• สรุปข่าวราคาทองคำ ประจำวันที่ 5 กันยายน 2568

    5 กันยายน 2568 | Gold News

สรุปตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ

  • ADP Non-Farm Employment Change ออกมาที่ 54K ต่ำกว่าคาดการณ์ที่ 73K และครั้งก่อนที่ 106K 
  • Unemployment Claims ออกมาที่ 237K ซึ่ง สูงกว่าคาดการณ์ที่ 230K และครั้งก่อนที่ 229K
  • ISM Services PMI ออกมาที่ 52.0 ซึ่ง สูงกว่าคาดการณ์ที่ 50.9 และครั้งก่อนที่ 50.1
  • ภาพรวมตัวเลขเศรษฐกิจ ตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนในเดือนที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นเพียง 54,000 ตำแหน่ง ซึ่งต่ำกว่าเดือนก่อนหน้าเกือบครึ่ง นอกจากนี้ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานยังพุ่งสูงถึง 237,000 ราย ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน ในทางกลับกัน ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการ กลับขยายตัวขึ้นจากเดือนก่อนหน้า ซึ่งบ่งชี้ว่าภาคบริการยังคงเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง

 

ข่าวเกี่ยวกับทองคำ

  • สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันพฤหัสบดี เนื่องจากนักลงทุนขายทำกำไรหลังจากราคาทองคำทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ในวันนี้ เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางตลาดแรงงานและแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)
  • ราคาทองคำตลาดโลกปิดปรับตัวลดลง -14.39 เหรียญ หรือ -0.4% อยู่ที่ระดับ 3,545.87 เหรียญ ขณะที่เช้านี้ราคาทองคำอยู่ที่ระดับ 3,553.67 เหรียญ
  • สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 28.80 ดอลลาร์ หรือ 0.79% ปิดที่ 3,606.70 ดอลลาร์/ออนซ์
  • กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าขายออก 2.29 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 981.97 ตันภาพรวมเดือนกันยายน ซื้อสุทธิ 4.29 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ซื้อสุทธิ 109.45 ตัน
  • เดวิด เมเกอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายการค้าโลหะของบริษัท High Ridge Futures กล่าวว่า ตลาดได้คาดการณ์การปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ไว้ล่วงหน้าเป็นส่วนใหญ่แล้ว รายงานการจ้างงานประจำเดือนที่จะเปิดเผยในวันนี้จึงกลายเป็นจุดสนใจที่สำคัญ ซึ่งน่าจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อค่าเงินดอลลาร์ และต่อเนื่องไปถึงราคาทองคำ
  • สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า Goldman Sachs Group Inc. ระบุว่า ราคาทองคำอาจพุ่งขึ้นเกือบ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากความน่าเชื่อถือของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ถูกกระทบ และนักลงทุนเล็กน้อยย้ายเงินลงทุนจากพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐมาสู่ทองคำแท่ง
  • ซาแมนธา ดาร์ท นักวิเคราะห์ของโกลด์แมน แซคส์ ระบุว่าสถานการณ์ที่ความเป็นอิสระของเฟดถูกบั่นทอน จะนำไปสู่เงินเฟ้อที่สูงขึ้น ราคาหุ้นและพันธบัตรระยะยาวลดลง และทำให้สถานะเงินดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินสำรองของโลกสั่นคลอน …ตรงกันข้าม ทองคำเป็นสินทรัพย์เก็บมูลค่าที่ไม่ต้องพึ่งพาความไว้วางใจในสถาบัน
  • Goldman Sachs คาดการณ์ฐาน (baseline) ที่ทองคำจะพุ่งถึง 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ภายในกลางปี 2569, ในกรณีความเสี่ยงสูง (tail-risk) ราคาจะพุ่งถึง 4,500 ดอลลาร์ และหากมีเงินเพียง 1% ของตลาดพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ที่ถือโดยเอกชนไหลเข้าสู่ทองคำ ราคาทองอาจพุ่งแตะเกือบ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์
  • ผู้ว่าการธนาคารกลางโปแลนด์ นายอดัม กลาปินสกี เผยว่า เขาจะเสนอให้เพิ่มสัดส่วนทองคำในทุนสำรองของประเทศจาก 20% เป็น 30% โดยขณะนี้โปแลนด์มีทองคำในครอบครองกว่า 515 ตัน ทั้งนี้ การเข้าซื้อทองคำอย่างต่อเนื่องมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับพอร์ตสินทรัพย์สำรองของธนาคารกลาง ซึ่งได้เริ่มแผนเพิ่มสัดส่วนทองคำเป็น 20% มาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2567 แล้ว

