• สรุปข่าวราคาทองคำ ประจำวันที่ 17 ตุลาคม 2568

    17 ตุลาคม 2568 | Gold News

 

สรุปตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ

  • Philly Fed Manufacturing Index ออกมาที่ -12.8 ต่ำกว่าคาดการณ์ 8.6 ครั้งก่อน 23.2

ข่าวเกี่ยวกับทองคำ

  • สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นทะลุระดับ 4,300 ดอลลาร์ในวันพฤหัสบดี ทำสถิติสูงสุดติดต่อกันเป็นวันที่ 4 เนื่องจากนักลงทุนยังคงเดินหน้าซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดด้านการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ รวมทั้งความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของการปิดหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฯ หรือชัตดาวน์ นอกจากนี้ ราคาทองคำยังได้แรงหนุนจากกระแสคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนนี้
  • ราคาทองคำตลาดโลก ปิดปรับตัวขึ้น 114.0 เหรียญ หรือ 2.71% ที่ระดับ 4,326.0 เหรียญ โดยขึ้นไปทำจุดสูงสุดใหม่ที่ 4,380 เหรียญ ขณะที่เช้านี้ปรับลดลงมาที่ 4,310 เหรียญ
  • ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 103 ดอลลาร์ หรือ 2.45% ปิดที่ 4,304.60 ดอลลาร์/ออนซ์
  • กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าซื้อเข้า 12.02 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 1,034.62 ตันภาพรวมเดือนตุลาคม ซื้อสุทธิ 22.89 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ซื้อสุทธิ 161.24 ตัน
  • นักวิเคราะห์จาก MarketPulse กล่าวว่า แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยขาลงของเฟด และสถานการณ์ตึงเครียดด้านการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ ยังคงเป็นปัจจัยหนุนราคาทองคำ โดยคาดว่าหากทั้งสองประเทศยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกันได้ ก็อาจทำให้ราคาทองคำพุ่งขึ้นทะลุระดับ 5,000 ดอลลาร์/ออนซ์
  • ขณะที่นักวิเคราะห์ของธนาคาร ANZ คาดการณ์ว่า ราคาทองคำจะพุ่งขึ้นแตะระดับ 4,400 ดอลลาร์/ออนซ์ภายในสิ้นปี 2568 และอาจพุ่งแตะ 4,600 ดอลลาร์ภายในเดือนมิ.ย. ปี 2569
  • นอกจากนี้ ความวิตกกังวลต่อการที่หน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐฯ ยังคงถูกชัตดาวน์ยังเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้นักลงทุนเข้าซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย ขณะที่เจ้าหน้าที่กระทรวงการคลังสหรัฐฯ เตือนว่า การชัตดาวน์อาจสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจเป็นจำนวนมากถึง 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อสัปดาห์

 

ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง

  • ดัชนีดอลลาร์ ปรับตัวลดลง -0.43 จุด หรือ -0.44% มาอยู่ที่ระดับ 98.23 จุด
  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี  ปรับตัวลดลง -0.06 % มาอยู่ที่ระดับ 3.967% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวลดลง -0.08 % มาอยู่ที่ระดับ 3.413% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ0.55%

ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจ

  • ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 300 จุดในวันพฤหัสบดี โดยตลาดถูกกดดันจากสัญญาณที่บ่งชี้ถึงความอ่อนแอของธนาคารระดับภูมิภาคในสหรัฐฯ รวมทั้งความวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ตึงเครียดด้านการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ
  • ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 45,952.24 จุด ลดลง 301.07 จุด หรือ -0.65%
  • ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,629.07 จุด ลดลง 41.99 จุด หรือ -0.63% 
  • ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 22,562.54 จุด ลดลง 107.54 จุด หรือ -0.47%
  • หุ้น 10 ใน 11 กลุ่มในดัชนี S&P500 ปิดในแดนลบ นำโดยหุ้นกลุ่มการเงินดิ่งลง 2.75% ตามด้วยหุ้นกลุ่มพลังงงานร่วงลง 1.12% ส่วนหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีดีดตัวขึ้น 0.13%
  • นักลงทุนจับตาการปิดหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฯ หรือชัตดาวน์ ซึ่งได้ย่างเข้าสู่วันที่ 16 ท่ามกลางความหวังริบหรี่ที่จะเห็นวุฒิสภาสหรัฐอนุมัติร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราว เนื่องจากยังไม่มีความคืบหน้าในการเจรจาระหว่างพรรคเดโมแครตและรีพับลิกัน

