• สรุปข่าวราคาทองคำ ประจำวันที่ 22 กันยายน 2568

    22 กันยายน 2568 | Gold News

 

สรุปตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ

-

ข่าวเกี่ยวกับทองคำ

  • สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดเพิ่มขึ้นในวันศุกร์  และบวกต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ห้า ขณะที่นักลงทุนจับตาสัญญาณเพิ่มเติมหลังธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ปรับลดดอกเบี้ยครั้งแรกของปี 2568
  • ราคาทองคำตลาดโลกปิดปรับตัวขึ้น 42.05 เหรียญ หรือ 1.15% ที่ระดับ 3,684.97 เหรียญ ขณะที่เช้านี้อยู่ที่ระดับ 3,689.24 เหรียญ
  • สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 27.50 ดอลลาร์ หรือ 0.75% ปิดที่ 3,705.80 ดอลลาร์/ออนซ์
  • กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าซื้อเข้า 18.9 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 994.56 ตันภาพรวมเดือนกันยายน ซื้อสุทธิ 16.88 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ซื้อสุทธิ 122.04 ตัน
  • นักวิเคราะห์รายหนึ่งกล่าวว่า ราคาทองคำยังแข็งแกร่ง แม้จะพักฐานหลังเฟดประกาศลดดอกเบี้ย แต่แนวโน้มขาขึ้นยังคงชัดเจน โดยมีโอกาสทำจุดสูงสุดใหม่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และมีความเป็นไปได้จริงที่จะเห็นราคาทะลุ 4,000 ดอลลาร์ก่อนสิ้นปี
  • สำนักข่าว Reuters รายงานค่าพรีเมียมราคาทองคำแท่งในอินเดียปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 10 เดือนในสัปดาห์นี้ เนื่องจากนักลงทุนยังคงซื้อทองคำเพื่อทำกำไรช่วงเทศกาล ทำให้เกิดส่วนเพิ่ม (premium) ในราคาขาย ในทางกลับกัน ราคาทองคำในจีนกลับมีส่วนลด (discount) แตะระดับสูงสุดในรอบ 5 ปี เนื่องจากความต้องการซื้อภายในประเทศที่อ่อนแอและการที่นักลงทุนหันไปลงทุนในตลาดหุ้น
  • ผลสำรวจของ Kitco News Gold Survey ในสัปดาห์นี้ นักวิเคราะห์มีความเห็นต่อทิศทางราคาทองคำที่แตกต่างกัน โดย 40% คาดว่าราคาจะสูงขึ้น, 20%คาดว่าราคาจะลดลง และอีก 40% คาดว่าราคาจะทรงตัว
  • ขณะที่นักวิเคราะห์อาวุโสจาก Kitco คาดการณ์ว่าราคาทองคำจะกลับมาเคลื่อนไหวในกรอบราคาปกติในสัปดาห์นี้ โดยมองว่าตลาดกำลังเข้าสู่ช่วงพักตัวหลังจากการเคลื่อนไหวที่ผันผวนเมื่อเร็วๆ นี้

 

ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง

  • ดัชนีดอลลาร์ ปรับตัวขึ้น 0.39 จุด หรือ 0.4% มาอยู่ที่ระดับ 97.73 จุด
  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้น 0.03 % มาอยู่ที่ระดับ 4.141% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวขึ้น 0.02 % มาอยู่ที่ระดับ 3.582% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ0.56%



  • นีล แคชคารี ประธานเฟดสาขามินนิอาโปลิสกล่าวว่า ความเสี่ยงในตลาดแรงงานเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ยในสัปดาห์นี้ และมีแนวโน้มจะลดเพิ่มเติมอีกในการประชุมสองครั้งถัดไป
  • คริสติน ลาการ์ด ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) กล่าวว่า ECB สามารถบรรลุเป้าหมายในการควบคุมระดับราคาสินค้าได้แล้ว แต่ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจก็ยังคงอยู่ แม้ว่าสหภาพยุโรป (EU) และสหรัฐฯ ตกลงกันได้เรื่องอัตราภาษีการค้าก็ตาม

 

ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจ

  • ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันศุกร์ และปิดเพิ่มขึ้นในรอบสัปดาห์นี้ โดยได้รับแรงหนุนจากราคาหุ้น FedEx ที่ปรับตัวขึ้นหลังรายงานผลประกอบการออกมาดีกว่าคาด
  • ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 46,315.27 จุด เพิ่มขึ้น 172.85 จุด หรือ +0.37%
  • ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,664.36 จุด เพิ่มขึ้น 32.40 จุด หรือ +0.49% 
  • ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 22,631.48 จุด เพิ่มขึ้น 160.75 จุด หรือ +0.72%
  • ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ดัชนีดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 1.05%, ดัชนี S&P 500 ปรับตัวขึ้น 1.2% และดัชนี Nasdaq บวก 2.2%
  • ดัชนีหลักทั้ง 3 ตัวของตลาดหุ้นนิวยอร์กยังอยู่ในแดนบวกในเดือนก.ย.นี้ ซึ่งตามปกติถือว่าเป็นเดือนที่ไม่ดีต่อหุ้นสหรัฐฯ โดยนับตั้งแต่ปี 2543 ดัชนี S&P500 มีค่าเฉลี่ยร่วงลง 1.4% ในเดือนก.ย. ตามข้อมูลของ LSEG
  • หุ้น Apple พุ่งขึ้น 3.2% หลัง J.P. Morgan ปรับเพิ่มราคาเป้าหมาย ขณะที่หุ้น Palantir Technologies และ Oracle ก็ช่วยหนุนให้หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในดัชนี S&P500 ปรับตัวขึ้น 1.19%
  • หุ้น 7 ใน 11 กลุ่มของดัชนี S&P500 ปรับตัวขึ้น ขณะที่หุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวลงมากที่สุด
  • ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ทำสถิติปรับตัวขึ้นต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่สาม โดยได้รับแรงหนุนจากการปรับลดดอกเบี้ยครั้งแรกของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในปี 2568 และส่งสัญญาณผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติม นอกจากนี้ ความเชื่อมั่นในการซื้อขายหุ้นที่เกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ก็มีส่วนช่วยหนุนตลาดด้วย
  • รายงานจาก Bank of America เผยว่า ในสัปดาห์ที่ผ่านมามีเงินทุนไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ สูงถึง 5.77 หมื่นล้านดอลลาร์ สวนทางกับการไหลออกของเงินสดเกือบ 5 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นการไหลออกรายสัปดาห์ครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม แสดงให้เห็นว่าแม้จะมีความกังวลเกี่ยวกับตลาดที่ร้อนแรงเกินไป แต่นักลงทุนยังคงเชื่อมั่นในตลาดหุ้น

  • ข้อมูลจากสำนักงานศุลกากรจีนระบุว่า การส่งออกแม่เหล็กแร่หายากของจีนในเดือนส.ค. อยู่ที่ 6,146 เมตริกตัน เพิ่มขึ้น 10.2% จากเดือนก.ค. และสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 15.4% ทั้งนี้การส่งออกเพิ่มขึ้น หลังจากจีนทำข้อตกลงกับสหรัฐฯ และยุโรปเพื่อเร่งการส่งออกและผ่อนคลายมาตรการควบคุมที่จีนเคยบังคับใช้ในเดือนเม.ย. เพื่อตอบโต้ภาษีของสหรัฐฯ

 

ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน

  • สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันศุกร์ โดยถูกกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับอุปทานที่ล้นตลาดและความต้องการที่ลดลง ซึ่งมีน้ำหนักมากกว่าความคาดหวังว่า การปรับลดดอกเบี้ยครั้งแรกของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในปีนี้จะช่วยกระตุ้นการบริโภค
  • สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนต.ค. ลดลง 89 เซนต์ หรือ 1.4% ปิดที่ 62.68 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนพ.ย. ลดลง 76 เซนต์ หรือ 1.13% ปิดที่ 66.68 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • อย่างไรก็ตาม ทั้งสองสัญญายังคงปรับตัวขึ้นต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่สอง
  • นักวิเคราะห์กล่าวว่า อุปทานน้ำมันยังคงแข็งแกร่ง และโอเปกกำลังชะลอการปรับลดการผลิตน้ำมัน อีกทั้งยังไม่เห็นผลกระทบจากมาตรการคว่ำบาตรต่อการส่งออกน้ำมันดิบของรัสเซีย
  • เฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% เมื่อวันพุธ และส่งสัญญาณว่าจะมีการลดเพิ่มเติมเพื่อตอบสนองต่อสัญญาณความอ่อนแอในตลาดแรงงานสหรัฐฯ ซึ่งโดยปกติแล้ว ต้นทุนการกู้ยืมที่ลดลงจะกระตุ้นความต้องการใช้น้ำมันและผลักดันให้ราคาน้ำมันสูงขึ้น
  • ด้านอุปสงค์นั้น นักวิเคราะห์รายหนึ่งกล่าวว่า หน่วยงานด้านพลังงานทั้งหมด รวมถึงสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA) แสดงความกังวลเกี่ยวกับความต้องการน้ำมันที่ชะลอตัว ซึ่งทำลายความคาดหวังว่าราคาจะพุ่งขึ้นในระยะสั้น
  • นักวิเคราะห์ยังคงมองว่า ตลาดได้รับผลกระทบด้านความต้องการ โดยระบุว่าฤดูกาลปิดซ่อมบำรุงของโรงกลั่นจะทำให้ความต้องการน้ำมันดิบลดลง เนื่องจากโรงกลั่นมักปิดหน่วยการผลิตในช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วงเพื่อทำการซ่อมบำรุง
  • การเพิ่มขึ้นของปริมาณสต๊อกน้ำมันกลั่นในสหรัฐฯ ถึง 4 ล้านบาร์เรล ซึ่งสูงกว่าที่คาดไว้ ได้สร้างความกังวลต่อความต้องการใช้น้ำมันในฐานะประเทศผู้บริโภคน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลก และกดดันให้ราคาน้ำมันลดลง