 

ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง

  • ดัชนีดอลลาร์ ปรับตัวขึ้น 0.02 จุด หรือ 0.02% มาอยู่ที่ระดับ 98.17 จุด
  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี  ปรับตัวลดลง -0.06 % มาอยู่ที่ระดับ 4.157% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวลดลง -0.03 % มาอยู่ที่ระดับ 3.583% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ0.57%
  • ออสตัน กูลส์บี ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ สาขาชิคาโก กล่าวเมื่อวันศุกร์ว่า ตลาดแรงงานของสหรัฐฯ อาจกำลังอ่อนแอลง ในขณะที่ อัตราเงินเฟ้ออาจกลับมาสูงขึ้น ทำให้ต้อง รอดูสถานการณ์ไปก่อนเพราะยังมีความไม่แน่นอนสูง
  • อัลเบอร์โต มูซาเลม ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ สาขาเซนต์หลุยส์ กล่าวว่าการกำหนดอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ค่อนข้างเข้มงวดในปัจจุบันสอดคล้องกับภาวะการจ้างงานเต็มที่ของตลาดแรงงานและอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานในปัจจุบันโดยมูซาเลมยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการใช้แนวทางที่สมดุลในการกำหนดนโยบายในขณะนี้ และไม่ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนตลาดแรงงานหรือต่อสู้กับภาวะเงินเฟ้อมากเกินไป
  • มาร์ค คาบานา หัวหน้าฝ่ายวิจัยระดับโลกด้านกลยุทธ์อัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ ของ Bank of America ให้ความเห็นว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ อาจลดอัตราดอกเบี้ยลงอย่างน้อย 3% เขายังกล่าวเสริมว่า ตลาดกำลังประเมินโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ จะลดดอกเบี้ยน้อยกว่า 3% นั้นต่ำเกินไป

 

ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจ

  • ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันพฤหัสบดี ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังมีข้อมูลเพิ่มเติมบ่งชี้ว่าตลาดแรงงานของสหรัฐฯ ชะลอตัวลง ซึ่งทำให้นักลงทุนมีความมั่นใจมากขึ้นว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนนี้
  • ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 45,621.29 จุด เพิ่มขึ้น 350.06 จุด หรือ +0.77%
  • ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,502.08 จุด เพิ่มขึ้น 53.82 จุด หรือ +0.83% 
  • ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 21,707.69 จุด เพิ่มขึ้น 209.97 จุด หรือ +0.98%
  • หุ้น 10 ใน 11 กลุ่มในดัชนี S&P500 ปิดในแดนบวก นำโดยหุ้นกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยและกลุ่มบริการด้านการสื่อสาร พุ่งขึ้น 2.25% และ 1.12% ตามลำดับ ส่วนหุ้นกลุ่มสาธารณูปโภคปรับตัวลง 0.16%
  • ตลาดยังได้แรงหนุนจากหุ้นบรอดคอม (Broadcom), อะเมซอน (Amazon) และเมตา แพลตฟอร์ม (Meta Platforms) โดยหุ้นบรอดคอมซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ผลิตชิปปัญญาประดิษฐ์ (AI) รายใหญ่ พุ่งขึ้น 1.2% ก่อนที่บริษัทจะเปิดเผยผลประกอบการหลังตลาดปิดทำการ ขณะที่หุ้นเมตาปรับตัวขึ้น 1.6%
  • หุ้นอะเมซอนพุ่งขึ้น 4.3% หลังจากสายการบินเจ็ทบลู แอร์เวยส์ (JetBlue Airways) ประกาศว่าจะร่วมมือกับ Project Kuiper ซึ่งเป็นโครงการเครือข่ายดาวเทียมวงโคจรต่ำ (LEO) ของอะเมซอน เพื่อปรับปรุงระบบ Wi-Fi บนเครื่องบิน ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวเป็นคู่แข่งรายสำคัญของเครือข่ายอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมสตาร์ลิงก์ (Starlink) ของบริษัทสเปซเอ็กซ์ (SpaceX)

