• สรุปข่าวราคาทองคำ ประจำวันที่ 23 กันยายน 2568

    23 กันยายน 2568 | Gold News

 

สรุปตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ

-

ข่าวเกี่ยวกับทองคำ

  • สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในวันจันทร์ (22 ก.ย.) โดยได้แรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะเดินหน้าปรับลดอัตราดอกเบี้ย รวมทั้งปัจจัยบวกจากการที่นักลงทุนเข้าซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์
  • ราคาทองคำตลาดโลก ปิดปรับตัวขึ้น 59.0 เหรียญ หรือ 1.6% ที่ระดับ 3,746.0 เหรียญ ขณะที่เช้านี้ ขึ้นไปทำจุดสูงสุดใหม่ที่ 3,758 เหรียญ 
  • ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 69.3 ดอลลาร์ หรือ 1.87% ปิดที่ 3,775.10 ดอลลาร์/ออนซ์
  • กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าซื้อเข้า 6.01 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 1,000.57 ตันภาพรวมเดือนกันยายน ซื้อสุทธิ 22.89 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ซื้อสุทธิ 128.05 ตัน
  • นักวิเคราะห์อาวุโสของ Kitco Metals กล่าวว่า นักลงทุนยังคงต้องการถือครองทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งรวมถึงสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน นอกจากนี้ ราคาทองคำยังได้ปัจจัยบวกจากการที่เฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และส่งสัญญาณว่าจะปรับลดดอกเบี้ยลงอีกในปีนี้
  • Bloomberg รายงาน ราคาทองคำพุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังจากที่นักลงทุนคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะยังคงลดอัตราดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มีเงินทุนไหลเข้ากองทุน ETF ทองคำในระดับสูงสุดในรอบ 3 ปี โดยราคาทองคำ ปรับขึ้นต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 5 ติดต่อกัน โดยราคาทองคำเพิ่มขึ้นกว่า 42% ตั้งแต่ต้นปี
  • นักยุทธศาสตร์ด้านสินค้าโภคภัณฑ์จาก ANZ Group Holdings Ltd. ระบุว่า การที่ราคาเพิ่มขึ้นนั้นมาจากปัจจัยทางเทคนิคที่แข็งแกร่งและความคาดหวังว่าธนาคารกลางจะลดอัตราดอกเบี้ยมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งราคาเงินที่ทะลุแนวต้าน 43 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และราคาทองคำที่ผ่านระดับ 3,708 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าราคาจะยังคงปรับตัวสูงขึ้นต่อไป

 

ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง

  • ดัชนีดอลลาร์ ปรับตัวลดลง -0.34 จุด หรือ -0.35% มาอยู่ที่ระดับ 97.3 จุด
  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้น 0.01 % มาอยู่ที่ระดับ 4.147% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวขึ้น 0.03 % มาอยู่ที่ระดับ 3.605% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ0.54%

  • อัลเบอร์โต มูซาเลม ประธานเฟดสาขาเซนต์หลุยส์ และราฟาเอล บอสติก ประธานเฟดสาขาแอตแลนตากล่าวว่า แม้การปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมเมื่อสัปดาห์ที่แล้วเป็นสิ่งที่เหมาะสมเพื่อจัดการกับความเสี่ยงอันเนื่องมาจากอัตราการว่างงานที่สูงขึ้น แต่การฉุดเงินเฟ้อให้ลดลงยังคงเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก
  • สตีเฟน มิแรน หนึ่งในสมาชิกผู้ว่าการเฟด กล่าวว่า นโยบายการเงินของเฟดในขณะนี้ถือเป็นระดับที่เข้มงวดแล้ว พร้อมกับกล่าวว่า เฟดควรปรับลดอัตราดอกเบี้ยเชิงรุกเพื่อลดความเสี่ยงต่อแนวโน้มเศรษฐกิจ ทั้งนี้ มิแรนเป็นกรรมการเฟดที่โหวตสวนมติในที่ประชุมเมื่อสัปดาห์ที่แล้วด้วยการสนับสนุนให้ปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.5%
  • ขณะที่ด้าน เบธ แฮมแม็ก ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) สาขาคลีฟแลนด์ กล่าวว่า เฟดจำเป็นต้อง "ระมัดระวังอย่างยิ่ง" ในการยกเลิกนโยบายการเงินที่เข้มงวด เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อยังคงสูงกว่าเป้าหมายที่ 2%
  • นักลงทุนจับตาเจอโรม พาวเวล ประธานเฟดซึ่งมีกำหนดกล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมว่าด้วยแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐที่ Greater Providence Chamber of Commerce (GPCC) ในวันนี้ (23 ก.ย.) เวลา 23.35 น.ตามเวลาไทย
  • ด้านธนาคารกลางจีน (PBOC) ประกาศคงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ LPR (Loan Prime Rate) ทั้งระยะ 1 ปีที่ 3.0% และระยะ 5 ปีที่ 3.5% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 การตัดสินใจครั้งนี้มีขึ้นท่ามกลางสัญญาณเศรษฐกิจที่อ่อนแอภายในประเทศ เช่น ยอดค้าปลีกและผลผลิตภาคอุตสาหกรรมในเดือนสิงหาคมที่อยู่ในระดับต่ำสุดในรอบปี

