• สรุปข่าวราคาทองคำ ประจำวันที่ 4 กันยายน 2568

    4 กันยายน 2568 | Gold News

สรุปตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ

  • JOLTS Job Openings ออกมาที่ 7.18M ต่ำกว่าคาดการณ์ที่ 7.38M และครั้งก่อนที่ 7.36M
  • โดยภาพรวมการปรับตัวลดลงของ Job Openings ถือว่าเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 10 เดือน จาก 7.36 ล้านตำแหน่งในเดือนก่อนหน้า แสดงให้เห็นว่าภาคธุรกิจเริ่มชะลอการจ้างงานและมีความระมัดระวังมากขึ้น

ข่าวเกี่ยวกับทองคำ

  • สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ครั้งใหม่วันพุธ หลังการเปิดเผยข้อมูลแรงงานล่าสุดของสหรัฐฯ กดดันให้ดัชนีดอลลาร์อ่อนค่าลงมา และทำให้นักลงทุนมีความหวังมากขึ้นว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนนี้ นอกจากนี้ ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับมาตรการภาษีศุลกากรและความกังวลเกี่ยวกับความเป็นอิสระของเฟด ยังคงเป็นปัจจัยหนุนแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย
  • ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 43.30 ดอลลาร์ หรือ 1.21% ปิดที่ 3,635.50 ดอลลาร์/ออนซ์
  • ด้านราคาทองคำตลาดโลกปิดตลาด ปรับตัวขึ้น 27.0 เหรียญ หรือ 0.76% ที่ระดับ 3,559.0 เหรียญ โดยขึ้นไปทำจุดสูงสุดใหม่ที่ 3,578 เหรียญ ขณะที่เช้านี้ชะลอตัวลงมาที่ 3,550 เหรียญ 
  • กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าขายออก 6.3 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 984.26 ตันภาพรวมเดือนกันยายน ซื้อสุทธิ 6.58 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ซื้อสุทธิ 111.74 ตัน
  • นักวิเคราะห์จาก City Index กล่าวว่า ราคาทองคำทำสถิติสูงสุดอยู่แล้วก่อนที่จะมีการเปิดเผยข้อมูลแรงงานดังกล่าว และเมื่อข้อมูลบ่งชี้ถึงความอ่อนแอของตลาดแรงงานก็ยิ่งเป็นปัจจัยหนุนราคาทองคำทำสถิติสูงสุดครั้งใหม่
  • ขณะที่นักกลยุทธ์ด้านโลหะจาก Zaner Metals คาดการณ์ว่า ราคาทองคำยังมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นอีก โดยให้เป้าหมายระยะสั้นถึงระยะกลางอยู่ที่ 3,600 – 3,800 ดอลลาร์ พร้อมกับคาดการณ์ว่าราคาทองคำอาจพุ่งขึ้นทะลุแนวต้านที่ระดับ 4,000 ดอลลาร์ภายในช่วงปลายไตรมาสแรกของปีหน้า
  • ในเดือนกรกฎาคมที่ผ่าน ธนาคารกลางทั่วโลกได้ชะลอการซื้อทองคำลงเหลือ 10 ตัน ซึ่งลดลงอย่างมากจากเดือนก่อนหน้า ข้อมูลจากสภาทองคำโลก (WGC) ระบุว่าราคาทองคำที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ความต้องการซื้อจากภาครัฐลดลง อย่างไรก็ตาม การซื้อขายยังคงคึกคักในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ โดย  มาริสซา ซาลิม หัวหน้าฝ่ายวิจัยอาวุโสประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของ WGC กล่าวสรุปว่า "แม้การซื้อทองคำจะช้าลง แต่ธนาคารกลางยังคงเป็นผู้ซื้อสุทธิอย่างต่อเนื่อง"

 

ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง

  • ดัชนีดอลลาร์ ปรับตัวลดลง -0.25 จุด หรือ -0.25% มาอยู่ที่ระดับ 98.14 จุด
  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี  ปรับตัวลดลง -0.06 % มาอยู่ที่ระดับ 4.215% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวลดลง -0.04 % มาอยู่ที่ระดับ 3.614% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ0.6%
  • หลังกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยข้อมูล Job Openings ที่ต่ำลง ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 96% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 4.00-4.25% ในการประชุมวันที่ 17 ก.ย.
  • ด้านคริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ สมาชิกคณะผู้ว่าการเฟดได้ส่งสัญญาณสนับสนุนการปรับลดดอกเบี้ย โดยเขาเปิดเผยกับสำนักข่าวซีเอ็นบีซีว่าในขณะที่ตลาดแรงงานเริ่มแย่ลง ผมคิดว่าเราจำเป็นต้องเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมที่จะถึงนี้ โดยเราสามารถปรับอัตราดอกเบี้ยตามสถานการณ์ และผมไม่กังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อจากการเรียกเก็บภาษีศุลกากร