 

ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน

  • สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันพฤหัสบดี หลังสหรัฐฯ เปิดเผยสต็อกน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งบ่งชี้ถึงการชะลอตัวของอุปสงค์น้ำมัน นอกจากนี้ ตลาดยังถูกกดดันจากความวิตกกังวลว่ากลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และชาติพันธมิตร หรือโอเปกพลัส อาจตัดสินใจเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันในการประชุมวันอาทิตย์นี้
  • สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนต.ค. ลดลง 49 เซนต์ หรือ 0.77% ปิดที่ 63.48 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนพ.ย. ลดลง 61 เซนต์ หรือ 0.9% ปิดที่ 66.99 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐฯ (EIA) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น 2.4 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 29 ส.ค. สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลง 2.0 ล้านบาร์เรล นอกจากนี้ ตัวเลขสต็อกน้ำมันดิบของ EIA ยังออกมาสูงกว่าที่สถาบันปิโตรเลียมอเมริกา (API) รายงานว่าสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 622,000 บาร์เรล
  • แหล่งข่าวจากกลุ่มโอเปกพลัสเปิดเผยว่า โอเปกพลัสอาจพิจารณาเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันในการประชุมวันอาทิตย์นี้ เพื่อชิงส่วนแบ่งในตลาดน้ำมัน หลังจากที่โอเปกพลัสมีมติเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมัน 547,000 บาร์เรล/วันสำหรับเดือนก.ย. ในการประชุมครั้งหลังสุดเมื่อเดือนส.ค.ที่ผ่านมา
  • สำหรับความเคลื่อนไหวด้านอื่น ๆ นั้น เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวเปิดเผยว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวกับบรรดาผู้นำชาติยุโรปเมื่อวานนี้ว่า ยุโรปต้องหยุดซื้อน้ำมันจากรัสเซีย เพราะจะเป็นการช่วยให้รัสเซียมีเงินทุนในการทำสงครามกับยูเครน

  • ทั้งนี้ หากการส่งออกน้ำมันของรัสเซียปรับตัวลดลงก็อาจเป็นปัจจัยหนุนราคาน้ำมัน โดยรัสเซียเป็นผู้ผลิตน้ำมันดิบรายใหญ่อันดับสองในปี 2567 รองจากสหรัฐฯ
  • ด้านสำนักข่าวอินเตอร์แฟกซ์รายงานโดยอ้างการเปิดเผยของรัฐมนตรีกระทรวงพลังงานรัสเซียว่า ขณะนี้บริษัทรอสเนฟท์ (Rosneft) ซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของรัสเซีย ได้หันไปทำข้อตกลงจัดหาน้ำมันให้กับจีนผ่านทางคาซัคสถานในปริมาณ 2.5 ล้านเมตริกตัน/ปี

 

