• สรุปข่าวราคาทองคำ ประจำวันที่ 02 ตุลาคม 2568

    2 ตุลาคม 2568 | Gold News

 

สรุปตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ

  • ADP Non-Farm Employment Change ออกมา -32K ต่ำกว่าคาดการณ์ 52K แต่สูงจากครั้งก่อน -3K         
  • Final Manufacturing PMI ออกมาทรงตัวจากคาดการณ์และครั้งก่อนที่  52.0      
  • ISM Manufacturing PMI ออกมา 49.1 สูงกว่าคาดการณ์ 49.0 และครั้งก่อน 48.7
  • ISM Manufacturing Prices ออกมา 61.9 ต่ำกว่าคาดการณ์ 62.7 และครั้งก่อน 63.7
  • ภาพรวมตัวเลขการจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐฯ ลดลง 32,000 ตำแหน่งในเดือนก.ย. ซึ่งเป็นการปรับตัวลงมากที่สุดในรอบ 2 ปีครึ่ง นอกจากนี้ ADP ได้ปรับทบทวนตัวเลขการจ้างงาน ในเดือนส.ค.เป็นลดลง 3,000 ตำแหน่ง จากเดิมรายงานว่าเพิ่มขึ้นถึง 54,000 ตำแหน่ง

ข่าวเกี่ยวกับทองคำ

  • สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันพุธ และทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์อย่างต่อเนื่อง โดยได้แรงหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ และจากการที่นักลงทุนเข้าซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยหลังจากหน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐฯ ถูกปิดดำเนินการเนื่องจากขาดงบประมาณ หรือชัตดาวน์ นอกจากนี้ ตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนที่อ่อนแอเกินคาดยังเป็นปัจจัยสนับสนุนการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะเดินหน้าปรับลดอัตราดอกเบี้ย
  • ราคาทองคำตลาดโลกปิดปรับตัวขึ้น 5.45 เหรียญ หรือ 0.14% อยูที่ระดับ 3,865.53 เหรียญ ขณะที่เช้านี้อยู่ที่ระดับ 3,864.88 เหรียญ
  • สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 24.3 ดอลลาร์ หรือ 0.63% ปิดที่ 3,897.50 ดอลลาร์/ออนซ์
  • กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าซื้อเข้า 6.01 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 1,018.89 ตันภาพรวมเดือนตุลาคม ซื้อสุทธิ 6.01 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ซื้อสุทธิ 146.37 ตัน
  • Goldman Sachs Research คาดการณ์ว่าราคาทองคำจะทะยานขึ้นอีก 6% แตะระดับ 4,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ภายในไตรมาส 2 ปี 2569 โดยมีแรงผลักดันหลักจาก อุปสงค์เชิงโครงสร้างที่แข็งแกร่งจากธนาคารกลาง และการผ่อนคลายนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ ซึ่งจะหนุนความต้องการของกองทุน ETF ทองคำ

 

ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง

  • ดัชนีดอลลาร์ ปรับตัวลดลง -0.12 จุด หรือ -0.12% มาอยู่ที่ระดับ 97.7 จุด
  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี  ปรับตัวลดลง -0.06 % มาอยู่ที่ระดับ 4.094% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวลดลง -0.08 % มาอยู่ที่ระดับ 3.537% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ0.56%
  • ข้อมูลแรงงานที่อ่อนแอเป็นปัจจัยสนับสนุนการคาดการณ์ที่ว่าเฟดจะเดินหน้าปรับลดอัตราดอกเบี้ย โดยล่าสุด FedWatch ของ CME Group ระบุว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 99% ต่อการคาดการณ์ที่ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมวันที่ 28-29 ต.ค.
  • ลอรี โลแกน ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) สาขาดัลลัส กล่าวว่า คณะกรรมการเฟดควรใช้ความระมัดระวังในการพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม เนื่องจากเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูงกว่าเป้าหมาย และตลาดแรงงานค่อนข้างมีความสมดุล
  • ออสตัน กูลสบี ประธาน Fed สาขาชิคาโก เตือนว่า การขาดแคลนข้อมูลทางการระหว่างที่รัฐบาลสหรัฐฯ "ชัตดาวน์" จะทำให้ ธนาคารกลางตีความภาวะเศรษฐกิจได้ยากขึ้น โดยเฉพาะข้อมูลสำคัญอย่างสถิติเงินเฟ้อที่ส่วนใหญ่พึ่งพาแหล่งข้อมูลจากรัฐบาล
  • สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ Fitch Ratings แถลงว่า การปิดหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฯ ที่เกิดขึ้นจากความขัดแย้งทางการเมืองจะไม่ส่งผลกระทบต่อ อันดับความน่าเชื่อถือของประเทศในระยะใกล้ แต่ผลกระทบต่อเศรษฐกิจจะขึ้นอยู่กับระยะเวลาและความรุนแรงของการปิด ขณะที่คาดการณ์ว่าการขาดดุลของรัฐบาลกลางจะลดลงเหลือ 6.8% ของ GDP ในปี 2568 จาก 7.7% ในปี 2567 เนื่องจากรายได้จากภาษีศุลกากรที่เพิ่มสูงขึ้น
  • ด้าน S&P Global Ratings ระบุว่า โดยทั่วไปแล้ว การปิดหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฯ จะมีผลกระทบเพียงเล็กน้อยต่อเศรษฐกิจโดยรวม และไม่ถือเป็นเหตุการณ์ด้านเครดิตที่จะส่งผลกระทบต่ออันดับความน่าเชื่อถือของประเทศโดยตรง
  • อย่างไรก็ตาม S&P เตือนถึง ผลกระทบทางอ้อมที่อาจสะสมในระยะยาว เนื่องจากพนักงานที่ถูกพักงานลดการใช้จ่าย และความล่าช้าของข้อมูลเศรษฐกิจจะเพิ่มความไม่แน่นอนให้กับธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) โดย S&P ประเมินว่าการปิดทำการอาจทำให้ GDP ลดลง 0.1% ถึง 0.2% ต่อทุกสัปดาห์ที่รัฐบาลปิดทำการ

 

ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจ

  • ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกติดต่อกันเป็นวันที่ 3 ในวันพุธ ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์ ขณะที่นักลงทุนมองข้ามการปิดหน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐฯ หรือชัตดาวน์ และตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนที่อ่อนแอเกินคาด
  • ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 46,441.10 จุด เพิ่มขึ้น 43.21 จุด หรือ +0.09%
  • ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,711.20 จุด เพิ่มขึ้น 22.74 จุด หรือ +0.34% 
  • ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 22,755.16 จุด เพิ่มขึ้น 95.15 จุด หรือ +0.42%
  • ตลาดหุ้นสหรัฐฯ 3 ดัชนีหลักอ่อนตัวลงในช่วงเปิดตลาด เนื่องจากหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฯ เข้าสู่ภาวะ "ชัตดาวน์" ครั้งแรกในรอบเกือบ 7 ปี หลังพรรคเดโมแครตและรีพับลิกันไม่สามารถบรรลุข้อตกลงงบประมาณชั่วคราวได้
  • นอกจากนี้ นักวิเคราะห์รายดังกล่าวยังตั้งข้อสังเกตว่า นักลงทุนในตลาดมองข้ามข่าวการชัตดาวน์หน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐฯ เนื่องจากสถิติในอดีตที่ผ่านมาพบว่า ตลาดยังคงมีความยืดหยุ่นแม้ในช่วงที่เกิดการชัตดาวน์ โดยข้อมูลจากดอยซ์แบงก์ (Deutsche Bank) ระบุว่า ดัชนี S&P500 สามารถปรับตัวขึ้นเมื่อครั้งที่หน่วยงานของรัฐบาลถูกชัตดาวน์ในช่วงปลายปี 2561 จนถึงต้นปี 2562
  • การชัตดาวน์หน่วยงานของรัฐบาลอาจส่งผลให้กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ ต้องเลื่อนการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือนก.ย.ออกไปจากกำหนดเดิมในวันศุกร์ที่ 3 ต.ค. 

