• สรุปข่าวราคาทองคำ ประจำวันที่ 09 ตุลาคม 2568

    9 ตุลาคม 2568 | Gold News

 

สรุปตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ

-

ข่าวเกี่ยวกับทองคำ

  • สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นในวันพุธ โดยราคาทองคำทำสถิติสุงสุดอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางกระแสคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนนี้ นอกจากนี้ ความไม่แน่นอนด้านเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ยังเป็นปัจจัยหนุนแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
  • ราคาทองคำตลาดโลกปิดปรับตัวขึ้น 55.63 เหรียญ หรือ 1.4% ที่ระดับ 4,041.9 เหรียญ ขณะที่เช้านี้อยู่ที่ระดับ 4,030.93 เหรียญ
  • สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 66.1 ดอลลาร์ หรือ 1.65% ปิดที่ 4,070.5 ดอลลาร์/ออนซ์
  • กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าซื้อเข้า 1.43 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 1,014.58 ตันภาพรวมเดือนตุลาคม ซื้อสุทธิ 1.7 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ซื้อสุทธิ 142.06 ตัน
  • นักวิเคราะห์จากบริษัท Metals Focus กล่าวว่า ความแข็งแกร่งของราคาทองคำในขณะนี้สะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนมีความต้องการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้น ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ รวมทั้งแรงหนุนจากแนวโน้มการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเฟด การเข้าซื้อทองคำอย่างต่อเนื่องของธนาคารกลาง และเม็ดเงินที่ไหลเข้าสู่กองทุน ETF ทองคำ โดยนักวิเคราะห์รายนี้คาดว่าราคาทองมีโอกาสพุ่งแตะระดับ 5,000 ดอลลาร์/ออนซ์
  • ขณะที่นักวิเคราะห์จาก Natixis เตือนว่าทองคำอาจเผชิญความผันผวนระยะสั้น แม้แนวโน้มโดยรวมยังเป็นขาขึ้นเขาคาดว่าราคาทองคำอาจปรับฐานลง 5–10% ในช่วง 2–3 เดือนข้างหน้า ก่อนกลับมาฟื้นตัวในปี 2569 พร้อมระบุว่าความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์และสถานการณ์การเมืองสหรัฐฯที่ดีขึ้น อาจเป็นปัจจัยกดดันราคาชั่วคราว
  • สภาทองคำโลกเปิดเผยว่า กองทุน ETF ทองมีกระแสเงินไหลเข้ามากถึง 6.4 หมื่นล้านดอลลาร์นับตั้งแต่ต้นปีนี้ โดยเฉพาะเดือนก.ย.เพียงเดือนเดียวมีเม็ดเงินไหลเข้ามากถึง 1.73 หมื่นล้านดอลลาร์นอกจากนี้ นักวิเคราะห์ระบุว่า การที่นักลงทุนมีความกังวลว่าจะพลาดโอกาส หรือตกขบวน (fear of missing out) หรือ FOMO ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่หนุนราคาทองในช่วงนี้

 

ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง

  • ดัชนีดอลลาร์ ปรับตัวขึ้น 0.13 จุด หรือ 0.13% มาอยู่ที่ระดับ 98.74 จุด
  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี  ปรับตัวลดลง -0.03 % มาอยู่ที่ระดับ 4.109% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวขึ้น 0.01 % มาอยู่ที่ระดับ 3.578% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ0.53%
  • การปิดหน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐฯ ได้ล่วงเข้าสู่วันที่ 8 ส่งผลให้ไม่มีการรายงานข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญ ซึ่งทำให้นักลงทุนหันไปจับตารายงานการประชุมประจำเดือนก.ย.ของเฟด
  • ทั้งนี้ รายงานการประชุมประจำวันที่ 16-17 ก.ย.ของเฟดระบุว่า การที่ตลาดแรงงานของสหรัฐฯ เผชิญกับความเสี่ยงมากขึ้นนั้น ถือเป็นเหตุผลเพียงพอที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย แต่กรรมการเฟดก็ยังคงระมัดระวังเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อสูง นอกจากนี้ แม้ว่ากรรมการเฟดส่วนใหญ่เห็นพ้องว่าเป็นเรื่องเหมาะสมที่เฟดจะเดินหน้าปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีกในปีนี้ แต่กรรมการเฟดไม่ได้ระบุถึงช่วงเวลาในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม
  • อย่างไรก็ดี นักลงทุนยังคงให้น้ำหนักมากถึง 92.5% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมเดือนนี้ และคาดว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีก 0.25% ในการประชุมเดือนธ.ค

 

ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจ

  • ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดขยับลงเล็กน้อยในวันพุธ แต่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ดีดตัวขึ้นปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยได้แรงหนุนจากความแข็งแกร่งของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ขณะที่นักลงทุนประเมินรายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ซึ่งบ่งชี้ว่า กรรมการเฟดยังคงสนับสนุนการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม แต่ก็มีท่าทีระมัดระวังเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อ
  • ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 46,601.78 จุด ลดลง 1.20 จุด หรือ -0.003%
  • ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,753.72 จุด เพิ่มขึ้น 39.13 จุด หรือ +0.58% 
  • ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 23,043.38 จุด เพิ่มขึ้น 255.02 จุด หรือ +1.12%
  • ดัชนี Nasdaq พุ่งขึ้นกว่า 1% โดยได้ปัจจัยหนุนจากแรงซื้อหุ้นบริษัทเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ขณะที่นักวิเคราะห์จากบริษัท U.S. Bank Wealth Management กล่าวว่า หุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI ยังคงได้รับความสนใจจากนักลงทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีข่าวการทำข้อตกลงทางธุรกิจระหว่างบริษัท AI รายใหญ่หลายรายในช่วงที่ผ่านมา

 

ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน

  • สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกกว่า 1% ในวันพุธ โดยได้ปัจจัยหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่าข้อตกลงสันติภาพระหว่างรัสเซียและยูเครนที่ยังไม่มีความคืบหน้าจะทำให้รัสเซียยังคงถูกคว่ำบาตร รวมทั้งรายงานของสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐฯ (EIA) ที่บ่งชี้ว่าการใช้น้ำมันภายในประเทศปรับตัวสุงขึ้น
  • สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนพ.ย. เพิ่มขึ้น 82 เซนต์ หรือ 1.33% ปิดที่ 62.55 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 80 เซนต์ หรือ 1.2% ปิดที่ 66.25 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • สัญญาน้ำมัน WTI ปิดที่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 29 ก.ย. และสัญญาน้ำมันเบรนท์ปิดที่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 30 ก.ย.
  • นักการทูตระดับสูงของรัสเซียเปิดเผยว่า ข้อตกลงสันติภาพกับยูเครนยังไม่มีความคืบหน้าในขณะนี้ สะท้อนให้เห็นว่ารัสเซียยังคงอยู่ภายใต้แรงกดดันของมาตรการคว่ำบาตร ซึ่งทำให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานล้นตลาด หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีการประเมินจากนักวิเคราะห์ว่า ข้อตกลงสันติภาพอาจทำให้น้ำมันรัสเซียไหลเข้าสู่ตลาดโลกได้มากขึ้น 

 

ข่าวเกี่ยวกับการเมือง

  • ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่า อิสราเอลและกลุ่มฮามาสได้ลงนามข้อตกลงสันติภาพเฟสแรก โดยจะมีการปล่อยตัวประกันทั้งหมดในเร็ว ๆ นี้ และอิสราเอลจะถอนทหารออกตามเส้นที่กำหนด ทรัมป์ระบุว่านี่คือก้าวแรกของสันติภาพ โดยฝ่ายฮามาสเผยว่าจะปล่อยตัวประกันภายใน 72 ชั่วโมง โดยทรัมป์เตรียมเดินทางไปอียิปต์และอาจเยือนอิสราเอลในช่วงที่มีการปล่อยตัวประกันสุดสัปดาห์นี้
  • สมาชิกรัฐสภาสหรัฐฯ เรียกร้องให้เพิ่มความเข้มงวดในการห้ามขายอุปกรณ์ผลิตชิปให้จีน หลังผลการสอบสวนของคณะกรรมการร่วมสองพรรคพบว่า บริษัทจีนสั่งซื้ออุปกรณ์เทคโนโลยีขั้นสูงรวมมูลค่า 3.8 หมื่นล้านดอลลาร์ในปีที่ผ่านมา

 

ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท

  • นักบริหารการเงิน เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ  32.55 บาทต่อดอลลาร์อ่อนค่าลงเล็กน้อย แทบไม่เปลี่ยนแปลงจากระดับปิดวันที่ผ่านมา ณ ระดับ  32.52 บาทต่อดอลลาร์ มองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 32.45-32.65 บาทต่อดอลลาร์
  • คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการฯ มีมติ 5 ต่อ 2 เสียง ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.50% ต่อปี ทั้งนี้ 2 เสียง ให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% จาก 1.50% เป็น 1.25%
  • คณะกรรมการฯ คาดว่า เศรษฐกิจไทยในปี 2568 มีแนวโน้มขยายตัวได้ 2.2% และปี 2569 ขยายตัวได้ 1.6% (จากเดิมคาดปี 68 ขยายตัว 2.3% และปี 69 ขยายตัว 1.7%) โดยเศรษฐกิจในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ ขยายตัวดีตามที่ประเมินไว้ ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการเร่งผลิตและส่งออกไปยังสหรัฐฯ อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 และปี 2569 มีแนวโน้มชะลอลง จากผลกระทบของมาตรการภาษีสหรัฐฯ

 


ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest

Tags : ข่าวทองข่าวทอง ทอง ราคาทอง

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com