• สรุปข่าวราคาทองคำ ประจำวันที่ 16 ตุลาคม 2568

    16 ตุลาคม 2568 | Gold News

 

สรุปตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ

  • Empire State Manufacturing Index ออกมาที่ 10.7 สูงกว่าคาดการณ์ -1.8 และครั้งก่อน -8.7

ข่าวเกี่ยวกับทองคำ

  • สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นทะลุระดับ 4,200 ดอลลาร์เป็นครั้งแรกในวันพุธ และยังคงทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยตลาดยังคงได้ปัจจัยหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนนี้ และจากความต้องการซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งรวมถึงสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ
  • ราคาทองคำตลาดโลก ปรับตัวขึ้น 65.0 เหรียญ หรือ 1.57% ที่ระดับ 4,207.0 เหรียญ
  • ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 38.2 ดอลลาร์ หรือ 0.92% ปิดที่ 4,201.60 ดอลลาร์/ออนซ์
  • กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าซื้อเข้า 1.15 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 1,022.6 ตันภาพรวมเดือนตุลาคม ซื้อสุทธิ 10.87 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ซื้อสุทธิ 149.22 ตัน
  • นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงขณะนี้ ราคาทองคำพุ่งขึ้นไปแล้วกว่า 60% โดยได้แรงหนุนจากหลากหลายปัจจัย ซึ่งรวมถึงสถานการณ์ตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ การเข้าซื้อทองคำของธนาคารกลาง กระแสลดการพึ่งพาสกุลเงินดอลลาร์ ตลอดจนการคาดการณ์ที่ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย และเม็ดเงินที่ไหลเข้าสู่กองทุน ETF ทองคำ
  • นักวิเคราะห์จาก City Index และ FOREX.com กล่าวว่า ราคาทองคำพุ่งขึ้นแบบฉุดไม่อยู่ และยังไม่แนวโน้มที่จะอ่อนตัวลง เนื่องจากสถานการณ์ตึงเครียดทางการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ ที่ปะทุขึ้นมาอีกครั้งในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ซึ่งทำให้นักลงทุนหันมาถือครองทองคำเพื่อกระจายความเสี่ยง

 

ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง

  • ดัชนีดอลลาร์ ปรับตัวลดลง -0.39 จุด หรือ -0.39% มาอยู่ที่ระดับ 98.66 จุด
  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ไม่เปลี่ยนแปลง อยู่ที่ระดับ 4.028% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวขึ้น 0.02 % มาอยู่ที่ระดับ 3.497% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ0.53%
  • นักลงทุนให้น้ำหนัก 98% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมเดือนนี้ และให้น้ำหนักเต็ม 100% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีกในการประชุมเดือนธ.ค. สอดคล้องกับที่สตีเฟน มิแรน สมาชิกคณะกรรมการผู้ว่าการเฟดซึ่งกล่าวกับ CNBC ว่า มีความเป็นไปได้ที่เฟดจะปรับลดดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งในปีนี้ เนื่องจากตลาดแรงงานอ่อนแอลงอย่างเห็นได้ชัด
  • และนายสตีเฟน มิแรน ผู้ว่าการเฟด ยอมรับว่าความตึงเครียดทางการค้าได้เพิ่มความไม่แน่นอนและความเสี่ยงเชิงลบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจพร้อมระบุว่าผู้กำหนดนโยบายควรสะท้อนความเสี่ยงดังกล่าวไว้ในทิศทางนโยบายการเงิน

 

ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจ

  • ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเล็กน้อยในวันพุธ แต่ดัชนี S&P500 ปิดในแดนบวก ขานรับผลประกอบการที่แข็งแกร่งของธนาคาร Morgan Stanley และ Bank of America ขณะที่นักลงทุนยังคงจับตาสถานการณ์ตึงเครียดด้านการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ
  • ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 46,253.31 จุด ลดลง 17.15 จุด หรือ -0.04% 
  • ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,671.06 จุด เพิ่มขึ้น 26.75 จุด หรือ +0.40%
  • ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 22,670.08 จุด เพิ่มขึ้น 148.38 จุด หรือ +0.66%
  • รายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ หรือ Beige Book ที่เฟดได้รวบรวมจนถึงวันที่ 6 ต.ค.บ่งชี้ว่า มีบริษัทจำนวนมากขึ้นที่เลย์ออฟพนักงานเนื่องจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ และหันไปเพิ่มการลงทุนในเทคโนโลยี AI นอกจากนี้ จำนวนแรงงานในธุรกิจด้านการบริการ การเกษตร การก่อสร้าง และการผลิต เริ่มลดน้อยลง เนื่องจากมาตรการปราบปรามคนเข้าเมืองผิดกฎหมายของรัฐบาลทรัมป์
  • รัฐมนตรีคลังสก็อตต์ เบสเซนต์ ระบุว่า การปิดหน่วยงานรัฐบาลกลางสหรัฐฯ นานสองสัปดาห์ ส่งผลให้เศรษฐกิจสูญเสียผลผลิตวันละราว 15,000 ล้านดอลลาร์ ระบุว่าผลกระทบเริ่มชัดเจนและกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมเขาเรียกร้องให้พรรคเดโมแครตร่วมมือกับรีพับลิกันเพื่อยุติวิกฤตนี้
  • นักลงทุนยังคงจับตาสถานการณ์ตึงเครียดด้านการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ โดยล่าสุด สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว CNBC ว่า สหรัฐฯ ไม่ต้องการให้ความขัดแย้งด้านการค้ากับจีนทวีความรุนแรงมากขึ้น และย้ำว่าปธน.ทรัมป์พร้อมที่จะพบปะกับปธน.สี จิ้นผิง ผู้นำจีนที่เกาหลีใต้ในช่วงปลายเดือนนี้
  • โดยสก็อตต์ เบสเซนต์ พยายามใช้การทูตเพื่อคลี่คลายความตึงเครียด โดยยื่นข้อเสนอว่า สหรัฐฯ อาจ "ขยายเวลาผ่อนผัน" การขึ้นภาษีออกไปเกิน 3 เดือนจากกำหนดเดิมในเดือนพฤศจิกายน หากจีนตกลงระงับแผนควบคุมการส่งออกแร่หายากเป็นการตอบแทน
  • ขณะที่ล่าสุดด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ข้อพิพาททางการค้ากับจีน ว่าได้กลายเป็น "สงครามการค้าเต็มรูปแบบ" แล้ว และเขายังกล่าวถึงมาตรการภาษีที่ขู่จะเก็บกับจีนในอัตรา 100% ว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะ "ถ้าเราไม่มีภาษีนำเข้า เราก็จะถูกเปิดโปงว่าไม่มีอะไรเลย"

 

ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน

  • สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 5 เดือนในวันพุธ โดยถูกกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ รวมทั้งรายงานของสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ที่ระบุว่าอุปทานน้ำมันในตลาดโลกจะเพิ่มขึ้นอย่างมากในปีหน้า
  • ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนพ.ย. ลดลง 43 เซนต์ หรือ 0.73% ปิดที่ 58.27 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 48 เซนต์ หรือ 0.77% ปิดที่ 61.91 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • นักลงทุนจับตาการเปิดเผยสต็อกน้ำมันดิบจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) ในวันนี้ (16 ต.ค.) ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าสต็อกน้ำมันดิบจะเพิ่มขึ้น 300,000 บาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว

 

ข่าวเกี่ยวกับการเมือง

  • รอยเตอร์, รายงานผู้พิพากษาศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ มีคำสั่งให้รัฐบาลทรัมป์ ระงับการเลิกจ้างพนักงานจำนวนมากในช่วงปิดทำการบางส่วน คำสั่งดังกล่าวมีขึ้นระหว่างการพิจารณาคดีของสหภาพแรงงานที่ยื่นฟ้องว่าการเลิกจ้างเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย
  • ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์จะใช้มาตรการลงโทษทางการค้าต่อสเปน รวมถึงการเก็บภาษีศุลกากร หลังไม่พอใจที่สเปนปฏิเสธเพิ่มงบกลาโหมเป็น 5% พร้อมทั้งระบุว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการไม่ให้เกียรติต่อองค์การนาโต

 

ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท

  • นักกลยุทธ์ Krungthai GLOBAL MARKETS ระบุว่าเงินบาทเปิดเช้าวันนี้ที่ 32.54 บาทต่อดอลลาร์ ทรงตัวจากวันก่อนหน้า คาดเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ 32.40–32.70 บาทต่อดอลลาร์

 

ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest

Tags : ข่าวทองข่าวทอง ทอง ราคาทอง

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com