 

ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจ

  • ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเล็กน้อยในวันพุธ แต่ดัชนี Nasdaq พุ่งกว่า 1% และ S&P500 ปิดในแดนบวก โดยได้แรงหนุนจากหุ้นอัลฟาเบท (Alphabet) รวมทั้งความหวังที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนนี้
  • ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 45,271.23 จุด ลดลง 24.58 จุด หรือ -0.05%
  • ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,448.26 จุด เพิ่มขึ้น 32.72 จุด หรือ +0.51% และ
  • ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 21,497.73 จุด เพิ่มขึ้น 218.10 จุด หรือ +1.02%
  • ศาลสหรัฐฯ มีคำตัดสินครั้งสำคัญในคดีต่อต้านการผูกขาด โดยอนุญาตให้กูเกิล (Google) ไม่ต้องขายธุรกิจเบราว์เซอร์ Chrome และสามารถจ่ายเงินให้บริษัทแอปเปิ้ล (Apple) ต่อไปได้ตามข้อตกลงเดิม แต่มีคำสั่งให้ต้องแชร์ข้อมูลการค้นหาแก่บริษัทคู่แข่ง เพื่อส่งเสริมการแข่งขันในตลาดเสิร์ชออนไลน์ นอกจากนี้ ศาลยังอนุญาตให้กูเกิลสามารถเก็บรักษาระบบปฏิบัติการ Android ไว้ได้ ซึ่งทั้ง Chrome และ Android ถือเป็นหัวใจสำคัญในธุรกิจโฆษณาออนไลน์ที่สร้างรายได้มหาศาลให้กับกูเกิล
  • คำตัดสินดังกล่าวเป็นผลสืบเนื่องมาจากการต่อสู้ทางกฎหมายที่ยาวนานถึง 5 ปี ระหว่างกูเกิลและหน่วยงานกำกับดูแลที่ตั้งคำถามเกี่ยวกับการผูกขาดตลาดของกูเกิลมาโดยตลอด โดยเมื่อปีที่แล้ว ผู้พิพากษามีคำวินิจฉัยว่า กูเกิลมีพฤติกรรมผูกขาดตลาดการค้นหาและโฆษณาออนไลน์อย่างผิดกฎหมาย
  • ข่าวความคืบหน้าล่าสุดช่วยหนุนหุ้นอัลฟาเบท ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของกูเกิล พุ่งขึ้น 9.1% และหุ้นแอปเปิ้ลปรับตัวขึ้น 3.8% และยังเป็นปัจจัยหนุนดัชนี Nasdaq และดัชนี S&P500 ปิดตลาดปรับตัวขึ้นด้วย ส่วนดัชนีดาวโจนส์ปิดลบเล็กน้อย โดยถูกกดดันจากหุ้นโบอิ้ง (Boeing) ที่ร่วงลง 2.1%

 

ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน

  • สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 2% ในวันพุธ  หลุดจากระดับ 64 ดอลลาร์ ท่ามกลางความวิตกกังวลว่ากลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และชาติพันธมิตร หรือโอเปกพลัส อาจตัดสินใจเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันในการประชุมวันอาทิตย์นี้
  • ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนต.ค. ลดลง 1.62 ดอลลาร์ หรือ 2.47% ปิดที่ 63.97 ดอลลาร์ /บาร์เรล
  • ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนพ.ย. ลดลง 1.54 ดอลลาร์ หรือ 2.23% ปิดที่ 67.60 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • สมาชิก 8 ชาติของกลุ่มโอเปกพลัส จะจัดการประชุมผ่านระบบออนไลน์ในวันอาทิตย์ที่ 7 ก.ย. เพื่อพิจารณาเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันสำหรับเดือนต.ค.
  • แหล่งข่าวจากกลุ่มโอเปกพลัสเปิดเผยว่า โอเปกพลัสอาจพิจารณาเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันในการประชุมวันอาทิตย์นี้ เพื่อชิงส่วนแบ่งในตลาดน้ำมัน หลังจากที่โอเปกพลัสมีมติเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมัน 547,000 บาร์เรล/วันสำหรับเดือนก.ย. ในการประชุมครั้งหลังสุดเมื่อเดือนส.ค.ที่ผ่านมา
  • นักวิเคราะห์จากธนาคาร SEB คาดการณ์ว่า หากโอเปกพลัสเพิ่มกำลังการผลิตตามโควตาใหม่ ก็จะเกิดภาวะน้ำมันล้นตลาดอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่เดือนก.ย.ปีนี้ไปจนถึงปี 2569 โดยจะทำให้ปริมาณน้ำมันในสต็อกปรับตัวสูงขึ้น
  • ขณะที่นักลงทุนจับตาตัวเลขสต็อกน้ำมันดิบอย่างเป็นทางการจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐฯ (EIA) ในวันนี้

