• สรุปข่าวราคาทองคำ ประจำวันที่ 30 กันยายน 2568

    30 กันยายน 2568 | Gold News

 

สรุปตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ

  • Pending Home Sales m/m ออกมาที่ 4.0% สูงกว่าคาดการณ์ที่ 0.2% และครั้งก่อนที่ -0.3%

ข่าวเกี่ยวกับทองคำ

  • สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในวันจันทร์ โดยได้แรงหนุนจากความหวังที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะเดินหน้าปรับลดอัตราดอกเบี้ย นอกจากนี้ ความวิตกกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงที่หน่วยงานของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ จะถูกปิดทำการ (ชัตดาวน์) และสถานการณ์ตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ ยังทำให้นักลงทุนแห่ซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย
  • ราคาทองคำตลาดโลกปิดปรับตัวขึ้น 69.14 เหรียญ หรือ 1.84% ที่ระดับ 3,833.88 เหรียญ ขณะที่เช้านี้ขึ้นมาทำจุดสูงสุดใหม่ ที่ระดับ 3,851 เหรียญ
  • สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 46.2 ดอลลาร์ หรือ 1.21% ปิดที่ 3,855.20 ดอลลาร์/ออนซ์
  • กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าซื้อเข้า 6.01 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 1,011.73 ตันภาพรวมเดือนกันยายน ซื้อสุทธิ 34.05 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ซื้อสุทธิ 139.21 ตัน

 

ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง

  • ดัชนีดอลลาร์ ปรับตัวลดลง -0.19 จุด หรือ -0.19% มาอยู่ที่ระดับ 97.97 จุด
  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี  ปรับตัวลดลง -0.02 % มาอยู่ที่ระดับ 4.144% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวลดลง -0.01 % มาอยู่ที่ระดับ 3.625% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ 0.52%
  • เบธ แฮมแมก ประธานเฟดสาขาคลีฟแลนด์ ซึ่งเป็นหนึ่งในเจ้าหน้าที่สาย "เหยี่ยว" (Hawkish) ที่สนับสนุนการคุมเข้มนโยบายการเงิน กล่าวว่า เฟด จำเป็นต้องเดินหน้าคุมเข้มนโยบายการเงินต่อไป เพื่อควบคุมอัตราเงินเฟ้อ
  • อัลเบอร์โต มูซาเลม ประธานเฟดสาขาเซนต์หลุยส์ กล่าวว่า เขาเปิดกว้างสำหรับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม แต่เฟดต้องดำเนินการอย่างระมัดระวังและ คงอัตราดอกเบี้ยให้สูงพอ เพื่อสกัดเงินเฟ้อที่ยังคงสูงกว่าเป้าหมาย 2% ของเฟด
  • จอห์น วิลเลียมส์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) สาขานิวยอร์ก ระบุว่า ความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อลดลง แต่ ความเสี่ยงด้านการจ้างงานกลับเพิ่มขึ้น และกล่าวว่า  "การลดอัตราดอกเบี้ยลงเล็กน้อย เพื่อผ่อนคลายข้อจำกัดต่างๆ จึงเป็นสิ่งที่ สมเหตุสมผล"
  • อาซาฮิ โนกุจิ กรรมการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ซึ่งปกติสนับสนุนนโยบายดอกเบี้ยต่ำ นั้น ได้ออกมาส่งสัญญาณว่า ความจำเป็นในการขึ้นดอกเบี้ยในตอนนี้มีมากกว่าที่เคยเป็นมา

 

ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจ

  • ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันจันทร์ ขณะที่ดัชนี Nasdaq ดีดตัวขึ้นกว่า 100 จุด โดยได้แรงหนุนจากการที่นักลงทุนเข้าซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี และมองข้ามปัจจัยลบเกี่ยวกับความเสี่ยงที่หน่วยงานของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ จะถูกปิดทำการ (ชัตดาวน์) รวมทั้งการความคิดเห็นในเชิงสนับสนุนการคุมเข้มนโยบายการเงินของเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)
  • ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 46,316.07 จุด เพิ่มขึ้น 68.78 จุด หรือ +0.15%
  • ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,661.21 จุด เพิ่มขึ้น 17.51 จุด หรือ +0.26% 
  • ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 22,591.15 จุด เพิ่มขึ้น 107.09 จุด หรือ +0.48%
  • หุ้น Nvidia ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิป AI รายใหญ่ของสหรัฐฯ พุ่งขึ้น 2% ขณะที่หุ้นบริษัท AI รายอื่น ๆ ดีดตัวขึ้นเช่นกัน โดยหุ้น Advanced Micro Devices (AMD) พุ่งขึ้น 1.2% หุ้น Micron Technology ทะยานขึ้น 4.2% และหุ้น Microsoft ปรับตัวขึ้น 0.6%
  • นักลงทุนจับตาการหารือระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กับแกนนำทั้งสี่ของสภาคองเกรสที่ทำเนียบขาวในวันนี้ (30 ก.ย.) เพื่อหาทางหลีกเลี่ยงวิกฤติชัตดาวน์ โดยแกนนำทั้งสี่คนได้แก่ ไมค์ จอห์นสัน ประธานสภาผู้แทนราษฎร, ฮาคีม เจฟฟรีส์ ผู้นำเสียงข้างน้อยในสภาผู้แทนราษฎร, จอห์น ธูน ผู้นำเสียงข้างมากในวุฒิสภา และชัค ชูเมอร์ ผู้นำเสียงข้างน้อยในวุฒิสภา
  • กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ ระบุว่า ทางกระทรวงจะไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญ หากสมาชิกสภาคองเกรสไม่สามารถตกลงกันเกี่ยวกับการจัดสรรงบประมาณเพื่อหลีกเลี่ยงชัตดาวน์ได้ก่อนกำหนดเส้นตายในช่วงเที่ยงคืนของวันที่ 30 ก.ย.ตามเวลาสหรัฐ (ตรงกับเวลา 11.00 น.ของวันที่ 1 ต.ค.ตามเวลาไทย) โดยข้อมูลเศรษฐกิจที่จะได้รับผลกระทบได้แก่ตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานซึ่งมีกำหนดเผยแพร่ในวันที่ 2 ต.ค., ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรที่มีกำหนดเผยแพร่ในวันที่ 3 ต.ค. และดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ที่มีกำหนดเผยแพร่ในวันที่ 15 ต.ค.
  • ผู้เชี่ยวชาญจาก UBS Global Wealth Management แนะให้นักลงทุน อย่าตื่นตระหนกกับความกลัวเรื่องรัฐบาลปิดทำการ (Shutdown) แต่ให้มุ่งเน้นที่ปัจจัยพื้นฐานที่แท้จริงซึ่งขับเคลื่อนตลาดมากกว่า ได้แก่ ทิศทางระยะยาวของเฟด (นโยบายอัตราดอกเบี้ย), ผลประกอบการของบริษัทที่ยังคงแข็งแกร่ง และ การเติบโตของการลงทุนในเทคโนโลยี AI
  • ด้านประเทศจีน ประกาศอัดฉีดเงินทุนมหาศาลมูลค่า 500,000 ล้านหยวน (ประมาณ 70,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) เพื่อ กระตุ้นการลงทุนภายในประเทศ และเร่งฟื้นฟูการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยแผนดังกล่าวจะดำเนินการผ่าน ธนาคารนโยบายของรัฐ (Policy Banks) ที่จะนำเงินไปลงทุนในโครงการต่างๆ โดยตรง

 

ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน

  • สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 3% ในวันจันทร์ ท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะน้ำมันล้นตลาด หลังจากมีข่าวว่ากลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และชาติพันธมิตร หรือโอเปกพลัส เตรียมเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันอีกในเดือนพ.ย. และภูมิภาคเคอร์ดิสถานของอิรักได้กลับมาส่งออกน้ำมันผ่านทางตุรกีอีกครั้ง
  • สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนพ.ย. ลดลง 2.27 ดอลลาร์ หรือ 3.45% ปิดที่ 63.45 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนพ.ย. ลดลง 2.16 ดอลลาร์ หรือ 3.08% ปิดที่ 67.97 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • ราคาน้ำมันร่วงลงหลังจากสื่อรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า กลุ่มโอเปกพลัสจะปรับเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันอีกอย่างน้อย 137,000 บาร์เรล/วันสำหรับเดือนพ.ย. ในการประชุมกำหนดนโยบายการผลิตในวันที่ 5 ต.ค. นี้ โดยมีเป้าหมายเพื่อชิงส่วนแบ่งตลาด
  • ราคาน้ำมันยังถูกกดดันจากข่าวที่ว่า รัฐบาลกลางอิรักและรัฐบาลของภูมิภาคเคอร์ดิสถานได้บรรลุข้อตกลงกับบริษัทน้ำมันเพื่อกลับมาส่งออกน้ำมันดิบผ่านตุรกีอีกครั้ง ซึ่งจะทำให้มีการส่งออกน้ำมันราว 230,000 บาร์เรล/วันจากเคอร์ดิสถานซึ่งเป็นเขตปกครองตนเองทางตอนเหนือของอิรัก หลังถูกระงับการส่งออกตั้งแต่เดือนมีนาคม 2566

 

ข่าวเกี่ยวกับการเมือง

  • ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และนายกฯ เบนจามิน เนทันยาฮู ประกาศบรรลุข้อตกลง แผนสันติภาพกาซา 20 ข้อ ฉบับใหม่ พร้อมเตือนกลุ่ม ฮามาสให้ยอมรับ สาระสำคัญของแผนคือการเสนอให้ ยุติปฏิบัติการทางทหารทันที และจัดตั้ง "คณะกรรมการสันติภาพ" เพื่อกำกับดูแล โดยมีประธานาธิบดีทรัมป์เป็นประธาน

 

ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท

  • นักบริหารการเงิน เปิดเผยว่า  ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ  32.22 บาทต่อดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย แทบไม่เปลี่ยนแปลงจากระดับปิดวันที่ผ่านมา ณ ระดับ  32.26 บาทต่อดอลลาร์ มองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 32.15-32.45 บาทต่อ ดอลลาร์

 





ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest

Tags : ข่าวทองข่าวทอง ทอง ราคาทอง

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com