• สรุปข่าวราคาทองคำ ประจำวันที่ 17 กันยายน 2568

    17 กันยายน 2568 | Gold News

 

  สรุปตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ

  • Core Retail Sales m/m ออกมาที่ 0.7% สูงกว่าคาดการณ์และครั้งก่อนที่ 0.4%  
  • Retail Sales m/m  ออกมาที่ 0.6% สูงกว่าคาดการณ์ที่ 0.2% แต่ทรงตัวจากครั้งก่อนที่ 0.6%              

ข่าวเกี่ยวกับทองคำ

  • สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันอังคาร ขานรับการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมคืนวันนี้ นอกจากนี้ ราคาทองคำยังได้ปัจจัยบวกจากความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย การเข้าซื้อทองคำของธนาคารกลาง และสกุลเงินเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลง
  • ราคาทองคำตลาดโลก ปิดปรับตัวขึ้น 9.7 เหรียญ หรือ 0.26% ที่ระดับ 3,689.8 เหรียญ โดยราคาได้ขึ้นไปทำจุดสูงสุดใหม่ที่ 3,703 เหรียญ ขณะที่เช้านี้ปรับลดลงมาที่ 3,678 เหรียญ
  • ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 6.1 ดอลลาร์ หรือ +0.16% ปิดที่ 3,725.10 ดอลลาร์/ออนซ์
  • กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าซื้อเข้า 3.15 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 979.95 ตันภาพรวมเดือนกันยายน ซื้อสุทธิ 2.27 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ซื้อสุทธิ 107.43 ตัน
  • นักวิเคราะห์จาก MarketPulse กล่าวว่า ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการเติบโตของเศรษฐกิจทั่วโลกและความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ยังคงเป็นปัจจัยหนุนความต้องการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัย แต่การดีดตัวของราคาทองคำส่วนใหญ่ได้รับแรงหนุนจากการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยเชิงรุก
  • หัวหน้าฝ่ายวิจัยจาก Augmont คาดการณ์ว่าแม้แนวโน้มระยะยาวจะเป็นขาขึ้น แต่ราคาทองคำอยู่ในภาวะซื้อมากเกินไปและอาจมีการปรับฐานลง 5-6% ในระยะสั้น ก่อนจะพุ่งขึ้นไปแตะระดับสูงสุดใหม่ที่ 4,200 ดอลลาร์ในปี 2569
  • มุมมองจากนักวิเคราะห์ จาก Metals Focus มองว่าราคาทองคำมีแนวโน้มพุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่องจนถึงปี 2569 จากปัจจัยการลดอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ และความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยคาดการณ์ว่าราคาทองคำจะไปแตะที่ประมาณ 3,800 ดอลลาร์ในช่วงปลายปีนี้ ส่วนการปรับฐานที่อาจเกิดขึ้นถือเป็นโอกาสที่ดีสำหรับนักลงทุนที่จะเข้าซื้อ
  • ด้านรัฐบาลเวียดนามเสนอเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากการซื้อขายทองคำ เพื่อเพิ่มความโปร่งใสและควบคุมการเก็งกำไร หลังราคาทองคำในประเทศพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 162,400 บาทต่อหนึ่งตำลึง ซึ่งสูงกว่าราคาตลาดโลกถึง 24,000 บาท

 

ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง

  • ดัชนีดอลลาร์ ปรับตัวลดลง -0.68 จุด หรือ -0.7% มาอยู่ที่ระดับ 96.65 จุด
  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี  ปรับตัวลดลง -0.01 % มาอยู่ที่ระดับ 4.032% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวลดลง -0.03 % มาอยู่ที่ระดับ 3.51% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ0.52%
  • เครื่องมือ FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 96.0% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมวันนี้ และบางส่วนคาดหวังว่าเฟดอาจจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงมากถึง 0.50% หลังมีข้อมูลบ่งชี้ว่าตลาดแรงงานอ่อนแอลงอย่างมาก ในขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ยังคงเรียกร้องให้เจอโรม พาวเวล ปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งใหญ่
  • ตลาดยังคงจับตาอย่างใกล้ชิดรายงานสรุปประมาณการเศรษฐกิจรายไตรมาสของเฟด ทั้งตัวเลข (dot plot) และการแถลงของ ประธานเฟด เจอโรม พาวเวลล์ เพื่อบ่งชี้ทิศทางนโยบายการเงินในอนาคต
  • นักวิเคราะห์คาดว่าธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 0.5% ในการประชุมวันศุกร์นี้ โดยตลาดจะจับตาการแถลงข่าวของผู้ว่าการ BOJ เพื่อหาแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยครั้งต่อไป ท่ามกลางการประเมินผลกระทบจากมาตรการภาษีนำเข้าใหม่ของสหรัฐฯ

 

ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจ

  • ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบในวันอังคาร ท่ามกลางการซื้อขายที่ผันผวน เนื่องจากนักลงทุนระมัดระวังการซื้อขายก่อนที่จะรู้ผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในวันนี้
  • ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 45,757.90 จุด ลดลง 125.55 จุด หรือ -0.27%,
  • ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,606.76 จุด ลดลง 8.52 จุด หรือ -0.13% และ
  • ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 22,333.96 จุด ลดลง 14.79 จุด หรือ -0.07%
  • หุ้น 6 ใน 11 กลุ่มในดัชนี S&P500 ปิดในแดนลบ นำโดยหุ้นกลุ่มสาธารณูปโภคร่วงลง 1.8% ตามด้วยหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ปรับตัวลง 0.66% ส่วนหุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวขึ้นมากที่สุด โดยพุ่งขึ้น 1.7% ตาด้วยหุ้นกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยปรับตัวขึ้น 0.8%
  • นักลงทุนส่วนใหญ่ยังคงคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมซึ่งจะสิ้นสุดลงในวันนี้ (17 ก.ย. ) เพื่อพยุงตลาดแรงงานที่อ่อนแอลงอย่างมาก ส่วนข้อมูลที่มีการเปิดเผยล่าสุดบ่งชี้ว่า ยอดค้าปลีกของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นมากกว่าคาดในเดือนส.ค. แต่ข้อมูลดังกล่าวไม่ได้ทำให้นักลงทุนเปลี่ยนแปลงความคาดหวังในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยมากนัก
  • Ellen Zentner จาก Morgan Stanley ให้มุมมองที่น่าสนใจว่ากำลังซื้อของผู้บริโภคชาวอเมริกันที่ยังแข็งแกร่งเป็นข่าวดีต่อเศรษฐกิจ แต่ก็สวนทางกับการที่เฟดกำลังจะลดดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งความขัดแย้งนี้ทำให้นักลงทุนต้องกลับมาทบทวนการตัดสินใจอีกครั้ง

 

ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน

  • สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันอังคาร โดยได้แรงหนุนจากความเป็นไปได้ที่ว่า อุปทานน้ำมันจากรัสเซียอาจหยุดชะงักหลังจากกองทัพยูเครนใช้โดรนโจมตีท่าเรือและโรงกลั่นน้ำมันของรัสเซีย ขณะที่นักลงทุนจับตาผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในวันนี้
  • ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนต.ค. เพิ่มขึ้น 1.22 ดอลลาร์ หรือ 1.93% ปิดที่ 64.52 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนพ.ย. เพิ่มขึ้น 1.03 ดอลลาร์ หรือ 1.53% ปิดที่ 68.47 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • นักวิเคราะห์จาก JP Morgan กล่าวว่า การโจมตีท่าเรือพริมอร์สก์มีเป้าหมายเพื่อจำกัดความสามารถของรัสเซียในการขายน้ำมันไปยังต่างประเทศ ที่สำคัญกว่านั้นคือการโจมตีดังกล่าวบ่งชี้ถึงความตั้งใจที่จะทำให้ตลาดน้ำมันระหว่างประเทศตกอยู่ในภาวะชะงักงัน ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวอาจทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นอีก
  • ขณะที่นักวิเคราะห์ของ Goldman Sachs ประเมินว่า การโจมตีของยูเครนทำให้กำลังการกลั่นของรัสเซียหายไปประมาณ 300,000 บาร์เรล/วันในเดือนส.ค.
  • นอกจากนี้ นักลงทุนจับตารายงานสต็อกน้ำมันดิบจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐฯ (EIA) ในวันนี้

 

ข่าวเกี่ยวกับการเมือง

  • รัฐมนตรีคลังญี่ปุ่น คัตสึโนบุ คาโตะ แสดงท่าทีระมัดระวังต่อข้อเรียกร้องของสหรัฐฯ ที่ให้กลุ่ม G7 ร่วมกันขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากจีนและอินเดีย เนื่องจากทั้งสองประเทศยังคงซื้อน้ำมันจากรัสเซีย นายคาโตะให้เหตุผลว่า เป็นเรื่องยากที่จะขึ้นภาษีกับประเทศใดประเทศหนึ่งเพียงเพราะซื้อน้ำมันจากรัสเซีย และญี่ปุ่นจะพิจารณามาตรการที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการกดดันรัสเซียเพื่อยุติสงคราม
  • ล่าสุด ทรัมป์ได้โทรศัพท์พูดคุยกับนายกรัฐมนตรีอินเดีย นเรนทรา โมดี โดยต่างฝ่ายต่างมองว่าการพูดคุยเป็นไปด้วยดีและอาจช่วยลดความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสองประเทศได้ แม้จะมีความคืบหน้า แต่ประเด็นหลักเรื่องการนำเข้าน้ำมันจากรัสเซียยังคงเป็นข้อขัดแย้งสำคัญที่ต้องจับตาต่อไป
  • กองทัพอิสราเอลยังคงเปิดฉากโจมตีในเมืองกาซ่า เมื่อวานนี้ ทำให้ชาวปาเลสไตน์หลายพันคนต้องอพยพหนีตายลงสู่ทางใต้ และหลายคนกล่าวว่านี่เป็นหนึ่งในสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดที่เคยเผชิญ โดยการโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นพร้อมกับรายงานของสหประชาชาติ (UN) ได้ข้อสรุปเมื่อวานนี้ว่า อิสราเอลกำลังก่ออาชญากรรมฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ต่อชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา ด้านอิสราเอลปฏิเสธข้อกล่าวหานี้อย่างสิ้นเชิง


ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท

  • นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ  31.67 บาทต่อดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย แทบไม่เปลี่ยนแปลงจากระดับปิดวันที่ผ่านมา ณ ระดับ  31.71 บาทต่อดอลลาร์ มองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 31.50-32.00 บาทต่อดอลลาร์

 

 

ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest

Tags : ข่าวทองข่าวทอง ทอง ราคาทอง

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com