• สรุปข่าวราคาทองคำ ประจำวันที่ 1 กันยายน 2568

    1 กันยายน 2568 | Gold News


สรุปตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ

  • Core PCE Price Index m/m ออกมาที่ 0.3%ตามคาดการณ์และครั้งก่อนที่ 0.3%
  • Revised UoM Consumer Sentiment ออกมาที่ 58.2 ต่ำกว่าคาดการณ์ที่ 58.7 และครั้งก่อนที่ 58.6

ข่าวเกี่ยวกับทองคำ

  • สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันศุกร์ และปรับตัวขึ้นรายเดือนมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย. หลังข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ที่เป็นไปตามคาดหนุนความหวังว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนก.ย.
  • ราคาทองคำตลาดโลกปิดตลาดปรับตัวขึ้น 30.4 เหรียญ หรือ 0.89% อยู่ที่ระดับ 3,447.44 เหรียญ โดยปิดแท่งรายเดือนสิงหาคมเพิ่มขึ้น 4.78% 
  • สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 41.80 ดอลลาร์ หรือ 1.20% ปิดที่ 3,516.10 ดอลลาร์/ออนซ์
  • กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าซื้อเข้า 9.74 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 977.68 ตันภาพรวมเดือนสิงหาคม ซื้อสุทธิ 23.17 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ซื้อสุทธิ 105.16 ตัน
  • ธนาคาร Commerzbank ระบุในรายงานว่า ทองคำได้แรงหนุนจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับความเป็นอิสระของเฟด โดยมีกระแสเงินไหลเข้าสู่กองทุน ETF ทองคำอย่างมากในช่วงสองวันที่ผ่านมา
  • ผลสำรวจ Kitco News Gold Survey พบว่านักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าราคาทองคำจะปรับตัวสูงขึ้นในต่อในสัปดาห์นี้ โดยมีผู้เชี่ยวชาญ  (86%) มองว่าราคาจะเพิ่มขึ้น ขณะที่อีก  (14%) คาดว่าราคาจะเคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ และไม่มีใครมองว่าราคาจะลดลงเลย
  • อุปสงค์ทองคำในอินเดียเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากร้านขายเครื่องประดับเร่งซื้อทองคำเพื่อรองรับช่วงเทศกาลที่กำลังจะมาถึง ส่งผลให้ราคาพรีเมียมในตลาดทองคำของอินเดียสูงขึ้น โดยผู้ค้าต้องจ่ายเพิ่มขึ้นจากราคาปกติ ซึ่งแตกต่างจากสัปดาห์ก่อน

 

ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง

  • ดัชนีดอลลาร์ ไม่เปลี่ยนแปลง อยู่ที่ระดับ 97.87 จุด
  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้น 0.02 % มาอยู่ที่ระดับ 4.232% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวลดลง -0.02 % มาอยู่ที่ระดับ 3.623% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ0.61%

  • กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ รายงานว่า การใช้จ่ายของผู้บริโภคในเดือนก.ค. เพิ่มขึ้นมากที่สุดในรอบ 4 เดือน ขณะที่เงินเฟ้อภาคบริการปรับตัวสูงขึ้น แต่บรรดานักเศรษฐศาสตร์ไม่เชื่อว่า สัญญาณความต้องการในประเทศที่แข็งแกร่งจะทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ลังเลที่จะปรับลดดอกเบี้ยในเดือนก.ย. ท่ามกลางภาวะตลาดแรงงานที่อ่อนแอ ขณะที่รายงานยังชี้ให้เห็นถึงแรงกดดันด้านราคาที่ไม่รุนแรงที่เกิดจากภาษีนำเข้า
  • บรรดานักลงทุนคาดการณ์ว่า เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนก.ย. หลังการเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) สอดคล้องตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์
  • นักวิเคราะห์รายหนึ่งกล่าวว่า ต่อให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ซึ่งดูเหมือนจะเกิดขึ้น แต่เฟดอาจไม่ให้ความสำคัญมากนัก เนื่องจากแรงกดดันนี้เป็นผลจากภาษีและจะเป็นเพียงชั่วคราว
  • การพิจารณาคดีความพยายามของทรัมป์ในการปลด ลิซา คุก ผู้ว่าการเฟดในวันศุกร์นั้น ยังไม่มีคำตัดสินจากผู้พิพากษา ทำให้คุกยังคงอยู่ในตำแหน่งต่อไป
  • คริส แซคคาเรลลี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของ Northlight Asset Management เขามองว่าถึงแม้จะมีรายงานเงินเฟ้อสำคัญอีก 2 ฉบับ คือ ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) และ ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ที่จะประกาศในวันที่ 10-11 กันยายน แต่ข้อมูลเหล่านั้นก็ไม่น่าจะรุนแรงพอที่จะทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ ล้มเลิกแผนการลดดอกเบี้ยในเดือนหน้าได้ เขาให้เหตุผลว่า "ตราบใดที่รายงานไม่ได้แสดงให้เห็นถึงเงินเฟ้อที่พุ่งขึ้นอย่างน่าตกใจ ธนาคารกลางสหรัฐฯ ก็แทบจะรับประกันได้เลยว่าจะลดดอกเบี้ยลง 0.25%"

