• สรุปข่าวราคาทองคำ ประจำวันที่ 15 ตุลาคม 2568

    15 ตุลาคม 2568 | Gold News

 

สรุปตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ

-

ข่าวเกี่ยวกับทองคำ

  • สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นในวันอังคาร โดยราคายังคงเคลื่อนไหวที่เหนือระดับ 4,100 ดอลลาร์/ออนซ์ และทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยได้แรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนนี้ และจากการที่นักลงทุนแห่ซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดด้านการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ
  • ราคาทองคำตลาดโลก ปิดปรับตัวขึ้น 32.0 เหรียญ หรือ 0.78% ที่ระดับ 4,142.0 เหรียญ ขณะที่เช้านี้ปรับตัวขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ที่ 4,186 เหรียญ
  • ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 30.4 ดอลลาร์ หรือ 0.74% ปิดที่ 4,163.40 ดอลลาร์/ออนซ์
  • กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าซื้อเข้า 2.57 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 1,021.45 ตันภาพรวมเดือนตุลาคม ซื้อสุทธิ 8.57 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ซื้อสุทธิ 148.93 ตัน
  • ความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ กระแสคาดการณ์ที่ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย รวมทั้งการที่ธนาคารกลางเดินหน้าซื้อทองคำ และเม็ดเงินที่ไหลเข้าสู่กองทุน ETF ทองคำ ล้วนเป็นปัจจัยหนุนตลาดทองคำ โดยราคาทองพุ่งขึ้นประมาณ 57% แล้วในปีนี้
  • ปีเตอร์ แกรนท์ นักกลยุทธ์ด้านโลหะจากบริษัท Zaner Metals กล่าวว่า ข้อพิพาทการค้าล่าสุดระหว่างจีนและสหรัฐฯ รวมทั้งการที่หน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐฯ ยังคงถูกชัตดาวน์ และแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยขาลงของเฟด ล้วนแล้วแต่เป็นปัจจัยหนุนทองคำ โดยเขาคาดว่าราคาทองคำจะพุ่งแตะระดับ 5,000 ดอลลาร์ภายในกลางปีหน้า ขณะที่นักวิเคราะห์จาก Bank of America และ Societe Generale ต่างก็เชื่อว่าราคาทองมีโอกาสแตะระดับ 5,000 ดอลลาร์ในปีหน้าเช่นเดียวกัน

 

ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง

  • ดัชนีดอลลาร์ ปรับตัวลดลง -0.27 จุด หรือ -0.27% มาอยู่ที่ระดับ 99.03 จุด
  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้น 0.0 % มาอยู่ที่ระดับ 4.032% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวลดลง -0.03 % มาอยู่ที่ระดับ 3.485% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ0.55%
  • ประธาน Fed เจอโรม พาวเวลล์ ส่งสัญญาณชัดเจนว่ามีแนวโน้มจะ ลดอัตราดอกเบี้ย อีกครั้งในการประชุมสิ้นเดือนตุลาคมนี้ โดยมีเหตุผลหลักคือความกังวลว่า ตลาดแรงงานสหรัฐฯ เริ่มอ่อนแอลง นอกจากนี้ Fed อาจจะ หยุดลดขนาดงบดุล เพื่อรักษาสภาพคล่องในตลาด


ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจ

  • ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันอังคาร ขานรับผลประกอบการที่ดีเกินคาดของธนาคารรายใหญ่ อย่างไรก็ดี ภาวะการซื้อขายเป็นไปอย่างผันผวน ท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ ขณะที่นักลงทุนซึมซับการแสดงความเห็นครั้งล่าสุดของเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)
  • ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 46,270.46 จุด เพิ่มขึ้น 202.88 จุด หรือ +0.44%,
  • ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,644.31 จุด ลดลง 10.41 จุด หรือ -0.16% และ
  • ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 22,521.70 จุด ลดลง 172.91 จุด หรือ -0.76%
  • ธนาคาร JPMorgan Chase เปิดเผยกำไรและรายได้ที่สูงกว่าคาดในไตรมาส 3/2568 และได้ปรับเพิ่มคาดการณ์รายได้จากดอกเบี้ยในปีงบการเงิน 2568 ขณะที่ธนาคาร Wells Fargo, Citigroup และ Goldman Sachs ต่างก็เปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 3 ที่สูงกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ในวอลล์สตรีท
  • อย่างไรก็ดี ภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กเป็นไปอย่างผันผวน เนื่องจากนักลงทุนยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับข้อพิพาทการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ โดยจีนได้เรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากเรือสหรัฐฯ ที่เข้ามาเทียบท่าในท่าเรือของจีน เพื่อตอบโต้สหรัฐฯ ที่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมในลักษณะเดียวกันกับเรือของจีน
  •  และล่าสุดประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมากล่าวโจมตีจีน โดยระบุว่าจีนเป็นศัตรูทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ หลังทางการจีนประกาศหยุดนำเข้าถั่วเหลืองจากสหรัฐฯ ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกหลักของเกษตรกรอเมริกัน ทรัมป์เปิดเผยว่า เขากำลังพิจารณายุติความร่วมมือทางการค้ากับจีนในหลายหมวดสินค้า รวมถึงหยุดการค้าขายน้ำมันปรุงอาหาร เพื่อเป็นมาตรการตอบโต้
  • ญี่ปุ่นเผชิญความไม่แน่นอนทางการเมือง หลังพรรคร่วมรัฐบาลถอนตัวจากการจับมือกับพรรค LDP ที่ยาวนานกว่า 26 ปี เปิดทางให้ฝ่ายค้านรวมพลังตั้งรัฐบาลใหม่ ดัชนี Nikkei 225 ร่วง 2.6% และเงินเยนแข็งค่า ขณะที่นักวิเคราะห์มองว่าไม่ว่าใครจะขึ้นมาบริหาร รัฐบาลใหม่มีแนวโน้มเดินหน้านโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ทำให้ BOJ อาจยังไม่เร่งขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งอาจเป็นผลบวกต่อตลาดหุ้นในระยะกลาง.