ข่าวเกี่ยวกับการเมือง

  • บลูมเบิร์ก รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐกล่าวว่าข้อตกลงการค้ากับประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ อาทิ สหภาพยุโรป (อียู) ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ จะถูกยกเลิก หากศาลสูงสุดสหรัฐตัดสินว่าภาษีศุลกากรตอบโต้ทั่วโลกของเขาผิดกฎหมาย
  • ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ลงนามบังคับใช้ข้อตกลงการค้ากับญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ โดยมีสาระสำคัญคือสหรัฐฯ จะเรียกเก็บภาษีสินค้าส่วนใหญ่จากญี่ปุ่นในอัตราสูงสุดไม่เกิน 15% ซึ่งเป็นผลดีต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ของญี่ปุ่นที่เคยต้องเผชิญกับความเสี่ยงเรื่องภาษีนำเข้าที่สูง นอกจากนี้ ญี่ปุ่นจะจัดตั้งกองทุนมูลค่า 550,000 ล้านดอลลาร์เพื่อลงทุนในสหรัฐฯ
  • จีนเริ่มเก็บภาษีเส้นใยแก้วนำแสงที่นำเข้าจากสหรัฐฯ เพิ่มเติม หลังการสอบสวนเป็นเวลา 6 เดือนพบว่า บริษัทสหรัฐฯ พยายามเลี่ยงมาตรการต่อต้านการทุ่มตลาดของจีน โดยอัตราภาษีสำหรับสายใยแก้วนำแสงชนิดโหมดเดี่ยวแบบ cut-off shifted อยู่ระหว่าง 33.3% – 78.2% และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (4 ก.ย.) ไปจนถึงวันที่ 21 เม.ย. 2571
  • รัฐสภาสหรัฐฯ เตรียมเปิดอภิปรายในสัปดาห์นี้ เพื่อโหวตร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราว โดยสมาชิกสภาคองเกรสมีเวลาไม่ถึง 4 สัปดาห์ในการบรรลุข้อตกลงเพื่อหลีกเลี่ยงการปิดหน่วยงานของรัฐบาล หรือชัดตาวน์ ในช่วงสิ้นเดือนก.ย.
  • อิสราเอลได้ออกมาปฏิเสธข้อเสนอของกลุ่มฮามาส ในการทำข้อตกลงหยุดยิงเพื่อยุติสงคราม พร้อมยืนยันว่า กองทัพจะเดินหน้าปฏิบัติการโจมตีครั้งใหญ่ในฉนวนกาซาต่อไป

 

ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท

  • นักบริหารการเงิน เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ  32.27 บาทต่อดอลลาร์แข็งค่าขึ้น เล็กน้อย แทบไม่เปลี่ยนแปลงจากระดับปิดวันที่ผ่านมา ณ ระดับ  32.31 บาทต่อดอลลาร์ มองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 32.00-32.55 บาทต่อดอลลาร์
  • สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยผลศึกษาเรื่องการวิเคราะห์การเบี่ยงเบนทางการค้า: กรณีการไหลทะลักของสินค้าจีน หลังสหรัฐฯ กำหนดภาษีต่างตอบแทนจากไทย 19%” พบว่า จีนมีความเสี่ยงสูงสุดที่จะเบี่ยงเบนเส้นทางการค้าและส่งออกสินค้าเข้ามายังไทย เพราะมีส่วนต่างภาษีกับไทยมากที่สุดถึง 15%
  • ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (FETCO Investor Confidence Index) เดือนสิงหาคม 2568 พุ่งสู่ระดับ "ร้อนแรง" ที่ 120.22 โดยนักลงทุนมองว่าปัจจัยบวกหลักคือเงินทุนไหลเข้าและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศ ในทางกลับกัน ปัจจัยลบที่ฉุดความเชื่อมั่นคือสถานการณ์การเมืองในประเทศ การถดถอยทางเศรษฐกิจ และผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน
  • สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (CPI) เดือน ส.ค.68 อยู่ที่ 100.14 ลดลงจากเดือนเดียวกันของปีก่อน -0.79% (YoY) ขณะที่ตลาดคาด -0.7 ถึง -0.8% โดยอัตราเงินเฟ้อปรับลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5

 

ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest

Tags : ข่าวทองข่าวทอง ทอง ราคาทอง

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com