 

ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจ

  • ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบในวันศุกร์ และดัชนี S&P500 ปิดปรับตัวลงจากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยถูกกดดันจากการร่วงลงของหุ้น Dell, หุ้น Nvidia และหุ้นที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ขณะที่นักลงทุนประเมินข้อมูลเงินเฟ้อซึ่งสะท้อนว่าภาษีศุลกากรเริ่มส่งผลต่อราคา
  • ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 45,544.88 จุด ลดลง 92.02 จุด หรือ -0.20%
  • ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,460.26 จุด ลดลง 41.60 จุด หรือ -0.64% 
  • ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 21,455.55 จุด ลดลง 249.61 จุด หรือ -1.15%
  • สำหรับตลอดทั้งเดือนส.ค.นั้น ดัชนี S&P500 เพิ่มขึ้น 1.9%, ดัชนีดาวโจนส์บวก 3.2% และดัชนี Nasdaq บวก 1.6%
  • ความคาดหวังเกี่ยวกับการปรับลดดอกเบี้ยช่วยหนุนให้ดัชนี S&P500 และดัชนีดาวโจนส์บวกขึ้นในเดือนส.ค.เป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกัน ขณะที่ดัชนี Nasdaq ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5

  • หุ้น 6 จาก 11 กลุ่มในดัชนี S&P500 ปรับตัวขึ้น โดยกลุ่มเฮลท์แคร์เพิ่มขึ้น 0.73% ตามด้วยกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคพื้นฐานที่บวก 0.64% ขณะที่กลุ่มเทคโนโลยีร่วงลง 1.63%
  • หุ้น Nvidia ร่วงลง 3.4% โดยปรับตัวลงติดต่อกันเป็นวันที่ 3 หลังรายงานผลประกอบการรายไตรมาสเมื่อวันพุธต่ำกว่าความคาดหวังของนักลงทุน แต่ยังยืนยันว่าการใช้จ่ายในโครงสร้างพื้นฐาน AI ยังคงแข็งแกร่ง
  • ทั้งนี้ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ จะปิดทำการในวันจันทร์ (1 ก.ย.) เนื่องในวันแรงงาน
  • สำนักงานสถิติแห่งชาติจีนว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิต ขยับขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่ 49.4 ในเดือนส.ค. จาก 49.3 ในเดือนก.ค. แต่ออกมาต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะอยู่ที่ 49.5 และยังคงอยู่ต่ำกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ว่าภาคการผลิตของจีนอยู่ในภาวะหดตัว โดยเป็นการหดตัวติดต่อกันเดือนที่ 5

 

ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน

  • สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันศุกร์ ขณะที่นักลงทุนจับตาความต้องการใช้น้ำมันที่อ่อนแอในสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตลาดน้ำมันใหญ่ที่สุดของโลก รวมถึงการเพิ่มปริมาณอุปทานในช่วงฤดูใบไม้ร่วงจากกลุ่มโอเปกและชาติพันธมิตร
  • สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนต.ค. ลดลง 59 เซนต์ หรือ 0.91% ปิดที่ 64.01 ดอลลาร์ /บาร์เรล
  • สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนต.ค. ลดลง 50 เซนต์ หรือ 0.73% ปิดที่ 68.12 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • นักวิเคราะห์รายหนึ่งกล่าวว่า ตลาดกำลังหันไปให้ความสนใจกับการประชุมโอเปกพลัสในสัปดาห์นี้ โดยปริมาณการผลิตน้ำมันจากกลุ่มโอเปกพลัสเพิ่มขึ้น หลังจากเร่งการปรับเพิ่มกำลังการผลิตเพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งตลาด ส่งผลให้แนวโน้มอุปทานสูงขึ้นและกดดันราคาน้ำมันโลก
  • นักวิเคราะห์อีกรายให้ความเห็นว่า โดยรวมแล้ว ตลาดน้ำมันกำลังจะเผชิญกับภาวะอุปทานที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่ความต้องการยังอ่อนแอ
  • ฤดูการขับขี่ช่วงฤดูร้อนของสหรัฐฯ จะสิ้นสุดลงในวันจันทร์ ที่ตรงกับวันแรงงาน ซึ่งหมายถึงการสิ้นสุดช่วงที่ความต้องการเชื้อเพลิงสูงสุดในสหรัฐฯ
  • ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นก่อนหน้านี้จากเหตุโจมตีของยูเครนต่อท่าเรือส่งออกน้ำมันของรัสเซีย แต่รายงานการเจรจาของพันธมิตรยุโรปของยูเครนเรื่องการหยุดยิงที่เป็นไปได้นั้น ส่งผลกดดันราคาน้ำมันลดลง
  • บรรดานักลงทุนยังจับตาการตอบสนองของอินเดียต่อแรงกดดันจากสหรัฐฯ ให้หยุดซื้อน้ำมันจากรัสเซีย หลังจากทรัมป์ปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากอินเดียเป็นสองเท่า สูงสุดถึง 50% เมื่อวันพุธ อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ อินเดียยังท้าทายสหรัฐฯ และคาดว่าการนำเข้าน้ำมันรัสเซียของอินเดียจะเพิ่มขึ้นในเดือนก.ย.

