• สรุปข่าวราคาทองคำ ประจำวันที่ 21 ตุลาคม 2568

    21 ตุลาคม 2568 | Gold News

 

สรุปตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ

-

ข่าวเกี่ยวกับทองคำ

  • สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 3% ในวันจันทร์ ได้แรงหนุนจากความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่คาดว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนนี้ ประกอบกับ แรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการเมืองทั่วโลก ขณะเดียวกัน นักลงทุนยังจับตาความคืบหน้าของ การเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน โดยล่าสุดประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเตรียม ขึ้นภาษีสินค้าจีนเป็น 155% หากประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ไม่ยอมลงนามในข้อตกลงการค้าที่เป็นธรรม
  • ราคาทองคำตลาดโลกปิดปรับตัวขึ้น 88.72 เหรียญ หรือ 2.08% ที่ระดับ 4,355.8 เหรียญ ขณะที่เช้านี้อยู่ที่ระดับ 4,338.08 เหรียญ
  • สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 146.1 ดอลลาร์ หรือ 3.47% ปิดที่ 4,359.40 ดอลลาร์/ออนซ์
  • กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าซื้อเข้า 11.45 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 1,058.66 ตันภาพรวมเดือนตุลาคม ซื้อสุทธิ 46.93 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ซื้อสุทธิ 186.14 ตัน
  • นักวิเคราะห์จาก CPM Group กล่าวว่า ความวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและการเมืองเป็นปัจจัยหนุนราคาทองคำพุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่งในวันจันทร์ และคาดว่าราคาทองคำจะปรับตัวขึ้นอีกในช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้าและหลายเดือนข้างหน้า และเขาไม่แปลกใจหากราคาทองคำจะดีดตัวขึ้นแตะดับ 4,500 ดอลลาร์/ออนซ์ในไม่ช้านี้
  • นักยุทธศาสตร์จาก UBS Global Wealth Management กล่าวว่า ราคาทองคำพุ่งขึ้นแรงในช่วงที่ผ่านมา โดยได้รับแรงหนุนจาก ความไม่แน่นอนทางการเมืองและการค้า, อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงลดลง, เงินดอลลาร์อ่อนค่า, หนี้รัฐบาลสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้น, และ ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้อาจผลักดันให้ราคาทองคำ ทะยานแตะระดับ 4,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์
  • ราคาทองแดงในตลาดเอเชียดีดตัวขึ้น หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ส่งสัญญาณต้องการลดความตึงเครียดทางการค้ากับจีน ขณะที่ทางการจีนแสดงความเชื่อมั่นว่าจะสามารถบรรลุเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจในปีนี้

 

ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง

  • ดัชนีดอลลาร์ ปรับตัวลดลง -0.06 จุด หรือ -0.06% มาอยู่ที่ระดับ 98.61 จุด
  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี  ปรับตัวลดลง -0.03 % มาอยู่ที่ระดับ 3.984% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ไม่เปลี่ยนแปลง อยู่ที่ระดับ 3.466% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ0.52%
  • เฟดเริ่มเข้าสู่ช่วงงดเว้นการแสดงความเห็นเกี่ยวกับนโยบายการเงิน หรือ Blackout Period ก่อนที่การประชุมกำหนดนโยบายการเงินของเฟดจะมีขึ้นในวันที่ 28-29 ต.ค. ขณะที่นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ประจำเดือนก.ย. ในวันศุกร์นี้ (24 ต.ค.) เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้แนวโน้มเงินเฟ้อและทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟด
  • ธนาคารกลางจีน (PBOC) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้าชั้นดี (LPR) ประเภท 1 ปีเอาไว้ที่ระดับ 3.0% และคงอัตราดอกเบี้ย LPR ประเภท 5 ปีเอาไว้ที่ระดับ 3.5% ซึ่งสอดคล้องกับการคาดการณ์ของตลาด

 

ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจ

  • ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 500 จุดในวันจันทร์ โดยหุ้นกลุ่มการเงินและกลุ่มเทคโนโลยีดีดตัวขึ้นนำตลาด ขานรับผลประกอบการที่สดใสของบริษัทจดทะเบียน นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากการที่นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับคุณภาพสินเชื่อของธนาคารระดับภูมิภาคในสหรัฐฯ รวมทั้งความหวังที่ว่าการชัตดาวน์หน่วยงานของรัฐบาลจะสิ้นสุดลงในสัปดาห์นี้
  • ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 46,706.58 จุด เพิ่มขึ้น 515.97 จุด หรือ +1.12%
  • ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,735.13 จุด เพิ่มขึ้น 71.12 จุด หรือ +1.07%
  • ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 22,990.54 จุด เพิ่มขึ้น 310.57 จุด หรือ +1.37%
  • บรรยากาศการซื้อขายได้รับแรงหนุนจากมุมมองบวกเกี่ยวกับผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน โดยสัปดาห์ที่แล้วซึ่งเป็นสัปดาห์แรกของฤดูการเปิดเผยผลประกอบการ บริษัท 76% ของจำนวน 58 แห่งในดัชนี S&P 500 ได้เปิดเผยผลประกอบการประจำไตรมาส 3/2568 สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้
  • นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ผลกำไรโดยรวมของบริษัทที่จดทะเบียนในดัชนี S&P500 จะมีการเติบโตที่ 9.3% ในไตรมาส 3/2568 เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งเพิ่มขึ้นจากที่คาดการณ์ไว้เมื่อวันที่ 1 ต.ค.ที่ระดับ 8.8%
  • นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงหนุนหลังจากเควิน แฮสเซ็ตต์ ที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจประจำทำเนียบขาว กล่าวว่า การปิดหน่วยงานรัฐบาล หรือชัตดาวน์ มีแนวโน้มสิ้นสุดลงในสัปดาห์นี้ แต่หากยังไม่เกิดขึ้น รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์อาจใช้มาตรการที่เข้มงวดขึ้น เพื่อบังคับให้พรรคเดโมแครตให้ความร่วมมือ โดยการแสดงความเห็นของแฮสเซ็ตต์มีขึ้นในขณะที่การชัตดาวน์ย่างเข้าสู่วันที่ 20