 

ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน

  • สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันอังคาร สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) เตือนว่าอุปทานน้ำมันในตลาดโลกจะเพิ่มขึ้นอย่างมากในปีหน้า นอกจากนี้ ราคาน้ำมันยังถูกกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับข้อพิพาทการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ 
  • ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนพ.ย. ลดลง 79 เซนต์ หรือ 1.33% ปิดที่ 58.70 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 93 เซนต์ หรือ 1.47% ปิดที่ 62.39 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • ราคาน้ำมันปรับตัวลง หลังจาก IEA ออกรายงานเตือนว่า ตลาดน้ำมันโลกอาจเผชิญกับภาวะอุปทานส่วนเกินที่เพิ่มขึ้นในปีหน้า ซึ่งอาจสูงถึง 4 ล้านบาร์เรล/วัน เนื่องจากกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และชาติพันธมิตร หรือโอเปกพลัส และบรรดาประเทศคู่แข่งของโอเปกพลัส ได้เพิ่มกำลังการผลิต ในขณะที่อุปสงค์ยังคงซบเซา

 

ข่าวเกี่ยวกับการเมือง

  • กองทัพอิสราเอลเปิดฉากยิงใส่กลุ่มบุคคลต้องสงสัยทางตอนเหนือของฉนวนกาซา เมื่อวานนี้ (14 ต.ค.) โฆษกกองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) แถลงว่า กลุ่มผู้ต้องสงสัยได้เคลื่อนตัวเข้ามาใกล้ฐานที่มั่นของทหารและล้ำแนวเขตแดนที่กำหนดไว้ ซึ่งถือเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง ทำให้ทหารจำเป็นต้องเปิดฉากยิงเพื่อสกัดภัยคุกคาม
  • ขณะที่ ฮามาสได้ส่งมอบตัวประกันที่เสียชีวิตเพิ่มเติมให้กับอิสราเอล การส่งมอบนี้เกิดขึ้นหลังจากที่อิสราเอลได้ประกาศ ลดจำนวนรถบรรทุกความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ที่เข้าสู่กาซาลงครึ่งหนึ่ง โดยอ้างว่าเป็นการลงโทษกลุ่มฮามาสที่ ละเมิดข้อตกลงในการส่งมอบผู้เสียชีวิต ภายใต้ข้อตกลงหยุดยิงที่บรรลุกันไว้เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
  • สถานการณ์ชัตดาวน์ในสหรัฐฯ เข้าสู่วันที่ 14 ท่ามกลางความหวังริบหรี่ที่จะเห็นวุฒิสภาสหรัฐอนุมัติร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราว เนื่องจากยังไม่มีความคืบหน้าในการเจรจาระหว่างพรรคเดโมแครตและรีพับลิกัน ขณะที่สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ได้แสดงความกังวลว่าการชัตดาวน์ได้เริ่มส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศแล้ว 

 

ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท

  • กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้ปรับลดเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยในปี 2569 เหลือเพียง 1.6% นอกจากนี้ IMF ยังคาดการณ์ว่า ภายในอีก 5 ปีข้างหน้า (ปี 2573/2030) ขนาดเศรษฐกิจของไทยจะตกไปอยู่อันดับที่ 5 ในกลุ่ม 6 ประเทศหลักของอาเซียน 
  • นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่าแนวโน้มของค่าเงินบาท เผยว่าแนวโน้มของค่าเงินบาท เปิดเช้านี้ที่ระดับ  32.62 บาทต่อดอลลาร์แข็งค่าขึ้นจากระดับปิดวันที่ผ่านมา ที่ระดับ  32.80 บาทต่อดอลลาร์ ประเมินกรอบวันนี้ที่ 32.50-32.80 บาท/ดอลลาร์

 

ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest

Tags : ข่าวทองข่าวทอง ทอง ราคาทอง

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com