• สรุปข่าวราคาทองคำ ประจำวันที่ 19 กันยายน 2568

    19 กันยายน 2568 | Gold News

 

  สรุปตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ

  • Unemployment Claims ออกมาที่ 231Kต่ำกว่าคาดการณ์ที่ 241K  และครั้งก่อนที่ 264K 
  • โดยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงาน มีการปรับลดลง 33,000 ราย หลังพุ่งแตะระดับ 264,000 รายในสัปดาห์ก่อน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบเกือบ 4 ปี

ข่าวเกี่ยวกับทองคำ

  • สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 1% ในวันพฤหัสบดี เนื่องจากนักลงทุนเทขายทำกำไรหลังจากราคาทองคำทะยานขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในช่วงก่อนหน้านี้ ขณะที่นักลงทุนประเมินท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) เกี่ยวกับแนวโน้มการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในอนาคต
  • ราคาทองคำตลาดโลกปิดปรับตัวลดลง -15.44 เหรียญ หรือ -0.42% อยู่ที่ระดับ 3,644.18 เหรียญ ขณะที่เช้านี้อยู่ที่ระดับ 3,647.62 เหรียญ
  • สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 39.5 ดอลลาร์ หรือ 1.06% ปิดที่ 3,678.3 ดอลลาร์/ออนซ์
  • กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าไม่เปลี่ยนแปลง ปัจจุบันถือครองที่ 975.66 ตันภาพรวมเดือนกันยายน ขายสุทธิ 2.02 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ซื้อสุทธิ 103.14 ตัน
  • ปีเตอร์ แกรนท์ นักวิเคราะห์จากบริษัท Zaner Metals กล่าวว่า ตลาดมีความสับสนเกี่ยวกับความเห็นของพาวเวลที่ว่าการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเป็นมาตรการบริหารจัดการความเสี่ยง และความไม่แน่นอนดังกล่าวได้กระตุ้นให้เกิดการเทขายทำกำไร
  • อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์เชื่อว่า แนวโน้มในระยะยาวของทองคำยังคงเป็นขาขึ้น และการที่ราคาทองปรับตัวลงจากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์นั้น เป็นเพียงการปรับฐานปกติ โดยเขายังเชื่อว่าราคาทองมีแนวโน้มพุ่งขึ้นแตะระดับ 4,000 ดอลลาร์
  • นักวิเคราะห์จาก SP Angel กล่าวว่า ปัจจัยที่ขับเคลื่อนราคาทองคำในขณะนี้คือการที่ธนาคารกลางของประเทศกลุ่ม BRIC เข้าซื้อทองคำเพื่อกระจายความเสี่ยงในระบบทุนสำรองที่นอกเหนือไปจากสกุลเงินดอลลาร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจีน และคาดว่าทิศทางดังกล่าวจะยังดำเนินต่อไป
  • นอกจากนี้ มีรายงานว่า การส่งออกทองคำจากสวิตเซอร์แลนด์ไปยังจีนในเดือนส.ค.เพิ่มขึ้นถึง 254% เมื่อเทียบกับเดือนก.ค.

 

ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง

  • ดัชนีดอลลาร์ ปรับตัวขึ้น 0.49 จุด หรือ 0.51% มาอยู่ที่ระดับ 97.42 จุด
  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้น 0.03 % มาอยู่ที่ระดับ 4.11% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวขึ้น 0.02 % มาอยู่ที่ระดับ 3.565% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ0.55%
  • นักวิเคราะห์จากบริษัท Onyx Capital Group กล่าวว่า การปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเฟดสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่าเศรษฐกิจกำลังชะลอตัวลง และเฟดก็กำลังพยุงเศรษฐกิจให้กลับมาเติบโตอีกครั้ง
  • ขณะที่เดวิด เทปเปอร์ เจ้าของกองทุนเฮดจ์ฟันด์ขนาดใหญ่ แสดงความเห็นว่า เฟดอาจปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีกหลายครั้ง แต่หากปรับลดมากเกินไปก็เสี่ยงที่จะกระตุ้นเงินเฟ้อและส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ
  • คณะกรรมการนโยบายการเงิน (MPC) ของธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) มีมติด้วยคะแนนเสียง 7-2 ในการคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 4.00% ในการประชุม สอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์
  • ธนาคารกลางจีน (PBOC) คงอัตราดอกเบี้ย Reverse Repo ระยะ 7 วันไว้ที่ 1.40% ซึ่งแสดงให้เห็นว่าทางการจีนยังไม่เร่งดำเนินมาตรการผ่อนคลายนโยบายการเงิน แม้ธนาคารกลางสหรัฐ ฯ เพิ่งมีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงก็ตาม
  • นักวิเคราะห์คาดว่า ธนาคารกลางญี่ปุ่น BOJ คงอัตราดอกเบี้ย ในเช้าวันศุกร์นี้ โดยอัตราดอกเบี้ยนโยบายระยะสั้นคาดว่าจะทรงตัวที่ 0.5% เพื่อรอดูผลกระทบของนโยบายภาษีของ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ รวมถึงสัญญาณความอ่อนแอที่เพิ่มขึ้นของเศรษฐกิจสหรัฐฯ
  • ธนาคารกลางในเอเชียอาจมีช่องว่างมากขึ้นในการผ่อนคลายนโยบายการเงิน หลังจากที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% เพื่อรับมือกับแรงกดดันทางการค้าและค่าเงิน โดยประธาน Fed, Jerome Powell, ก็ได้ส่งสัญญาณว่าอาจมีการปรับลดเพิ่มเติมอีก 2 ครั้งในปีนี้ ซึ่งการเคลื่อนไหวนี้จะช่วยลดความแตกต่างระหว่างผลตอบแทนพันธบัตรของสหรัฐฯ และเอเชีย ทำให้ประเทศในภูมิภาคนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศที่เผชิญกับปัญหาเศรษฐกิจภายใน มีโอกาสที่จะลดอัตราดอกเบี้ยได้ง่ายขึ้น

 

ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจ

  • ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันพฤหัสบดี โดยตลาดยังคงได้ปัจจัยบวกจากการที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมเมื่อวันพุธที่ผ่านมา นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากความแข็งแกร่งของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี โดยเฉพาะอย่างยิ่งหุ้นอินเทล (Intel) ที่พุ่งขึ้นกว่า 20%
  • ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 46,142.42 จุด เพิ่มขึ้น 124.10 จุด หรือ +0.27%
  • ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,631.96 จุด เพิ่มขึ้น 31.61 จุด หรือ +0.48% 
  • ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 22,470.73 จุด เพิ่มขึ้น 209.40 จุด หรือ +0.94%
  • หุ้น 7 ใน 11 กลุ่มในดัชนี S&P500 ปิดในแดนบวก นำโดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีพุ่งขึ้น 1.36% ตามด้วยหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมปรับตัวขึ้น 1.06% ส่วนหุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคปรับตัวลงมากที่สุด โดยร่วงลง 1.03% ตามด้วยหุ้นกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยลดลง 0.51%
  • หุ้นอินเทลปิดตลาดทะยานขึ้น 22.77% ซึ่งเป็นการพุ่งขึ้นในวันเดียวที่แข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่เดือนต.ค. 2530 หลังจากอินวิเดีย (Nvidia) ประกาศว่าจะลงทุนมูลค่า 5 พันล้านดอลลาร์ในบริษัทอินเทล ภายใต้ข้อตกลงในการร่วมพัฒนาชิปสำหรับศูนย์ข้อมูลและคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล 
  • เจนเซน หวง ซีอีโอของอินวิเดียกล่าวว่า ความร่วมมือครั้งประวัติศาสตร์นี้จะเชื่อมโยงเทคโนโลยีด้าน AI และประสิทธิภาพในการประมวลผลของอินวิเดียเข้ากับซีพียูและระบบ x86 ของอินเทล ซึ่งการผสมผสานกันของสองแพลตฟอร์มระดับโลกนี้จะช่วยขยายระบบนิเวศทางเทคโนโลยีและปูทางไปสู่ยุคใหม่ของการประมวลผล
  • ความเคลื่อนไหวล่าสุดของอินเทลและอินวิเดียเป็นปัจจัยหนุนดัชนี Nasdaq ปิดตลาดพุ่งขึ้นกว่า 200 จุด และยังช่วยหนุนหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในดัชนี S&P500 พุ่งขึ้น 1.36%
  • สถาบันเศรษฐกิจ IW ของเยอรมนีเปิดเผยผลการศึกษาพบว่า สหรัฐฯ พึ่งพาการนำเข้าสินค้าจากสหภาพยุโรป (อียู) มากกว่าที่เคยประเมินไว้ โดยทั้งมูลค่าและจำนวนสินค้านำเข้าจากอียูสูงกว่าจากจีน