 

ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน

  • สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันจันทร์ เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มอุปทานน้ำมันล้นตลาด รวมทั้งกังวลว่าสถานการณ์ตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนจะส่งผลกระทบต่อและความต้องการใช้น้ำมัน
  • สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนพ.ย. ลดลง 2 เซนต์ หรือ 0.03% ปิดที่ 57.52 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 28 เซนต์ หรือ 0.46% ปิดที่ 61.01 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • นักลงทุนจับตาการเปิดเผยสต็อกน้ำมันดิบของสถาบันปิโตรเลียมอเมริกา (API) ในวันนี้ (21 ต.ค.) ก่อนที่สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐฯ (EIA) จะเปิดเผยตัวเลขสต็อกน้ำมันดิบอย่างเป็นทางการในวันพุธ

 

ข่าวเกี่ยวกับการเมือง

  • ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เตือนเมื่อวันจันทร์ว่า จีนอาจถูกเก็บภาษีนำเข้าจากสหรัฐฯ สูงถึง 155% หากประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ไม่ยอมลงนามในข้อตกลงการค้าที่เป็นธรรมกับวอชิงตัน ได้ก่อนวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้ซึ่งถือเป็นการจุดชนวนความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสองมหาเศรษฐกิจโลกอีกครั้ง
  • สหรัฐฯ-ออสเตรเลีย จับมือลงทุน 1 พันล้านดอลลาร์ เร่งสร้างห่วงโซ่อุปทานแร่ธาตุสำคัญ สู้จีน โดยสหรัฐฯ และออสเตรเลียได้ลงนามในข้อตกลงเพื่อเพิ่มปริมาณการจัดหาแร่ธาตุหายากและแร่ธาตุสำคัญอื่น ๆ เพื่อลดการพึ่งพาจีน โดยนายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย แอนโธนี อัลบาเนซี ระบุว่า ข้อตกลงนี้จะช่วยผลักดันโครงการขยายขีดความสามารถในการทำเหมืองและการแปรรูปของออสเตรเลีย ภายใต้กรอบงานดังกล่าว ทั้งสองประเทศจะร่วมลงทุนกันกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ในโครงการในสหรัฐฯ และออสเตรเลียภายใน 6 เดือนข้างหน้า
  • ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน แสดงความพร้อมที่จะเข้าร่วมการประชุมสุดยอดสามฝ่ายกับโดนัลด์ ทรัมป์ และวลาดิเมียร์ ปูติน ที่ฮังการี หากได้รับคำเชิญ อย่างไรก็ตาม มีรายงานข่าวระบุว่าการพบปะระหว่างนายเซเลนสกีกับนายทรัมป์ที่ทำเนียบขาวเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาได้กลายเป็นการ "โต้เถียงกันอย่างดุเดือด" เนื่องจากฝ่ายสหรัฐฯ เรียกร้องให้ยูเครนยอมรับเงื่อนไขของรัสเซียเพื่อยุติสงคราม
  • ไม่ถึงสองสัปดาห์หลังจากข้อตกลงหยุดยิงในฉนวนกาซาเริ่มมีผลบังคับ ข้อตกลงหยุดยิงดังกล่าวก็ตกอยู่ในความเสี่ยงอีกครั้ง เมื่ออิสราเอลและฮามาสต่างกล่าวโทษซึ่งกันและกันว่าละเมิดข้อตกลง ขณะเดียวกันอิสราเอลได้โจมตีทางอากาศหลายครั้ง ซึ่งฮามาสระบุว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายสิบคนในฉนวนกาซา

 

ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท

  • ค่าเงินบาทวันนี้ เปิดตัวแข็งค่าที่ 32.55 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าเมื่อเทียบกับราคาปิดตลาด เมื่อวานที่ระดับ 32.72 บาทต่อดอลลาร์ โดยกรอบแนวรับที่ 32.45 บาท แนวต้าน 32.65 บาท

 

 

ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest

Tags : ข่าวทองข่าวทอง ทอง ราคาทอง

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com