• สรุปข่าวราคาทองคำ ประจำวันที่ 24 กันยายน 2568

    24 กันยายน 2568 | Gold News

 

สรุปตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ

  • Flash Manufacturing PMI ออกมาที่ 52.0 ต่ำกว่าคาดการณ์ 52.2 และครั้งก่อนที่ 53.0
  • Flash Services PMI ออกมาที่ 53.9 ต่ำกว่าคาดการณ์ที่ 54.0 และครั้งก่อนที่ 54.5
  • ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและภาคบริการเบื้องต้นของสหรัฐ ปรับตัวลง ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 3 เดือน โดยได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของการจ้างงานและคำสั่งซื้อสินค้าใหม่ แต่ภาคธุรกิจมีความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้นจากการคาดการณ์ที่ว่าเฟดจะเดินหน้าปรับลดอัตราดอกเบี้ย

ข่าวเกี่ยวกับทองคำ


  • สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในวันอังคาร โดยราคาทองคำยังคงได้รับแรงหนุนจากการที่นักลงทุนเข้าซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ และความคาดหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะเดินหน้าปรับลดอัตราดอกเบี้ย


  • ราคาทองคำตลาดโลกปิดปรับตัวขึ้น 17.08 เหรียญ หรือ 0.46% อยูที่ระดับ 3,764.2 เหรียญ ขณะที่เช้านี้เปิดที่ระดับ 3,758.87 เหรียญ
  • สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 40.6 ดอลลาร์ หรือ 1.08% ปิดที่ 3,815.7 ดอลลาร์/ออนซ์
  • กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าไม่เปลี่ยนแปลง ปัจจุบันถือครองที่ 1,000.57 ตันภาพรวมเดือนกันยายน ซื้อสุทธิ 22.89 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ซื้อสุทธิ 128.05 ตัน


  • ราคาทองคำพุ่งขึ้น แม้ว่าเจอโรม พาวเวล ประธานเฟดกล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมที่ Greater Providence Chamber of Commerce (GPCC) เมื่อคืนนี้ตามเวลาไทยว่า เฟดกำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่ท้าทายเนื่องจากความเสี่ยงระยะสั้นของเงินเฟ้อมีแนวโน้มอยู่ในช่วงขาขึ้น ส่วนความเสี่ยงของการจ้างงานมีแนวโน้มไปทางขาลง หน้าที่ของเฟดคือการสร้างความสมดุลให้กับภารกิจทั้งสองด้านของเฟด คือ การรักษาเสถียรภาพด้านราคาและการทำให้การจ้างงานเต็มศักยภาพ นอกจากนี้ พาวเวลไม่ได้ส่งสัญญาณที่ชัดเจนเกี่ยวกับช่วงเวลาที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งต่อไป


  • สถานการณ์ที่พาวเวลกล่าวถึงนั้น สอดคล้องกับภาวะ stagflation (สแต็กเฟลชัน) ซึ่งหมายถึงภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวที่เกิดขึ้นพร้อมกับเงินเฟ้อที่สูงขึ้น แม้ว่าสถานการณ์ในปัจจุบันไม่รุนแรงเท่ากับที่สหรัฐฯ เคยเผชิญในช่วงทศวรรษ 1970 และต้นทศวรรษ 1980 แต่ก็ยังเป็นโจทย์ที่ท้าทายต่อการดำเนินนโยบายการเงินของเฟด


  • นักวิเคราะห์จาก Spartan Capital Securities (สปาตัน แคปิตอล เซคเครียวรีตี้) กล่าวว่า ในการกล่าวสุนทรพจน์ครั้งนี้ พาวเวลแสดงท่าทีสนับสนุนการผ่อนคลายนโยบายการเงิน (dovish โดวิท) อยู่บ้าง แต่ก็มีท่าทีระมัดระวังด้วยเช่นกัน ซึ่งบ่งชี้ว่าแม้พาวเวลจะเปิดประตูสำหรับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีก แต่ก็ไม่ได้ส่งสัญญาณว่าจะมีการปรับลดดอกเบี้ยครั้งต่อไปเมื่อใดและปรับลดมากเพียงใด


  • บ็อบ ฮาเบอร์คอร์น นักวิเคราะห์จาก RJO Futures กล่าวว่า นักลงทุนในตลาดทองคำไม่ได้ให้น้ำหนักกับการแสดงความเห็นของพาวเวลในครั้งนี้ และมองว่ายังไม่มีปัจจัยลบใด ๆ ที่รุนแรงมากพอที่จะเปลี่ยนแปลงแนวโน้มขาขึ้นของทองคำได้ในขณะนี้


  • ทั้งนี้ นักลงทุนยังคงคาดการณ์ว่า เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีกในการประชุมเดือนต.ค.และเดือนธ.ค. หลังจากที่เฟดได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมเมื่อวันที่ 17 ก.ย. ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ประจำเดือนส.ค.ในวันศุกร์นี้ เพื่อหาสัญญาณที่ชัดเจนเกี่ยวกับทิศทางเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยของเฟด


