• สรุปข่าวราคาทองคำ ประจำวันที่ 25 กันยายน 2568

    25 กันยายน 2568 | Gold News

 

สรุปตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ

  • New Home Sales ออกมาที่ 800K สูงกว่าคาดการณ์ที่ 650K และครั้งก่อนที่ 664K
  • ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ออกมาดีเกินคาดส่งผลให้ราคาทองคำปรับตัวลดลง โดยในเดือนสิงหาคม ยอดขายบ้านใหม่ของสหรัฐฯ พุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ต้นปี 2565 ซึ่งช่วยคลายความกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ

ข่าวเกี่ยวกับทองคำ

  • สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันพุธ เนื่องจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์เป็นปัจจัยฉุดตลาด ขณะที่นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึงดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เพื่อประเมินทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)
  • ราคาทองคำตลาดโลกปิดปรับตัวลดลง -29.15 เหรียญ หรือ -0.77% อยูที่ระดับ 3,736.16 เหรียญ ขณะที่เช้านี้ราคาทองคำอยู่ที่ระดับ 3,743.65 เหรียญ
  • สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 47.6 ดอลลาร์ หรือ 1.25% ปิดที่ 3,768.1 ดอลลาร์/ออนซ์
  • กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าขายออก 3.72 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 996.85 ตันภาพรวมเดือนกันยายน ซื้อสุทธิ 19.17 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ซื้อสุทธิ 124.33 ตัน
  • นักวิเคราะห์จาก Blue Line Futures กล่าวว่า นักลงทุนในตลาดทองคำยังคงประเมินการแสดงความเห็นของเจ้าหน้าที่เฟด รวมถึงสถานการณ์ตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างยูเครนและรัสเซีย ขณะเดียวกันนักลงทุนมีท่าทีระมัดระวังการซื้อขายก่อนการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯ

 

ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง

  • ดัชนีดอลลาร์ ปรับตัวขึ้น 0.56 จุด หรือ 0.58% มาอยู่ที่ระดับ 97.8 จุด
  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้น 0.04 % มาอยู่ที่ระดับ 4.137% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวขึ้น 0.04 % มาอยู่ที่ระดับ 3.6% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ0.54%
  • นักลงทุนยังคงคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้ โดยล่าสุด CME FedWatch Tool บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 94% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมเดือนต.ค. และให้น้ำหนัก 77% ที่เฟดจะปรับลดดอกเบี้ยลงอีก 0.25% ในการประชุมเดือนธ.ค.
  • นักลงทุนกำลังจับตาความคิดเห็นของเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ โดยเมื่อวันพุธ สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้แสดงความไม่พอใจที่ เจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ยังไม่ได้ประกาศแผนการลดอัตราดอกเบี้ยที่ชัดเจน 

  • ขณะที่ สก็อตต์ เบสเซนต์ เปิดเผยว่า รัฐบาลกำลังมองหาบุคคลที่มี "ความคิดเปิดกว้าง" เพื่อดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) คนต่อไป โดยกำลังดำเนินการสัมภาษณ์ผู้สมัคร 11 คน เพื่อมาแทนที่ประธานเฟดคนปัจจุบัน เบสเซนต์กล่าวว่า เขาต้องการคนที่สามารถมองไปข้างหน้า ไม่ใช่คนที่มองแต่ประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา และคาดว่าจะสัมภาษณ์ผู้สมัครรอบแรกแล้วเสร็จภายในสัปดาห์แรกของเดือนตุลาคมนี้ โดยเขาวางแผนที่จะเสนอรายชื่อผู้สมัครที่เหมาะสมที่สุดให้ทรัมป์พิจารณาต่อไป
  • ออสตัน กูลส์บี ประธานเฟดสาขาชิคาโก แสดงความลังเลที่จะสนับสนุนการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของ Fed เนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบันที่ อัตราเงินเฟ้อ ยังสูงกว่าเป้าหมายและมีแนวโน้มไปในทิศทางที่ไม่ถูกต้อง ขณะที่ ตลาดแรงงาน ยังคงมีเสถียรภาพและแข็งแกร่งเป็นส่วนใหญ่
  • แมรี่ เดลีย์ ประธานเฟดสาขาซานฟรานซิสโก ได้แสดงความเห็นว่าเธอ "สนับสนุนอย่างเต็มที่" กับการตัดสินใจลดอัตราดอกเบี้ยของ Fed ในสัปดาห์ที่ผ่านมา และมองว่าอาจมีการลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมในอนาคต นอกจากนี้ เธอยังไม่คาดว่าจะเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย และไม่เห็นด้วยกับแนวคิดที่ว่าเศรษฐกิจกำลังจะเข้าสู่ภาวะ "เศรษฐกิจตกต่ำพร้อมภาวะเงินเฟ้อสูง"หรือ (Stagflation)

 

ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจ

  • ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบติดต่อกันเป็นวันที่สองในวันพุธ เนื่องจากนักลงทุนเทขายทำกำไรในขณะที่ดัชนียังคงเคลื่อนไหวใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยคำสั่งขายดังกล่าวมีขึ้นหลังจากเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) เตือนว่าราคาหุ้นอยู่ในระดับสูง ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ในวันศุกร์นี้ เพื่อประเมินแนวโน้มเงินเฟ้อและทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟด
  • ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 46,121.28 จุด ลดลง 171.50 จุด หรือ -0.37%
  • ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,637.97 จุด ลดลง 18.95 จุด หรือ -0.28% 
  • ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 22,497.86 จุด ลดลง 75.62 จุด หรือ -0.33%
  • หุ้นกลุ่มวัสดุร่วงลง 1.6% ซึ่งเป็นการปรับตัวลงมากที่สุดในดัชนี S&P500 โดยถูกกดดันจากหุ้น Freeport-McMoRan ที่ดิ่งลง 17% หลังจากบริษัทประกาศภาวะสุดวิสัย (force majeure) ที่เหมือง Grasberg ในอินโดนีเซีย พร้อมกับคาดการณ์ว่ายอดขายทองแดงและทองคำจะลดลงในไตรมาส 3 ปีนี้
  • บริษัทต่าง ๆ ในตลาดหุ้นมีแนวโน้มผลประกอบการดีขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยบวกสำหรับตลาดหุ้น โดยข้อมูลจาก Bloomberg Intelligence ระบุว่า มากกว่า 22% ของบริษัทในดัชนี S&P 500 คาดว่ากำไรไตรมาส 3 จะสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ซึ่งเป็นสัดส่วนที่สูงสุดในรอบปี

 

ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน

  • สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 2% ในวันพุธ หลังสหรัฐฯ เปิดเผยสต็อกน้ำมันลดลงอย่างเหนือความคาดหมาย นอกจากนี้ ราคาน้ำมันยังได้แรงหนุนจากแนวโน้มอุปทานน้ำมันตึงตัว หลังจากมีรายงานว่ากองทัพของยูเครนได้โจมตีสถานีสูบน้ำมันในรัสเซีย
  • สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนพ.ย. เพิ่มขึ้น 1.58 ดอลลาร์ หรือ 2.49% ปิดที่ 64.99 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนพ.ย. เพิ่มขึ้น 1.68 ดอลลาร์ หรือ 2.48% ปิดที่ 69.31 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • สัญญาน้ำมันเบรนท์ปิดที่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. และสัญญาน้ำมัน WTI ปิดที่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 2 ก.ย. หลังจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐฯ (EIA) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบลดลง 607,000 บาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 235,000 บาร์เรล
  • ส่วนสต็อกน้ำมันเบนซินลดลง 1.1 ล้านบาร์เรล สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 400,000 บาร์เรล และสต็อกน้ำมันกลั่นซึ่งรวมถึงฮีตติ้งออยล์และน้ำมันดีเซล ลดลง 1.6 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าลดลง 1.5 ล้านบาร์เรล

 

ข่าวเกี่ยวกับการเมือง

  • สำหรับสถานการณ์ตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ล่าสุดนั้น กองทัพของยูเครนได้โจมตีสถานีสูบน้ำมันสองแห่งในภูมิภาควอลโกกราดของรัสเซียเมื่อคืนที่ผ่านมา และมีการประกาศภาวะฉุกเฉินในเมืองโนโวรอสซีสค์ ซึ่งเป็นท่าเรือหลักของรัสเซียในทะเลดำ และเป็นที่ตั้งของสถานีส่งออกน้ำมันและธัญพืชที่สำคัญ
  • ทำเนียบเครมลินออกมาตอบโต้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ โดยยืนยันว่าเศรษฐกิจของประเทศยังมีเสถียรภาพและกองทัพกำลังรุกคืบในสมรภูมิยูเครน สวนทางกับความเห็นของทรัมป์ที่เรียกร้องให้ยูเครนฉวยโอกาสจากความอ่อนแอทางเศรษฐกิจเพื่อยึดดินแดนคืนทั้งหมด
  • ผลสำรวจล่าสุดของรอยเตอร์ เผยว่า คะแนนนิยมของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังชาวอเมริกันแสดงความกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจและความสามารถของรัฐบาลในการควบคุมราคาสินค้าที่สูงขึ้น
  • ทรัมป์ได้เริ่มกระบวนการสอบสวนเพื่อพิจารณาการขึ้น ภาษีนำเข้า (Tariffs) สำหรับสินค้ากลุ่ม หุ่นยนต์, เครื่องจักรอุตสาหกรรม และอุปกรณ์การแพทย์ โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อ กระตุ้นการผลิตสินค้าเหล่านี้ภายในประเทศ และลดการพึ่งพาการนำเข้า กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ จะใช้เวลา 270 วันในการตรวจสอบและเสนอแนะนโยบาย ซึ่งอาจนำไปสู่การตั้งกำแพงภาษีชุดใหม่ 

 

ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท

  • ค่าเงินบาทวันนี้เปิดตัวอ่อนค่าที่ 32.08 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าจากราคาปิดตลาดเมื่อวานที่ระดับ 32.01 บาทต่อดอลลาร์ โดยกรอบแนวรับที่ 31.90 บาท แนวต้าน 32.20 บาท
  • สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภาวะการค้าระหว่างประเทศของไทย เดือนส.ค.68 พบว่า การส่งออก มีมูลค่า 27,743 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 5.8% การนำเข้า มีมูลค่า 29,707 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 15.8% ส่งผลให้ไทยขาดดุลการค้า 1,964 ล้านดอลลาร์
  • Fitch Ratings ปรับลดมุมมองความน่าเชื่อถือของประเทศไทยจาก "Stable" เป็น "Negative" แต่คงอันดับความน่าเชื่อถือไว้ที่ BBB+ เนื่องจาก ความไม่แน่นอนทางการเมือง และ แนวโน้มเศรษฐกิจที่อ่อนแอ ซึ่งอาจกระทบต่อสถานะการเงินของประเทศในระยะกลาง โดย Fitch มองเห็นความเสี่ยงด้านการใช้จ่ายภาครัฐที่อาจเพิ่มขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับการปรับมุมมองของ Moody's ก่อนหน้านี้


ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest

Tags : ข่าวทองข่าวทอง ทอง ราคาทอง

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com