• สรุปข่าวราคาทองคำ ประจำวันที่ 15 กันยายน 2568

    15 กันยายน 2568 | Gold News

 

สรุปตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ

  • Prelim UoM Consumer Sentiment ออกมาที่ 55.4 ต่ำกว่าคาดการณ์และครั้งก่อนที่ 58.2         
  • Prelim UoM Inflation Expectations ออกมาทรงตัวจากครั้งก่อนที่ 4.8%           

ข่าวเกี่ยวกับทองคำ

  • สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดเพิ่มขึ้นในวันศุกร์ โดยสัญญาณการอ่อนแอของตลาดแรงงานสหรัฐฯ หนุนความคาดหวังว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกของปีในการประชุมสัปดาห์นี้ 
  • ราคาทองคำตลาดโลกปิดปรับตัวขึ้น 7.18 เหรียญ หรือ 0.2% ที่ระดับ 3,643.09 เหรียญ ขณะที่เช้านี้ ขยับลดลง 11 เหรียญ อยู่ที่ระดับ 3,631.70 เหรียญ
  • สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 12.80 ดอลลาร์ หรือ +0.35% ปิดที่ 3,686.40 ดอลลาร์/ออนซ์
  • กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าขายออก 3.15 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 974.8 ตันภาพรวมเดือนกันยายน ขายสุทธิ 2.88 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ซื้อสุทธิ 102.28 ตัน
  • นักวิเคราะห์จาก UBS คาดว่า ราคาทองคำจะปรับตัวขึ้นแตะ 3,900 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ได้ภายในกลางปีหน้า
  • ผลสำรวจล่าสุดจาก Kitco News Gold Survey ชี้ให้เห็นว่านักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าราคาทองคำจะปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในสัปดาห์นี้ จากการสำรวจผู้เชี่ยวชาญ ในวอลล์สตรีทพบว่า 80% มีมุมมองเชิงบวกต่อราคาทองคำ ขณะที่มีเพียง 13% ที่มองว่าราคาจะลดลง ส่วนนักวิเคราะห์ที่เหลืออีก 7% มองว่าราคาจะเคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ

 

ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง

  • ดัชนีดอลลาร์ ปรับตัวขึ้น 0.14 จุด หรือ 0.14% มาอยู่ที่ระดับ 97.65 จุด
  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้น 0.05 % มาอยู่ที่ระดับ 4.075% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวขึ้น 0.02 % มาอยู่ที่ระดับ 3.562% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ0.51%
  • บรรดานักลงทุนมุ่งความสนใจไปที่การประชุมของเฟดในวันอังคารและพุธนี้ โดยนักลงทุนคาดว่า เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% หลังจากข้อมูลล่าสุดบ่งชี้ถึงการจ้างงานที่ซบเซามายาวนานและแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่ลดลง
  • Bill Adams หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ Comerica Bank ระบุว่าผู้บริโภคสหรัฐฯ มองเศรษฐกิจในแง่ลบมากขึ้น จากแรงกดดันด้านภาษี อาหาร ตลาดแรงงาน และการเมือง ขณะที่ความผันผวนในตลาดหุ้นบั่นทอนความเชื่อมั่น เขาชี้ว่าเฟดถูกกดดันทั้งจากเงินเฟ้อที่ยังสูงและตลาดแรงงานที่อ่อนแอ.

  • เจพีมอร์แกน (J.P. Morgan) คาดการณ์ว่า ธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม แทนที่จะเป็นตุลาคม เนื่องจากความเสี่ยงต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจโลกและแนวโน้มเงินเฟ้อที่ต่ำกว่าเป้าหมายของ ECB

 

ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจ

  • ดัชนีดาวโจนส์และดัชนี S&P500 ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบในวันศุกร์ แต่ดัชนี Nasdaq ปิดทำสถิติสูงสุดในการซื้อขายที่ผันผวน โดยได้แรงหนุนจากหุ้น Microsoft ขณะที่นักลงทุนจับตาการประชุมนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในสัปดาห์นี้ (16-17 ก.ย.) ซึ่งมีการคาดการณ์กันอย่างกว้างขวางว่า เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงหลังจากมีการชะลอตัวในตลาดแรงงาน
  • ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 45,834.22 จุด ลดลง 273.78 จุด หรือ -0.59%
  • ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,584.29 จุด ลดลง 3.18 จุด หรือ -0.05% 
  • ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 22,141.10 จุด เพิ่มขึ้น 98.03 จุด หรือ +0.44%
  • ตลอดทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมา ดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 1.6%, ดัชนีดาวโจนส์บวกเกือบ 1% และดัชนี Nasdaq เพิ่มขึ้น 2% โดยได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของหุ้นปัญญาประดิษฐ์ (AI) หลังจาก Oracle ประกาศคาดการณ์ผลประกอบการที่แข็งแกร่งเมื่อวันอังคาร
  • หุ้น 7 จากทั้งหมด 11 กลุ่มในดัชนี S&P500 ปิดลบ โดยกลุ่มเฮลท์แคร์ลดลงมากสุด 1.13% ตามด้วยกลุ่มวัตถุดิบที่ลดลง 0.97%
  • ผลสำรวจของมหาวิทยาลัยมิชิแกนบ่งชี้ว่า ความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐฯ ลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่สองในเดือนก.ย. เนื่องจากผู้บริโภคมองเห็นความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นต่อภาวะธุรกิจ ตลาดแรงงาน และเงินเฟ้อ
  • หลังจากสัญญาณตลาดแรงงานอ่อนแอลง สัญญาซื้อขายล่วงหน้าอัตราดอกเบี้ยสะท้อนการคาดการณ์ที่ว่า เฟดจะลดอัตราดอกเบี้ยลงรวม 0.75% ภายในสิ้นปีนี้

 

ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน

  • สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดปรับตัวขึ้นในวันศุกร์ หลังจากการโจมตีด้วยโดรนของยูเครนทำให้ต้องระงับการขนถ่ายน้ำมันที่ท่าเรือใหญ่ที่สุดในภาคตะวันตกของรัสเซีย แต่การปรับขึ้นของราคาน้ำมันถูกจำกัดด้วยความกังวลต่ออุปสงค์ในสหรัฐฯ
  • สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนต.ค. เพิ่มขึ้น 32 เซนต์ หรือ 0.51% ปิดที่ 62.69 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนพ.ย. เพิ่มขึ้น 62 เซนต์ หรือ 0.93% ปิดที่ 66.99 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นตั้งแต่ช่วงเช้า หลังมีเหตุโจมตีด้วยโดรนที่ท่าเรือพริมอร์สก์ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของรัสเซีย ซึ่งส่งผลให้การขนถ่ายน้ำมันถูกระงับชั่วคราวในช่วงกลางคืน
  • นักวิเคราะห์รายหนึ่งกล่าวว่า การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของรัสเซียมีแนวโน้มจะฉุดให้การส่งออกน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูปลดลง แต่ต่อมาในวันเดียวกัน ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นเพียงเล็กน้อย เนื่องจากนักลงทุนยังคงกังวลต่อรายงานการจ้างงานของสหรัฐฯ ที่มีการปรับทบทวนใหม่ รวมทั้งตัวเลขเงินเฟ้อที่สูงขึ้
  • นักวิเคราะห์อีกรายกล่าวว่า ข้อมูลเศรษฐกิจไม่ได้เอื้อต่อการดีดตัวขึ้น ภาพรวมของตลาดน้ำมันยังเป็นขาลงและมีแนวโน้มซบเซา
  • ตลาดยังจับตาความเป็นไปได้ที่รัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะออกมาตรการคว่ำบาตรหรือเก็บภาษีนำเข้า เพื่อลดการใช้น้ำมันดิบรัสเซียในอินเดียและจีน
  • นักวิเคราะห์กล่าวว่า หากภาษีดังกล่าวส่งผลกระทบต่อการส่งออก เราอาจเห็นน้ำมันดิบของรัสเซียหายไปจากตลาด
  • องค์การพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ระบุว่า อุปทานน้ำมันโลกปีนี้จะเพิ่มขึ้นเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ จากการเพิ่มกำลังการผลิตตามแผนของกลุ่มโอเปกพลัส (OPEC+) ซึ่งรวมถึงกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันและพันธมิตรอย่างรัสเซีย
  • ด้านอุปทานนั้น มีรายงานว่า Adani Group ผู้ดำเนินการท่าเรือเอกชนรายใหญ่ที่สุดของอินเดีย ได้สั่งห้ามเรือบรรทุกน้ำมันที่ถูกคว่ำบาตรโดยชาติตะวันตกเข้าสู่ท่าเรือทุกแห่งของตน ซึ่งอาจกระทบต่อการส่งออกน้ำมันรัสเซีย โดยอินเดียถือเป็นผู้ซื้อน้ำมันทางเรือรายใหญ่ที่สุดของรัสเซีย ซึ่งส่วนใหญ่ขนส่งด้วยเรือที่อยู่ภายใต้การคว่ำบาตรของสหภาพยุโรป สหรัฐฯ และอังกฤษ
  • รัฐบาลญี่ปุ่นได้ตัดสินใจลดเพดานราคาน้ำมันดิบรัสเซียลงเหลือ 47.6 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล จากเดิมที่ 60 ดอลลาร์สหรัฐ โดยมีผลตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมา เพื่อเป็นการลงโทษที่รัสเซียยังคงรุกรานยูเครนอย่างต่อเนื่อง