  • สถานการณ์ตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ยังเป็นอีกปัจจัยที่หนุนราคาทองคำ โดยล่าสุดองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (NATO) ได้เตือนรัสเซียว่าจะใช้เครื่องมือทางทหารที่จำเป็นทั้งหมดเพื่อปกป้องตนเอง หลังจากรัสเซียละเมิดน่านฟ้าของเอสโตเนียซึ่งเป็นชาติสมาชิก NATO


ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง


  • ดัชนีดอลลาร์ ปรับตัวขึ้น 0.01 จุด หรือ 0.01% มาอยู่ที่ระดับ 97.33 จุด
  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี  ปรับตัวลดลง -0.03 % มาอยู่ที่ระดับ 4.11% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวลดลง -0.03 % มาอยู่ที่ระดับ 3.567% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ0.54%


  • ซิตี้แบงก์ (Citibank) คาดว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยรวมสูงสุด 1.5% ภายในสิ้นปีหน้า ซึ่งจะส่งผลให้เงินดอลลาร์อ่อนค่าลงอีก และจะกระตุ้นการลงทุนในหุ้นฮ่องกงและจีน พร้อมผลักดันราคาทองคำให้สูงยิ่งกว่าระดับปัจจุบัน


ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจ


  • ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเล็กน้อยในวันอังคาร หลังจากนักลงทุนประเมินถ้อยแถลงของเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ซึ่งระบุว่า ในการตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยในวันข้างหน้านั้น เฟดจำเป็นต้องพิจารณาทั้งในเรื่องความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อและตลาดแรงงานที่อ่อนแอลง


  • ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 46,292.78 จุด ลดลง 88.76 จุด หรือ -0.19%
  • ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,656.92 จุด ลดลง 36.83 จุด หรือ -0.55% 
  • ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 22,573.47 จุด ลดลง 215.50 จุด หรือ -0.95%


  • นอกจากนี้ พาวเวลยังกล่าวว่า ราคาสินทรัพย์ ซึ่งรวมถึงหุ้นและสินทรัพย์เสี่ยงอื่น ๆ กำลังอยู่ในระดับสูง โดยการแสดงความเห็นดังกล่าวมีขึ้นหลังจากดัชนีดาวโจนส์, S&P500 และ Nasdaq ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ติดต่อกัน 3 วัน


  • หุ้น 5 ใน 11 กลุ่มในดัชนี S&P500 ปิดในแดนลบ นำโดยหุ้นกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยร่วงลง 1.44% ตามด้วยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีร่วงลง 1.44% ส่วนหุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวขึ้นมากที่สุด โดยพุ่งขึ้น 1.7% ตามด้วยหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น 0.8%


  • ดัชนี Nasdaq ดิ่งลงกว่า 200 จุด โดยหุ้นอินวิเดีย (Nvidia) ร่วงลง 2.8% หลังจากที่ราคาหุ้นพุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่งในวันจันทร์ อันเนื่องมาจากอินวิเดียประกาศลงทุนในบริษัทโอเพนเอไอ (OpenAI) สูงถึง 1 แสนล้านดอลลาร์


  • ขณะที่หุ้นอะเมซอนดอทคอม (Amazon.com) ร่วงลง 3%, หุ้นไมโครซอฟท์ (Microsoft) ลดลง 1% และหุ้นแอปเปิ้ล (Apple) ปรับตัวลง 0.64%


  • องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ได้ปรับเพิ่มตัวเลขคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปี 2568 ขึ้น 0.3 จุดเปอร์เซ็นต์ มาอยู่ที่ 3.2% จากที่เคยคาดการณ์ไว้เมื่อเดือนมิ.ย. โดยเหตุผลหลักมาจากการที่หลายประเทศเร่งการผลิตและส่งออกสินค้าก่อนที่สหรัฐอเมริกาจะขึ้นภาษีนำเข้า


ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน


  • สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นในวันอังคาร หลังจากมีรายงานว่าแผนการส่งออกน้ำมันจากภูมิภาคเคอร์ดิสถานของอิรักหยุดชะงักลง ซึ่งข่าวดังกล่าวทำให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานน้ำมันโลกล้นตลาด


  • สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนพ.ย. เพิ่มขึ้น 1.13 ดอลลาร์ หรือ 1.81% ปิดที่ 63.41 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนพ.ย. เพิ่มขึ้น 1.06 ดอลลาร์ หรือ 1.59% ปิดที่ 67.63 ดอลลาร์/บาร์เรล