 

ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน

  • สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันพฤหัสบดี ท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยนักลงทุนมองว่า การที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเมื่อวันพุธและยังส่งสัญญาณว่าจะปรับลดดอกเบี้ยลงอีกในปีนี้ สะท้อนให้เห็นว่าเศรษฐกิจกำลังชะลอตัวลง
  • สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนต.ค. ลดลง 48 เซนต์ หรือ 0.75% ปิดที่ 63.57 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนพ.ย. ลดลง 51 เซนต์ หรือ 0.75% ปิดที่ 67.44 ดอลลาร์/บาร์เรล

 

ข่าวเกี่ยวกับการเมือง

  • วุฒิสมาชิกสหรัฐฯ จากพรรคเดโมแครตได้ยื่นญัตติในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา เพื่อเรียกร้องให้ สหรัฐฯ รับรองรัฐปาเลสไตน์ ซึ่งสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงท่าทีของกรุงวอชิงตันที่มีต่ออิสราเอล หลังจากสงครามกับกลุ่มฮามาสในฉนวนกาซาที่ดำเนินมาเกือบ 2 ปี  ประธานาธิบดีทรัมป์ได้กล่าวในวันเดียวกันว่า เขาไม่เห็นด้วยกับนายกรัฐมนตรีอังกฤษ ในการยอมรับรัฐปาเลสไตน์ และยืนยันว่าไม่มีสมาชิกรีพับลิกันคนใดร่วมสนับสนุนเรื่องนี้
  • ทั้งสหรัฐฯ และอิสราเอลได้ยื่นจดหมายร้องเรียนต่อสหประชาชาติ โดยกล่าวหาเจ้าหน้าที่บางคนว่าขาดความเป็นกลางในกรณีสงครามฉนวนกาซา ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่หลายร้อยคนก็ออกมารวมตัวประท้วงนอกสำนักงานใหญ่ของสหประชาชาติในยุโรป เพื่อเรียกร้องสันติภาพและแสดงความเป็นหนึ่งเดียวกับกาซา
  • ประธานาธิบดีทรัมป์เตรียมการโทรศัพท์หารือกับประธานาธิบดีสีจิ้นผิง ในวันศุกร์นี้ ซึ่งเป็นการสนทนาที่หลายคนตั้งตารอคอย โดยเมื่อวันพฤหัสบดี ทรัมป์ได้แสดงความคาดหวังอย่างสูงต่อการพูดคุยดังกล่าว โดยกล่าวว่าข้อตกลงเรื่อง TikTok ใกล้จะบรรลุข้อสรุปแล้ว และหวังว่าจะมีความคืบหน้าในประเด็นที่กว้างขึ้นอย่างเรื่องภาษีศุลกากร

 

ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท

  • ค่าเงินบาทวันนี้เปิดตัวอ่อนค่าที่ 31.90 บาทต่อดอลลา ร์อ่อนค่าเล็กน้อย เมื่อเทียบกับราคาปิดตลาดเมื่อวานที่ 31.80 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยกรอบแนวรับที่ 31.75 บาท แนวต้าน 32.05 บาท
  • อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย (KTB) ว่าที่ รมช.คลัง เตือนจับตาเงินร้อนที่อาจไหลเข้ามาเร็วกว่าที่คิด และทำให้ค่าเงินบาทแข็งจนเกินดุล หลังธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ลดดอกเบี้ย 0.25% ครั้งแรกของปี และส่งสัญญาณว่าจะมีการลดอีก 2 ครั้งภายในปีนี้ ส่งผลให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (interest rate differential) ระหว่างไทย-สหรัฐฯ แคบลง

 

 

ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest

Tags : ข่าวทองข่าวทอง ทอง ราคาทอง

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com