 

ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน

  • ราคาน้ำมันดิบ WTI และ Brent ปิดลบในวันพุธ แตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม/มิถุนายน โดยมีปัจจัยกดดันหลักจาก กระแสคาดการณ์ ที่ว่ากลุ่ม โอเปกพลัส (OPEC+) อาจเพิ่มกำลังการผลิตถึง 500,000 บาร์เรลต่อวัน ในเดือนพฤศจิกายน เพื่อทวงคืนส่วนแบ่งตลาด แม้กลุ่มโอเปกพลัสจะออกมาปฏิเสธข่าวนี้แล้วก็ตาม
  • สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนพ.ย. ลดลง 59 เซนต์ หรือ 0.95% ปิดที่ 61.78 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 68 เซนต์ หรือ 1.03% ปิดที่ 65.35 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • นักวิเคราะห์จากบริษัท PVM Oil Associates กล่าวว่า ขณะนี้นักลงทุนหันไปจับตาภาวะอุปทานชะงักงันในรัสเซีย อันเนื่องมาจากการที่ยูเครนยกระดับการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในรัสเซีย ขณะที่รองนายกรัฐมนตรีรัสเซียกล่าวว่า สถานการณ์ด้านอุปทานเชื้อเพลิงโดยรวมในประเทศยังคงอยู่ภายใต้การควบคุม แม้ว่าบางภูมิภาคจะประสบปัญหาขาดแคลนเชื้อเพลิงก็ตาม

 

ข่าวเกี่ยวกับการเมือง

  • ปธน. โดนัลด์ ทรัมป์ กำลังใช้ภาวะ "ชัตดาวน์" เป็นเครื่องมือเพื่อ ลดขนาดราชการ โดยผู้อำนวยการงบประมาณส่งสัญญาณว่าอาจมีการ เลิกจ้างพนักงานรัฐบาล ภายใน 1-2 วัน นอกจากนี้ รัฐบาลยังใช้ภาวะชัตดาวน์เพื่อระงับงบโครงสร้างพื้นฐานกว่า 1.8 หมื่นล้านดอลลาร์ในนิวยอร์ก ซึ่งเป็นฐานเสียงของเดโมแครต และเตรียมตัดงบพลังงานหมุนเวียน 8 พันล้านดอลลาร์ในรัฐที่เคยโหวตให้คู่แข่ง แม้ทั้งสองฝ่ายกำลังหาทางออก ทรัมป์ย้ำว่าจะใช้การปิดหน่วยงานนี้กดดันพรรคเดโมแครตให้ยอมอ่อนข้อ
  • การปิดทำการของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาคการเกษตร โดยทำให้ การจ่ายเงินบางส่วนแก่เกษตรกรหยุดชะงัก และ การขอสินเชื่อของรัฐบาลกลางล่าช้า ซึ่งยิ่งซ้ำเติมเกษตรกรที่กำลังประสบปัญหาราคาพืชผลต่ำและหนี้สินสูงในช่วงฤดูเก็บเกี่ยว
  • เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ศาลฎีกา มีคำสั่งอนุญาตให้ ลิซา คุก กรรมการ Fed ยังคงอยู่ในตำแหน่ง ต่อไปได้ จนกว่าจะมีการพิจารณาคดีในเดือนมกราคม ว่าประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ มีอำนาจทางกฎหมายในการปลดเธอหรือไม่

 

ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท

  • นักบริหารการเงิน เปิดเผยว่า  ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ  32.43 บาทต่อดอลลาร์  “อ่อนค่าลงเล็กน้อย แทบไม่เปลี่ยนแปลงมองกรอบเงินบาทวันนี้  คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 32.30-32.55 บาทต่อดอลลาร์
  • ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจ ประจำเดือนกันยายน 2568 ปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่ 48.0 จาก 47.5 ในเดือนสิงหาคม โดยเพิ่มขึ้นทั้งความเชื่อมั่นในปัจจุบันและ 3 เดือนข้างหน้า อย่างไรก็ตาม ภาพรวมไตรมาส 3/2568 ความเชื่อมั่นในปัจจุบันลดลงจากไตรมาสก่อนหน้า โดยเฉพาะภาคการผลิตที่เกี่ยวกับการส่งออก แต่คาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้า ปรับเพิ่มขึ้น จากปัจจัยฤดูกาลท่องเที่ยวและผลบวกของโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ "คนละครึ่ง" ของภาครัฐ

 

 



ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest

Tags : ข่าวทองข่าวทอง ทอง ราคาทอง

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com