 

ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจ

  • ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันจันทร์ (22 ก.ย.) โดยดัชนีหลักทั้ง 3 ดัชนีปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ติดต่อกันวันที่ 3 เนื่องจากการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีเป็นปัจจัยหนุนตลาด
  • ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 46,381.54 จุด เพิ่มขึ้น 66.27 จุด หรือ +0.14%,
  • ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,693.75 จุด เพิ่มขึ้น 29.39 จุด หรือ +0.44% และ
  • Nasdaq ปิดที่ 22,788.98 จุด เพิ่มขึ้น 157.50 จุด หรือ +0.70%
  • หุ้น 5 ใน 11 กลุ่มในดัชนี S&P500 ปิดในแดนบวก นำโดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีพุ่งขึ้น 1.74% ตามด้วยหุ้นกลุ่มสาธารณูปโภคปรับตัวขึ้น 0.92% ส่วนหุ้นกลุ่มบริการด้านการสื่อสารปรับตัวลง 0.92% ตามด้วยหุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคลดลง 0.9%
  • หุ้นอินวิเดีย (Nvidia) ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิปรายใหญ่ของสหรัฐฯ พุ่งขึ้น 3.9% หลังจากอินวิเดียประกาศลงทุนในบริษัทโอเพนเอไอ (OpenAI) สูงถึง 1 แสนล้านดอลลาร์ และจะจัดหาชิปสำหรับศูนย์ข้อมูลให้กับโอเพนเอไอ ซึ่งความร่วมมือระหว่างบริษัทที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในวงการปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระดับโลกนี้ จะยิ่งเพิ่มความเชื่อมั่นในโอกาสการเติบโตของ AI

  • อย่างไรก็ดี นักลงทุนมีความกังวลเกี่ยวกับข่าวปธน.ทรัมป์ประกาศขึ้นค่าธรรมเนียมวีซ่า H-1B เป็น 100,000 ดอลลาร์ ซึ่งคาดว่านโยบายนี้จะส่งผลกระทบต่อบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Amazon, Microsoft และ Google ที่พึ่งพาโครงการ H-1B มายาวนาน โดยเฉพาะตำแหน่งนักพัฒนาซอฟต์แวร์

 

ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน

  • สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันจันทร์ (22 ก.ย.) หลังจากมีรายงานว่า อิรัก ซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่อันดับ 2 ของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ได้เพิ่มการส่งออกน้ำมัน ซึ่งข่าวดังกล่าวทำให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานน้ำมันล้นตลาด
  • ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนต.ค. ลดลง 4 เซนต์ หรือ 0.06% ปิดที่ 62.64 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนพ.ย. ลดลง 11 เซนต์ หรือ 0.2% ปิดที่ 66.57 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • ความกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานน้ำมันล้นตลาดเป็นปัจจัยกดดันตลาด โดย SOMO ซึ่งเป็นบริษัทค้าน้ำมันของรัฐบาลอิรักเปิดเผยว่า อิรักได้เพิ่มการส่งออกน้ำมันตามข้อตกลงของโอเปกพลัส โดยคาดว่าการส่งออกในเดือนก.ย.จะอยู่ที่ประมาณ 3.4 – 3.45 ล้านบาร์เรล/วัน
  • นักวิเคราะห์จาก SEB กล่าวว่า สถานการณ์ของตลาดน้ำมันในขณะนี้คือความต้องการน้ำมันทั่วโลกจะค่อย ๆ ลดลงตั้งแต่ไตรมาส 3 ไปจนถึงไตรมาส 4 และต่อเนื่องจนถึงไตรมาส 1 ของปี 2569 ขณะเดียวกันการผลิตของกลุ่มโอเปกพลัสกำลังเพิ่มขึ้น

 

ข่าวเกี่ยวกับการเมือง

  • Bloomberg รายงาน  สหภาพยุโรป (EU) และอินโดนีเซียสามารถบรรลุข้อตกลงทางการค้า ที่จะยกเลิกหรือลดภาษีนำเข้าให้เกือบเป็นศูนย์ สำหรับสินค้าเกือบทุกประเภท ซึ่งเป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองฝ่าย ท่ามกลางสถานการณ์ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ กำลังดำเนินนโยบายที่ส่งผลกระทบต่อการค้าโลก
  • นายมารอส เซฟโควิช หัวหน้าฝ่ายการค้าของ EU เปิดเผยกับ Bloomberg ว่า ข้อตกลงนี้จะช่วยลดข้อจำกัดในการทำธุรกรรมวัตถุดิบที่สำคัญ โดยจะช่วยให้ผู้ส่งออกในยุโรปประหยัดภาษีได้ถึงประมาณ 600 ล้านยูโร (700 ล้านดอลลาร์)

 

ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท

  • นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ  31.78 บาทต่อดอลลาร์ทรงตัว ไม่เปลี่ยนแปลงจากระดับปิดวันที่ผ่านมา มองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 31.70-31.90 บาทต่อดอลลาร์




ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest

Tags : ข่าวทองข่าวทอง ทอง ราคาทอง

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com