  • นักวิเคราะห์ให้ความเห็นว่า มุมมองหลักในตลาดคือ การคว่ำบาตรรัสเซียยังไม่เกิดขึ้นจริง ขณะที่อินเดียจะเพิกเฉยต่อคำขู่คว่ำบาตรจากสหรัฐฯ และเดินหน้าซื้อน้ำมันดิบรัสเซียในราคาที่ถูกเป็นพิเศษต่อไป

 

ข่าวเกี่ยวกับการเมือง

  • คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์กลางในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม ระบุว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ ใช้อำนาจเกินขอบเขตทางกฎหมายในการกำหนดนโยบายภาษีศุลกากรทั่วโลก โดยศาลมีมติ 7 ต่อ 4 เห็นว่านโยบายดังกล่าวผิดกฎหมาย แต่ยังให้เวลาถึงวันที่ 14 ตุลาคม เพื่อรอให้มีการยื่นอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา
  • ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน เดินทางเยือนจีนเพื่อเข้าร่วมการประชุมองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (SCO) ที่นครเทียนจิน ซึ่งเป็นเวทีที่หลายฝ่ายมองว่ามีเป้าหมายเพื่อคานอำนาจตะวันตก โดยมีผู้นำจากกว่า 20 ประเทศเข้าร่วม นอกจากนี้ นายปูตินยังมีกำหนดหารือทวิภาคีกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และคาดว่าจะได้พบกับนายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ในพิธีสวนสนามที่กรุงปักกิ่งด้วย
  • กลุ่มกบฏฮูตีในเยเมนประกาศกร้าวเตรียมตอบโต้อิสราเอล หลังจากนายกรัฐมนตรี อาห์เหม็ด อัล-ราฮาวี ของรัฐบาลฮูตี พร้อมด้วยรัฐมนตรีอีกหลายคน เสียชีวิตจากปฏิบัติการโจมตีทางอากาศของอิสราเอล

 

ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท

  • ค่าเงินบาทเช้านี้ (1 ก.ย. 68) เปิดตลาด 32.32 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าเล็กน้อย เมื่อเทียบกับราคาปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ที่ 32.24 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
  • ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) มองกรอบการเคลื่อนไหวค่าเงินบาทสัปดาห์หน้า (1-5 ก.ย.) ที่ระดับ 31.80-32.80 บาท/ดอลลาร์ จากปิดตลาดในวันศุกร์ที่ 29 ส.ค. 68 ที่ 32.39 บาทดอลลาร์ โดยในช่วงต้นสัปดาห์ เงินบาทแข็งค่าขึ้นสวนทางเงินดอลลาร์ที่ยังเผชิญแรงขายต่อเนื่อง หลังสัญญาณของประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่ Jackson Hole หนุนความเป็นไปได้ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุม FOMC เดือนก.ย. นี้
  • รมว.คลัง กล่าวถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจหลัง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เกิดอุบัติเหตุทางการเมืองว่า ตนว่าทุกอย่างก็น่าจะแก้ไขได้ในเรื่องเศรษฐกิจ ส่วนการเจรจาภาษีและการค้ากับสหรัฐอเมริกา ยืนยันว่า ไม่สะดุด ใครรับผิดชอบก็ยังต้องดูแลอยู่
  • โฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า เศรษฐกิจไทยในเดือนก.ค.68 ชะลอลงจากเดือนก่อน โดยกิจกรรมในภาคบริการลดลงจากภาคการท่องเที่ยว ทั้งในประเทศและจากต่างประเทศ สอดคล้องกับรายรับภาคการท่องเที่ยวที่ปรับลดลง ขณะที่การผลิตภาคอุตสาหกรรม ลดลงจากการปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่น และการหยุดผลิตรถยนต์ชั่วคราวเพื่อปรับกระบวนการผลิต แต่หากไม่รวมผลของปัจจัยดังกล่าว การผลิตภาคอุตสาหกรรมปรับดีขึ้น สอดคล้องกับการส่งออกสินค้าที่เพิ่มขึ้น

 

 

ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest

Tags : ข่าวทองข่าวทอง ทอง ราคาทอง

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com