• สรุปข่าวราคาทองคำ ประจำวันที่ 11 กันยายน 2568

    11 กันยายน 2568 | Gold News

 

สรุปตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ

  • Core PPI m/m ออกมาที่ -0.1% ต่ำกว่าคาดการณ์ที่ 0.3% และครั้งก่อนที่ 0.7%  
  • PPI m/m ออกมาที่  -0.1%  ต่ำกว่าคาดการณ์ที่ 0.3% และครั้งก่อนที่ 0.7% 

 

ข่าวเกี่ยวกับทองคำ

  • สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดขยับลงเล็กน้อยในวันพุธ ขณะที่นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ ในวันนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อหาสัญญาณที่ชัดเจนเกี่ยวกับแนวโน้มเงินเฟ้อและทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)
  • ราคาทองคำตลาดโลกปิดปรับตัวขึ้น 13.14 เหรียญ หรือ 0.36% ที่ระดับ 3,640.59 เหรียญ ขณะที่เช้านี้อยู่ที่ระดับ 3,646.75 เหรียญ
  • สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 20 เซนต์ หรือ 0.01% ปิดที่ 3,682.00 ดอลลาร์/ออนซ์
  • กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าซื้อเข้า 0.27 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 979.95 ตันภาพรวมเดือนกันยายน ซื้อสุทธิ 2.27 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ซื้อสุทธิ 107.43 ตัน
  • Kitco News รายงานว่า นักยุทธศาสตร์ของยุโรปคาดการณ์ว่าราคาทองคำจะพุ่งแตะ 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และราคาเงินจะแตะ 50 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในอีก 3-6 เดือนข้างหน้า เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่อ่อนแอลงอย่างรวดเร็วจะบีบให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ ต้องใช้มาตรการเชิงรุกมากขึ้น

 

ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง

  • ดัชนีดอลลาร์ ปรับตัวลดลง -0.02 จุด หรือ -0.02% มาอยู่ที่ระดับ 97.82 จุด
  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี  ปรับตัวลดลง -0.04 % มาอยู่ที่ระดับ 4.049% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวลดลง -0.02 % มาอยู่ที่ระดับ 3.544% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ0.51%
  • หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์การตลาดของ TradeStation กล่าวว่า สถานการณ์เงินเฟ้อเลวร้ายที่สุดยังไม่เกิดขึ้นจริง และข้อมูลเงินเฟ้อที่ต่ำกว่า 3% รวมถึงตัวเลขการจ้างงานที่อ่อนแอ ทำให้สามารถเดินหน้าลดอัตราดอกเบี้ยได้ แต่ความรวดเร็วจะขึ้นอยู่กับข้อมูลดัชนีผู้บริโภคที่จะประกาศในวันนี้
  • นักเศรษฐศาสตร์ของซิตี้กรุ๊ป กล่าวว่ารายงานตัวเลขดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ที่ลดลง บ่งชี้ว่าแรงกดดันเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับต่ำ ทำให้นักเศรษฐศาสตร์คาดว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะยังคงตัดสินใจลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% ในเดือนกันยายนนี้ และในการประชุมครั้งถัดไป

 

ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจ

  • ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบในวันพุธ โดยถูกกดดันจากการร่วงลงของหุ้นแอปเปิ้ล (Apple) อย่างไรก็ดี ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ยังคงปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยแรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นออราเคิล (Oracle) รวมทั้งตัวเลขเงินเฟ้อที่อ่อนแอเกินคาด ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์หน้า
  • ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 45,490.92 จุด ลดลง 220.42 จุด หรือ -0.48%
  • ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,532.04 จุด เพิ่มขึ้น 19.43 จุด หรือ +0.30% 
  • ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 21,886.06 จุด เพิ่มขึ้น 6.57 จุด หรือ +0.03%
  • ฟิทช์ เรทติ้งส์ (Fitch Ratings) ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตเศรษฐกิจโลกในปี 2568 เป็น 2.4% จากเดิม 2.2% โดยอ้างอิงจากตัวเลขเศรษฐกิจไตรมาส 2 ที่แข็งแกร่งกว่าที่คาดการณ์ไว้ แต่ระบุว่ามีหลักฐานบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ กำลังชะลอตัว สำหรับจีนนั้น ฟิทช์ปรับคาดการณ์การเติบโตเศรษฐกิจปี 2568 เป็น 4.7% จาก 4.2% ส่วนยูโรโซนปรับขึ้นเป็น 1.1% จาก 0.8% และสหรัฐฯ ปรับขึ้นเป็น 1.6% จาก 1.5%
  • เจมี ไดมอน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของธนาคารเจพีมอร์แกน เชส (JPMorgan Chase) เปิดเผยว่า การที่กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ ปรับลดการประเมินตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรในช่วงเวลา 1 ปี เป็นสิ่งยืนยันว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ กำลังชะลอตัวลง

 

ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน

  • สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 1% ในวันพุธ เนื่องจากนักลงทุนคาดการณ์ว่าสถานการณ์ตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ และการที่สหรัฐฯ ผลักดันให้มีการคว่ำบาตรครั้งใหม่ต่อผู้ซื้อน้ำมันจากรัสเซียนั้น อาจจะส่งผลให้อุปทานน้ำมันในตลาดโลกเผชิญภาวะชะงักงัน
  • สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนต.ค. เพิ่มขึ้น 1.04 ดอลลาร์ หรือ 1.66% ปิดที่ 63.67 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนพ.ย. เพิ่มขึ้น 1.10 ดอลลาร์ หรือ 1.66% ปิดที่ 67.49 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • ส่วนความเคลื่อนไหวล่าสุดที่พยายามกดดันรัสเซียนั้น ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เรียกร้องให้สหภาพยุโรป (EU) เก็บภาษีศุลกากรจากอินเดียและจีนในอัตราสูงสุดถึง 100% เพื่อตอบโต้ที่ทั้งสองประเทศยังคงซื้อน้ำมันจากรัสเซีย
  • ทางด้านเออร์ซูลา ฟอน เดอร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (EC) กล่าวว่า ชาติสมาชิก EU กำลังพิจารณาที่จะเลิกใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลของรัสเซียให้เร็วขึ้น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการกดดันให้รัสเซียเข้าร่วมการเจรจาสันติภาพกับยูเครน

  • อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันลดช่วงบวก หลังจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐฯ (EIA) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น 3.9 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลง 1.9 ล้านบาร์เรล
  • ส่วนสต็อกน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้น 1.4 ล้านบาร์เรล ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าลดลง 100,000 บาร์เรล และสต็อกน้ำมันกลั่นซึ่งรวมถึงฮีตติ้งออยล์และน้ำมันดีเซล เพิ่มขึ้น 4.7 ล้านบาร์เรล ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าเพิ่มขึ้น 200,000 บาร์เรล

 

ข่าวเกี่ยวกับการเมือง

  • รอยเตอร์ รายงานว่า เม็กซิโกเตรียมประกาศขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์และสินค้าอื่นๆ จากจีนและเอเชียสูงสุด 50% โดยรัฐบาลระบุว่าเป็นการปกป้องการจ้างงาน ขณะที่นักวิเคราะห์มองว่าเป็นการเอาใจสหรัฐฯ ซึ่งการขึ้นภาษีครั้งนี้มีมูลค่ารวมกว่า 5.2 หมื่นล้านดอลลาร์
  • สถานการณ์ตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ทวีความรุนแรงมากขึ้น เมื่อกองทัพโปแลนด์ได้ส่งเครื่องบินรบขึ้นปฏิบัติการยิงสกัดโดรนของรัสเซียที่ล่วงล้ำเข้ามาในน่านฟ้าจากฝั่งยูเครน นับเป็นการเข้าปะทะกับยุทโธปกรณ์ของรัสเซียในดินแดนโปแลนด์ครั้งแรกนับตั้งแต่สงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนเริ่มต้นขึ้น
  • นายกรัฐมนตรีโดนัลด์ ทัสก์ ของโปแลนด์กล่าวว่า น่านฟ้าโปแลนด์ถูกละเมิดโดยโดรนจำนวนมากจากรัสเซีย และบางส่วนก่อให้เกิดภัยคุกคามโดยตรง นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีโปแลนด์เสนอให้ใช้มาตรา 4 ของสนธิสัญญานาโตซึ่งระบุว่า ชาติสมาชิกนาโตจะร่วมปรึกษาหารือกันในยามที่สมาชิกฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเห็นว่าบูรณภาพแห่งดินแดนหรือความมั่นคงของตนถูกคุกคาม
  • เออร์ซูลา ฟอน เดอร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (EC) ได้แถลงว่า EC จะเสนอมาตรการคว่ำบาตรรัฐมนตรีอิสราเอลฝ่ายสุดโต่ง รวมถึงการระงับข้อตกลงความร่วมมือกับอิสราเอลในบางหมวด โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการค้า
  • เจีย ค็อบบ์ ผู้พิพากษาศาลแขวงสหรัฐฯ ในวอชิงตัน มีคำตัดสินให้ระงับคำสั่งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่จะถอดถอนลิซา คุก ออกจากตำแหน่งสมาชิกคณะผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ซึ่งจะเปิดทางให้คุกสามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ในขณะที่เธอกำลังต่อสู้ทางกฎหมายเพื่อขัดขวางความพยายามของปธน.ทรัมป์ที่สั่งปลดเธอในข้อกล่าวหาฉ้อโกง

 

ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท

  • นักบริหารการเงิน เปิดเผยว่า  "ค่าเงินบาทวันนี้"เปิดเช้านี้ ที่ระดับ  31.75 บาทต่อดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย แทบไม่เปลี่ยนแปลงมองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 31.65-32.00 บาทต่อดอลลาร์
  • คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ตั้งข้อสังเกตว่าไทยการส่งออกทองคำไปกัมพูชามีปริมาณสูงผิดปกติ ซึ่งอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เงินบาทแข็งค่าขึ้น สวนทางกับภาวะเศรษฐกิจไทยที่ชะลอตัวและควรทำให้ค่าเงินอ่อนลง กกร. ยังกังวลว่าการส่งออกทองคำที่เพิ่มขึ้นอย่างผิดปกตินี้อาจเกี่ยวข้องกับธุรกิจใต้ดิน และเตรียมหารือกับหน่วยงานรัฐเพื่อตรวจสอบและหาแนวทางแก้ไขปัญหาโดยเร่งด่วน เนื่องจากค่าเงินบาทที่แข็งเกินไปส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกและการท่องเที่ยวของไทย

 

ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest

Tags : ข่าวทองข่าวทอง ทอง ราคาทอง

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com