 

ข่าวเกี่ยวกับการเมือง

  • Financial Times รายงานว่า สหรัฐฯ กำลังกดดันชาติสมาชิก G7 ให้พิจารณาเรียกเก็บภาษีนำเข้าน้ำมันดิบจากรัสเซียที่ขายให้กับอินเดียและจีนในอัตราสูงถึง 100% เพื่อบีบให้รัสเซียกลับมาเจรจาสันติภาพกับยูเครน  ซึ่งข้อเสนอนี้ถูกหยิบยกขึ้นมาหารือในการประชุมทางวิดีโอของรัฐมนตรีคลังกลุ่ม G7 เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา
  • สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ และเหอ หลี่เฟิง รองนายกรัฐมนตรีจีน ได้เสร็จสิ้นการประชุมวันแรกกรุงมาดริด ประเทศสเปน ในวันอาทิตย์ (14 ก.ย.) โดยทั้งสองฝ่ายได้มีการเจรจาในประเด็นการค้า ความมั่นคง และประเด็นทางเศรษฐกิจ ตลอดจนการกำหนดเส้นตายขายกิจการแพลตฟอร์มติ๊กต๊อก (TikTok) ของจีน โดยการเจรจาในวันแรกได้สิ้นสุดลงหลังจากใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมง
  • ผู้เชี่ยวชาญด้านการค้าคาดการณ์ว่า มีความเป็นไปได้น้อยมากที่การเจรจาการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ ซึ่งจัดขึ้นที่สเปนในครั้งนี้จะมีความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญ แต่คาดว่าผลลัพธ์ที่เป็นไปได้มากที่สุดคือการที่สหรัฐฯ จะขยายเส้นตายให้กับบริษัทไบต์แดนซ์ (ByteDance) ในการขายกิจการ TikTok ในสหรัฐฯ จากเดิมที่กำหนดเส้นตายไว้ภายในวันที่ 17 ก.ย. มิฉะนั้นแอปพลิเคชัน TikTok จะปิดตัวลงในสหรัฐฯ
  • รัฐมนตรีคลังญี่ปุ่น และสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ได้ออกแถลงการณ์ร่วมเกี่ยวกับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ หลังเสร็จสิ้นการเจรจาภาษีศุลกากรระดับทวิภาคี โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะยังคงหารือกันอย่างใกล้ชิดเกี่ยวกับค่าเงิน เพื่อให้แน่ใจว่าตลาดปริวรรตเงินตรายังคงมีเสถียรภาพ

 

ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท

  • นักบริหารการเงิน เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ  31.75 บาทต่อดอลลาร์อ่อนค่าลงเล็กน้อย แทบไม่เปลี่ยนแปลงจากระดับปิดสัปดาห์ก่อนหน้า ณ ระดับ  31.71 บาทต่อดอลลาร์ มองกรอบค่าเงินบาทสัปดาห์นี้ ที่ระดับ 31.35-32.10 บาทต่อดอลลาร์ ส่วนกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 31.65-31.85 บาทต่อดอลลาร์
  • มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า สถานการณ์ค่าเงินบาทแข็งค่าเร็วและแรง จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยโดยภาพรวม ภาคส่งออก และภาคการท่องเที่ยว อาจทำให้ตัวเลขส่งออกขยายตัวติดลบได้ในช่วงไตรมาส 4/68 เพิ่มความเสี่ยงของภาวะเงินฝืดมากยิ่งขึ้น

 

 

ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest

Tags : ข่าวทองข่าวทอง ทอง ราคาทอง

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com