  • ราคาน้ำมันพุ่งขึ้น หลังจากการส่งออกน้ำมันผ่านท่อส่งจากภูมิภาคเคอร์ดิสถานของอิรักไปยังตุรกียังไม่สามารถกลับมาดำเนินการได้ในวันอังคาร เนื่องจากผู้ผลิตรายสำคัญสองรายเรียกร้องการค้ำประกันการชำระหนี้ โดยก่อนหน้านี้รัฐบาลกลางอิรักและรัฐบาลภูมิภาคเคอร์ดิสถานได้ทำข้อตกลงร่วมกับกลุ่มบริษัทน้ำมัน โดยมีเป้าหมายที่จะกลับมาส่งออกน้ำมันประมาณ 230,000 บาร์เรล/วันจากเคอร์ดิสถานสู่ตลาดโลกผ่านทางตุรกี ซึ่งหยุดชะงักไปตั้งแต่เดือนมีนาคม 2566


  • เจ้าหน้าที่ด้านพลังงานกล่าวว่า คณะรัฐมนตรีของอิรักได้ประชุมกันในวันอังคารโดยมีเรื่องข้อตกลงนี้อยู่ในวาระการประชุม แต่ก็ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าข้อตกลงจะเดินหน้าต่อไปได้หรือไม่หากไม่มีการเข้าร่วมของ DNO บริษัทสัญชาตินอร์เวย์ซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเคอร์ดิสถาน และบริษัท Genel ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนที่มีฐานในสหราชอาณาจักร


  • นักลงทุนยังคงติดตามสถานการณ์ด้านอุปสงค์และอุปทานน้ำมันในตลาดโลก โดยมีแนวโน้มว่าอุปทานน้ำมันจะสูงขึ้นและความต้องการใช้น้ำมันอาจลดลง ซึ่งได้รับผลกระทบจากความนิยมรถยนต์ไฟฟ้าและแรงกดดันทางเศรษฐกิจที่เกิดจากมาตรการภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ


  • องค์การพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) เปิดเผยในรายงานล่าสุดว่า อุปทานน้ำมันโลกปีนี้จะเพิ่มขึ้นเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ จากการเพิ่มกำลังการผลิตตามแผนของกลุ่มโอเปกพลัสซึ่งรวมถึงรัสเซีย


ข่าวเกี่ยวกับการเมือง


  • ทางด้านคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ได้จัดประชุมฉุกเฉินเพื่อหารือเกี่ยวกับกรณีที่เครื่องบินขับไล่ของรัสเซียรุกล้ำน่านฟ้าของเอสโตเนีย โดยเจ้าหน้าที่เอสโตเนียและประเทศอื่น ๆ ในยุโรปที่เข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ รวมทั้งสหรัฐฯ ต่างก็กล่าวหาว่า รัสเซียละเมิดน่านฟ้าของเอสโตเนียและทำให้ความตึงเครียดทวีความรุนแรงขึ้น


  • ญี่ปุ่นยังไม่รับรองรัฐปาเลสไตน์ระหว่างการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNGA) แต่ย้ำว่าการแก้ปัญหาด้วยแนวทางสองรัฐยังคงเป็นหนทางเดียวเพื่อสันติภาพที่ยั่งยืนสำหรับอิสราเอลและปาเลสไตน์


  • ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เตรียมประชุมกับผู้นำระดับสูงของพรรคเดโมแครตในสภาคองเกรส ได้แก่ สส. ฮาคีม เจฟฟรีส์ และ สว. ชัค ชูเมอร์ ในวันพฤหัสบดีนี้ (25 ก.ย.) เพื่อหารือเกี่ยวกับงบประมาณของรัฐบาล ท่ามกลางความเสี่ยงที่หน่วยงานรัฐบาลอาจต้องปิดทำการ หรือชัดดาวน์ หากไม่สามารถจัดทำงบประมาณใหม่ได้ก่อนเส้นตายวันที่ 30 ก.ย.นี้


ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท


  • ค่าเงินบาทวันนี้ เปิดตลาดอ่อนค่าที่ 31.88 บาทต่อดอลลาร์ เมื่อเทียบกับราคาปิดตลาดเมื่อวานที่ผ่านมาที่ 31.83 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยกรอบแนวรับที่ 31.78 บาท แนวต้าน 31.98 บาท


  • ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า การหารือระหว่าง ธปท. กับสมาคมค้าทองคำ เพื่อหาแนวทางลดผลกระทบจากการซื้อขายทองคำต่อค่าเงินบาท คาดว่าจะมีการหารือร่วมกันอีกครั้งประมาณต้นสัปดาห์หน้า เพื่อร่วมกันพิจารณาออกแบบมาตรการหรือแนวทางที่จะทำให้การค้าทองคำ ส่งผลข้างเคียงต่อค่าเงินบาทให้น้อยที่สุด โดยเป็นการแก้ปัญหาได้จริงและตรงจุด





ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest

Tags : ข่าวทองข่าวทอง ทอง ราคาทอง

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com