตกลงการค้าและความร่วมมือด้านแร่ธาตุสำคัญกับไทย มาเลเซีย และกัมพูชา ระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียนที่กัวลาลัมเปอร์ มุ่งลดอุปสรรคทางการค้าและกระจายห่วงโซ่อุปทานเพื่อลดการพึ่งพาจีน
  • ขณะที่นักลงทุนจับตาการพบปะกันระหว่างปธน.ทรัมป์ และปธน.สี จิ้นผิง นอกรอบการประชุมนอกรอบการประชุมเอเปคที่เกาหลีใต้ในวันที่ 30 ต.ค.
  • นักวิเคราะห์เตือนว่าการเจรจาสหรัฐฯ–จีนครั้งนี้เป็นเพียงการ ลดความตึงเครียด เท่านั้น ไม่ใช่การเริ่มต้นยุคใหม่ที่ทุกอย่างกลับมาดีเหมือนเดิม หัวหน้านักกลยุทธ์เอเชียแปซิฟิกของ JB Drax Honore ระบุว่าตลาดไม่คาดว่ามาตรการขึ้นภาษีรอบใหม่ในวันที่ 1 พฤศจิกายนจะเกิดขึ้นจริง การเจรจานี้จึงเป็นการ หลีกเลี่ยงสถานการณ์เลวร้าย มากกว่าการแก้ไขปัญหา

 

ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท

  • นักกลยุทธ์ตลาดเงินและตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS เปิดเผยว่า เงินบาท (USDTHB) แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย ตั้งแต่คืนวันศุกร์ที่ผ่านมา แกว่งตัวในกรอบ 32.63–32.79 บาทต่อดอลลาร์ เข้าใกล้แนวรับ 32.65 บาทต่อดอลลาร์ สำหรับสัปดาห์นี้ คาดว่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 32.40–33.00 บาท/ดอลลาร์ 

 

 

ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest

Tags : ข่าวทองข่าวทอง ทอง ราคาทอง

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com