 

ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน

  • สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 5 เดือนในวันพฤหัสบดี หลังมีรายงานว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ และประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย จะพบปะกันที่ฮังการีในเร็ว ๆ นี้ เพื่อหารือเกี่ยวกับการยุติสงครามในยูเครน ซึ่งความเคลื่อนไหวดังกล่าวอาจทำให้อุปทานน้ำมันในตลาดโลกเผชิญกับความไม่แน่นอน
  • ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนพ.ย. ลดลง 81 เซนต์ หรือ 1.39% ปิดที่ 57.46 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 85 เซนต์ หรือ 1.37% ปิดที่ 61.06 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • ราคาน้ำมันยังถูกกดดันหลังจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐฯ (EIA) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบพุ่งขึ้น 3.5 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเพียง 288,000 บาร์เรล นอกจากนี้ EIA ระบุว่า การผลิตน้ำมันในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นแตะระดับ 13.636 ล้านบาร์เรล/วัน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
  • ส่วนข่าวอื่น ๆ ที่มีผลต่อความเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันนั้น ปธน.ทรัมป์เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ผู้นำอินเดียได้ให้คำมั่นสัญญาว่า อินเดียจะยุติการซื้อน้ำมันจากรัสเซีย และก้าวต่อไปของสหรัฐฯ คือการโน้มน้าวให้จีนยุติการซื้อน้ำมันจากรัสเซียเช่นกัน 

 

ข่าวเกี่ยวกับการเมือง

  • ความตึงเครียดสหรัฐฯ–จีนปะทุรอบใหม่ หลัง เจมีสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ วิจารณ์ว่ามาตรการจำกัดส่งออกแร่แรร์เอิร์ธของจีนเป็นการฮุบอำนาจในห่วงโซ่อุปทานโลกและเตือนว่าจีนอาจถูก ทรัมป์เก็บภาษีเกิน 100% หากไม่ยกเลิกมาตรการก่อน 8 พ.ย. 
  • ขณะที่ด้านสื่อทางการจีนตอบโต้กลับ เผยแถลงการณ์ 7 ประเด็น ซัดกลับข้อเรียกร้องของสหรัฐฯ ที่ให้ยกเลิกการควบคุมส่งออกแร่แรร์เอิร์ธ ชี้เป็นสหรัฐฯ เองที่เลือกปฏิบัติและมีรายการควบคุมสินค้ามากกว่าหลายเท่าตัว พร้อมทั้งชี้ว่า สหรัฐฯ เองมีรายการสินค้าควบคุม กว่า 3,000 รายการ เทียบกับของจีนที่มีเพียง 900 รายการ
  • ปธน.ทรัมป์โพสต์ข้อความบน Truth Social เมื่อวานนี้ว่า เขาจะพบกับปธน.ปูตินที่กรุงบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี เพื่อเจรจาหาทางยุติความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน โดยการพบปะกันดังกล่าวยังไม่มีการกำหนดวันที่ชัดเจน นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์กล่าวว่า เขาและประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน จะพบกันที่ทำเนียบขาวเพื่อหารือกันในประเด็นต่าง ๆ

 

ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท

  • นักวิเคราะห์จาก ทีเอ็มบีธนชาต (ttb) เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 32.53 บาทต่อดอลลาร์ ใกล้เคียงกับราคาปิดตลาดเมื่อวานที่ระดับ 32.57 บาทต่อดอลลาร์ ประเมินกรอบแนวรับที่ 32.40 บาท แนวต้าน 32.70 บาท

 

 

ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest

Tags : ข่าวทองข่าวทอง ทอง ราคาทอง

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com