 

ข่าวเกี่ยวกับการเมือง

  • ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงได้ให้การต้อนรับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน และคิม จองอึน ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ผู้นำของทั้งสามประเทศ คือจีน รัสเซีย และเกาหลีเหนือ ปรากฏตัวร่วมกันนับตั้งแต่ปี 1959 พร้อมทั้งมีการแสดงแสนยานุภาพทางทหารด้วยอาวุธที่ทันสมัย ในขณะเดียวกันสหรัฐฯ และพันธมิตรตะวันตกได้แสดงความกังวลต่อการรวมตัวของกลุ่มประเทศอำนาจนิยมในครั้งนี้
  • ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ได้เปลี่ยนท่าที โดยกล่าวหาว่าผู้นำจีน รัสเซีย และเกาหลีเหนือสมคบคิดกันต่อต้านสหรัฐฯ ซึ่งสวนทางกับคำพูดของเขาช่วงก่อนหน้านี้ ทรัมป์ได้โพสต์ข้อความบนโซเชียลมีเดีย ในระหว่างที่ผู้นำทั้งสามกำลังร่วมพิธีสวนสนามที่กรุงปักกิ่ง โดยเขาได้ทักทายผู้นำทั้งสามอย่างประชดประชันว่า "กำลังสมคบคิดกันต่อต้านสหรัฐฯ" ทั้งที่ก่อนหน้านั้นเขาเคยกล่าวว่า ไม่ได้กังวลเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้และมีความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้นำทั้งสาม
  • รัสเซียประกาศพร้อมสนับสนุนจีนในการก้าวขึ้นเป็นผู้ผลิตพลังงานนิวเคลียร์รายใหญ่ที่สุดของโลก 
  • โดย ผู้อำนวยการโรซาตอม (Rosatom) บริษัทนิวเคลียร์ของรัฐบาลรัสเซีย เปิดเผยเมื่อวานนี้ (3 ก.ย.) หลังการเจรจาที่กรุงปักกิ่งว่า จีนมีแผนพัฒนาพลังงานนิวเคลียร์ขนาดใหญ่ โดยตั้งเป้าที่จะไล่ตามและแซงหน้าสหรัฐฯ ด้วยกำลังการผลิตไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์มากกว่า 100 กิกะวัตต์ (GW)
  • อินเดียกำลังวางแผนขยายการส่งออกยาไปยังรัสเซีย เนเธอร์แลนด์ และบราซิล เพื่อลดการพึ่งพาสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตลาดส่งออกที่ใหญ่ที่สุด โดยมีสัดส่วนมากกว่า 1 ใน 3 ของการส่งออกยาทั้งหมด แม้ว่าปัจจุบันอุตสาหกรรมยาอินเดียจะยังได้รับการยกเว้นภาษีของสหรัฐฯ แต่ผู้ผลิตก็ยังคงกังวลกับความไม่แน่นอนทางการค้า จึงมุ่งเน้นการหาตลาดใหม่เพื่อสร้างการเติบโตและกระจายความเสี่ยง

 

ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท

  • นายพิชัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ชี้แจงว่าการคาดการณ์เศรษฐกิจของ คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ที่ระบุว่า GDP จะโตเพียง 1% นั้นเป็นข้อมูลเก่า เพราะหลังจากที่สถานการณ์ภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ชัดเจนขึ้น หลายสำนักได้ปรับประมาณการ GDP ปี 2568 ของไทยเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 2% แล้ว และเขายังเชื่อมั่นว่ารัฐบาลจะสามารถผลักดันให้ GDP โตได้ถึง 2.5% หากการดำเนินการต่างๆ เป็นไปอย่างราบรื่น
  • พรรคประชาชนประกาศ โหวตสนับสนุนแคนดิเดตนายกฯ จากพรรคภูมิใจไทย ภายใต้เงื่อนไขว่าจะไม่เข้าร่วมรัฐบาลและต้องมีการยุบสภาภายใน 4 เดือน ต่อมานายกฯ รักษาการได้ประกาศขอยุบสภา แต่ทางสำนักองคมนตรีได้ตีกลับหนังสือดังกล่าว เนื่องจากเห็นว่าไม่เป็นไปตามระเบียบ ขณะที่สภาฯ ได้กำหนดวาระการโหวตเลือกนายกฯ ในวันที่ 5 กันยายนนี้
  • ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีเอ็มบีธนชาต (ttb) เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 32.29 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าเมื่อเทียบกับราคาปิดตลาด เมื่อวานที่ระดับ 32.36 บาทต่อดอลลาร์ โดยประเมิน กรอบแนวรับที่ 32.20 บาท แนวต้าน 32.40 บาท

 

ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest

Tags : ข่าวทองข่าวทอง ทอง ราคาทอง

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com