• สรุปข่าวราคาทองคำ ประจำวันที่ 14 ตุลาคม 2568

    14 ตุลาคม 2568 | Gold News

 

สรุปตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ

  • Prelim UoM Consumer Sentiment ออกมาที่ 55.0 สูงกว่าคาดการณ์ที่ 54.1 ต่ำกว่าครั้งก่อนที่ 55.1         
  • Prelim UoM Inflation Expectations ออกมาที่ 4.6% ต่ำกว่าครั้งก่อนที่ 4.7%

ข่าวเกี่ยวกับทองคำ

  • สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 3% ในวันจันทร์ (13 ต.ค.) ทะลุระดับ 4,100 ดอลลาร์/ออนซ์เป็นครั้งแรก โดยได้ปัจจัยหนุนจากความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความตึงเครียดด้านการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ รวมทั้งการที่นักลงทุนเชื่อมั่นว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนนี้
  • ราคาทองคำตลาดโลก ปิดปรับตัวขึ้น 93.0 เหรียญ หรือ 2.32% ที่ระดับ 4,110.0 เหรียญ ขณะที่เช้านี้ปรับตัวขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ที่ 4,149 เหรียญ
  • ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 132.6 ดอลลาร์ หรือ 3.31% ปิดที่ 4,133 ดอลลาร์/ออนซ์
  • กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าซื้อเข้า 3.72 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 1,017.16 ตันภาพรวมเดือนตุลาคม ซื้อสุทธิ 4.28 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ซื้อสุทธิ 144.64 ตัน
  • ราคาทองคำพุ่งขึ้นไปแล้ว 56% ในปีนี้ และทำลายสถิติ 4,000 ดอลลาร์เป็นครั้งแรกเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยได้แรงหนุนจากหลายปัจจัย ซึ่งรวมถึงความไม่แน่นอนด้านเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ ตลอดจนการคาดการณ์ที่ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย และการที่ธนาคารกลางเดินหน้าซื้อทองคำอย่างแข็งแกร่ง
  • นักวิเคราะห์จาก Blue Line Futures กล่าวว่า ราคาทองคำกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น และมีแนวโน้มพุ่งแตะระดับ 5,000 ดอลลาร์ภายในสิ้นปี 2569 โดยได้ปัจจัยหนุนจากการเข้าซื้อของธนาคารกลาง เม็ดเงินที่ไหลเข้าสู่กองทุน ETF ทองคำ รวมทั้งสถานการณ์ตึงเครียดด้านการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ และความเชื่อมั่นที่ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย โดยขณะนี้นักลงทุนให้น้ำหนัก 97% ที่เฟดจะปรับลดดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมเดือนต.ค. และให้น้ำหนัก 100% ที่เฟดจะลดดอกเบี้ยอีกในเดือนธ.ค.
  • ด้านนักวิเคราะห์จาก Bank of America และ Societe Generale ต่างก็คาดการณ์ว่า ราคาทองจะพุ่งแตะระดับ 5,000 ดอลลาร์ในปี 2569 ขณะที่นักวิเคราะห์จาก Standard Chartered ปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาทองคำเฉลี่ยขึ้นสู่ระดับ 4,488 ดอลลาร์ในปีหน้า
  • ผลสำรวจ Kitco News Gold Survey ล่าสุด ชี้ว่านักวิเคราะห์ Wall Street เริ่มเปลี่ยนมาถือมุมมองเป็นกลาง ต่อการลงทุนในทองคำหลังจากราคาพุ่งทะลุ $4,000 โดย 47% คาดการณ์ว่าราคาจะปรับตัวขึ้นต่อ ขณะที่ 41% คาดว่าราคาจะแกว่งตัวในกรอบ และมีเพียง 12% ที่คาดว่าราคาจะลดลง

 

ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง

  • ดัชนีดอลลาร์ ปรับตัวขึ้น 0.3 จุด หรือ 0.3% มาอยู่ที่ระดับ 99.24 จุด
  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี  ปรับตัวลดลง -0.08 % มาอยู่ที่ระดับ 4.059% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวลดลง -0.06 % มาอยู่ที่ระดับ 3.531% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ0.53%

 

ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจ

  • ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นในวันจันทร์ ขณะที่ดัชนี Nasdaq และ S&P500 ปิดในแดนบวกเช่นกัน โดยหุ้น Broadcom และหุ้นบริษัทผลิตชิปรายอื่น ๆ พุ่งขึ้นนำตลาด เนื่องจากนักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับความตึงเครียดด้านการค้า หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ มีท่าทีอ่อนลงกับจีน
  • ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 46,067.58 จุด เพิ่มขึ้น 587.98 จุด หรือ +1.29%,
  • ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,654.72 จุด เพิ่มขึ้น 102.21 จุด หรือ +1.56% และ
  • ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 22,694.61 จุด เพิ่มขึ้น 490.18 จุด หรือ +2.21%
  • บรรยากาศการซื้อขายในตลาดได้รับแรงหนุน หลังจากสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ปธน.ทรัมป์ยังคงมีกำหนดการพบกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน นอกรอบการประชุม (เอเปค) ที่เกาหลีใต้ในช่วงสิ้นเดือนนี้ หลังจากทั้งสองฝ่ายมีการติดต่อสื่อสารกันอย่างจริงจังและสามารถลดระดับความตึงเครียดลงได้อย่างมีนัยสำคัญ
  • นอกจากนี้ เบสเซนต์เปิดเผยว่า ความสัมพันธ์ระหว่างจีนและสหรัฐฯ ยังคงเป็นไปในทางที่ดี และมาตรการภาษี 100% ที่ปธน.ทรัมป์ประกาศว่าจะเรียกเก็บจากจีนนั้น อาจไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้น พร้อมกับเสริมว่า เจ้าหน้าที่จีนและสหรัฐฯ จะมีการหารือกันที่กรุงวอชิงตันในสัปดาห์นี้ นอกรอบการประชุมประจำปีของธนาคารโลก (World Bank) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF)
  • ข่าวดังกล่าวช่วยให้นักลงทุนคลายความวิตกกังวล หลังจากเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (9 ต.ค.) จีนได้ประกาศมาตรการคุมเข้มการส่งออกแร่หายากและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการผลิตแร่หายาก ส่งผลให้ปธน.ทรัมป์ออกมาตอบโต้ด้วยการประกาศเก็บภาษี 100% สำหรับสินค้าจีนทั้งหมด และคุมเข้มการส่งออกซอฟต์แวร์สำคัญ โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. อย่างไรก็ดี ในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (12 ต.ค.) ปธน.ทรัมป์มีท่าทีอ่อนลง โดยเขากล่าวว่า ทุกอย่างจะเป็นไปในทางที่ดี และสหรัฐฯ ไม่ต้องการทำร้ายจีน
  • นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาสถานการณ์ชัตดาวน์หน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด และยังไม่มีสัญญาณบ่งชี้ว่าจะสามารถตกลงกันได้เกี่ยวกับการผ่านร่างงบประมาณชั่วคราว 

 

ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน

  • สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันจันทร์ หลังจากสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ยืนยันว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะยังคงพบปะกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ตามกำหนดการเดิมในช่วงสิ้นเดือนนี้ ซึ่งข่าวดังกล่าวช่วยให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับความตึงเครียดด้านการค้าระหว่างสองประเทศ
  • ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนพ.ย. เพิ่มขึ้น 59 เซนต์ หรือ 1% ปิดที่ 59.49 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 59 เซนต์ หรือ 0.94% ปิดที่ 63.32 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • รวมถึงราคาน้ำมันยังได้แรงหนุนจากรายงานที่ว่า จีนนำเข้าน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น 3.9% ในเดือนก.ย. แตะที่ระดับ 11.5 ล้านบาร์เรล/วัน รวมทั้งการที่กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ยังคงคาดการณ์การขยายตัวของอุปสงค์น้ำมันทั่วโลกที่ค่อนข้างสูงสำหรับปีนี้และปีหน้า
  • อย่างไรก็ดี สัญญาณที่บ่งชี้ถึงแนวโน้มสันติภาพในตะวันออกกลางได้สกัดแรงบวกของราคาน้ำมัน โดยล่าสุดกลุ่มฮามาสได้ปล่อยตัวประกันชาวอิสราเอลที่ยังมีชีวิตรอด 20 คนสุดท้าย ภายใต้ข้อตกลงหยุดยิงที่สหรัฐฯ เป็นคนกลาง

 

ข่าวเกี่ยวกับการเมือง

  • ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ประกาศ 'ยุติ' สงคราม ภายหลังสิ้นสุดวัน กลุ่มฮามาสได้ปล่อยตัวประกันที่ยังมีชีวิตอยู่ 20 คน ขณะที่อิสราเอลได้ปล่อยนักโทษชาวปาเลสไตน์ประมาณ 2,000 คน ซึ่งทั้งหมดเป็นส่วนหนึ่งของแผนสันติภาพ 20 ประการ ที่รัฐบาลทรัมป์ประกาศใช้
  • อย่างไรก็ตาม สันติภาพที่เกิดขึ้นนี้ยังคงมีความเปราะบางสูง และเป็นที่น่ากังวลว่าข้อตกลงดังกล่าวจะยั่งยืนไหรือไม่ สิ่งที่ตอกย้ำความกังวลคือถ้อยแถลงของ รัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอล ทันทีหลังประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวสุนทรพจน์จบ โดยเขาระบุว่า กลุ่มฮามาสละเมิดข้อตกลงสำคัญ โดยไม่ยอมส่งมอบร่างของผู้เสียชีวิตจากกลุ่มตัวประกันทั้งหมดตามที่ตกลงไว้

 

ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท

  • นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS  รายงานว่า ค่าเงินบาท เมื่อช่วงเช้าวันที่ 14 ตุลาคม 2568 เปิดตัวแข็งค่าขึ้น ที่ระดับ 32.61 บาทต่อดอลลาร์ เทียบกับระดับปิดสัปดาห์ก่อนที่ 32.72 บาทต่อดอลลาร์ คาดการณ์กรอบเงินบาทในวันนี้ 32.45–32.65 บาทต่อดอลลาร์

 


ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest

Tags : ข่าวทองข่าวทอง ทอง ราคาทอง

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com