 

ข่าวเกี่ยวกับการเมือง

  • หน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฯ บางส่วนอาจต้องปิดทำการ เนื่องจากสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาไม่สามารถตกลงกันเรื่องงบประมาณระยะสั้นได้ทันเส้นตายเที่ยงคืนวันที่ 30 ก.ย. ซึ่งทั้งร่างงบประมาณของพรรครีพับลิกันและพรรคเดโมแครตต่างก็ไม่ผ่านการอนุมัติ ทำให้เกิดทางตันและเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะ "ชัตดาวน์" (Shutdown) หรือการปิดหน่วยงานรัฐบาล
  • ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เผยว่าตนและประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ได้มีความคืบหน้าในการเจรจาข้อตกลงเรื่อง TikTok และมีกำหนดจะพบกันที่เกาหลีใต้ในอีก 6 สัปดาห์ เพื่อหารือเกี่ยวกับประเด็นการค้า ยาเสพติดผิดกฎหมาย และสงครามในยูเครน
  • สำนักงานความร่วมมือด้านความมั่นคงกลาโหมสหรัฐฯ (DSCA) เปิดเผยว่า กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ได้อนุมัติการขายระบบขีปนาวุธแจฟลิน (Javelin) มูลค่าประมาณ 780 ล้านดอลลาร์สหรัฐให้แก่โปแลนด์ เพียงไม่กี่วันหลังมีรายงานว่าโดรนรัสเซียรุกล้ำน่านฟ้าของโปแลนด์ ซึ่งสร้างความตื่นตัวให้กับชาติสมาชิกนาโต
  • กองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) แถลงว่า กองทัพอากาศได้โจมตีเป้าหมายประมาณ 100 จุดทั่วฉนวนกาซาในช่วงหนึ่งวันที่ผ่านมา โดยเป้าหมายส่วนหนึ่งคือโครงสร้างพื้นฐานใต้ดิน คลังอาวุธ และกลุ่มนักรบติดอาวุธ
  • สหรัฐอเมริกาได้ใช้สิทธิยับยั้ง (วีโต้) เพื่อคว่ำร่างมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ที่ต้องการให้อิสราเอลยกเลิกข้อจำกัดทั้งหมดและเปิดทางให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเข้าสู่กาซาได้โดยทันที

 

ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท

  • นักบริหารการเงิน เปิดเผยว่า "ค่าเงินบาทเช้านี้ ที่ระดับ  31.87 บาทต่อดอลลาร์อ่อนค่าลงเล็กน้อย แทบไม่เปลี่ยนแปลงจากระดับปิดสัปดาห์ก่อนหน้า ณ ระดับ  31.84 บาทต่อดอลลาร์ มองกรอบค่าเงินบาทสัปดาห์นี้ ที่ระดับ 31.50-32.10 บาทต่อดอลลาร์ ส่วนกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 31.75-31.95 บาทต่อดอลลาร์
  • ธปท. ไม่พบการเก็งกำไรค่าเงินบาทผิดปกติ โดยเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นส่วนใหญ่มาจากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์เป็นหลัก ซึ่ง ธปท. ได้เข้าดูแลเพื่อลดความผันผวน ทั้งนี้ ธปท. ยังได้หารือกับผู้ค้าทองคำ ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับค่าเงินบาทสูง และการเมืองที่ชัดเจนขึ้นก็มีส่วนทำให้เงินบาทแข็งค่ากว่าภูมิภาค

 

 

ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest

Tags : ข่าวทองข่าวทอง ทอง ราคาทอง

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com