• สรุปข่าวราคาทองคำ ประจำวันที่ 29 สิงหาคม 2568

    29 สิงหาคม 2568 | Gold News


สรุปตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ

  • Prelim GDP q/q ออกมาที่ 3.3% สูงกว่าคาดการณ์ที่ 3.1% และสูงกว่าครั้งก่อนที่ 3.0%
  • Unemployment Claims ออกมาที่ 229K ต่ำกว่าคาดการณ์ที่ 231K และต่ำกว่าครั้งก่อนที่ 234K
  • Prelim GDP Price Index q/q ออกมาที่ 2.0% เท่ากับคาดการณ์ที่ 2.0% และเท่ากับครั้งก่อนที่ 2.0%
  • Pending Home Sales m/m ออกมาที่ -0.4% เท่ากับคาดการณ์ที่ -0.4% แต่สูงกว่าครั้งก่อนที่ -0.8%

ข่าวเกี่ยวกับทองคำ

  • ราคาทองคำปิดบวกขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 5 สัปดาห์ โดยพุ่งทะลุ 3,400 เหรียญ ทำจุดสูงสุดที่ 3,423 เหรียญ ในวันพฤหัสบดี ปัจจัยหลักที่หนุนราคาทองคำคือการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์และจากแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยอันเนื่องมาจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ขณะที่นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ในวันนี้ เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟด
  • ราคาทองคำตลาดโลก ปิดปรับตัวขึ้น 19 เหรียญ หรือ 0.57% ที่ระดับ 3,417.06 เหรียญ โดยขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ 3,423 เหรียญ ก่อนปรับย่อลงมาเช้านี้ที่ 3,410 เหรียญ
  • สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 25.70 ดอลลาร์ หรือ 0.75% ปิดที่ 3,474.30 ดอลลาร์/ออนซ์
  • กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าซื้อเข้า 5.44 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 967.94 ตันภาพรวมเดือนสิงหาคม ซื้อสุทธิ 13.43 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ซื้อสุทธิ 95.42 ตัน
  • นักวิเคราะห์จาก Bank of America กล่าวว่า ราคาทองคำพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบหนึ่งเดือนที่สูงกว่า 3,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในวันพฤหัสบดี โดยมีปัจจัยหลักมาจากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ โดยยังคงคาดการณ์ว่าราคาทองคำจะยังคงปรับตัวขึ้นต่อเนื่องและคงเป้าหมายไว้ที่ 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ภายในช่วงครึ่งแรกของปี 2569
  • นักวิเคราะห์ด้านโลหะ ระบุว่า ทองคำกำลังไต่ระดับขึ้นอย่างช้าๆ และสม่ำเสมอนานกว่าหนึ่งสัปดาห์ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ทำให้ตลาดเกิดความกังวลว่าคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC) อาจจะลดอัตราดอกเบี้ยเร็วขึ้นและคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับต่ำนานขึ้น ซึ่งเป็นผลดีต่อทองคำ

 

ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง

  • ดัชนีดอลลาร์ ปรับตัวลดลง -0.12 จุด หรือ -0.12% มาอยู่ที่ระดับ 97.99 จุด
  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี  ปรับตัวลดลง -0.03 % มาอยู่ที่ระดับ 4.211% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวขึ้น 0.02 % มาอยู่ที่ระดับ 3.641% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ0.57%
  • ลิซา คุก สมาชิกคณะกรรมการผู้ว่าการเฟด ได้ยื่นฟ้องต่อศาล เพื่อให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวจากคำสั่งของปธน.ทรัมป์ในระหว่างที่คดีกำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณา ขณะที่ผู้พิพากษา เจีย คอบบ์ ได้กำหนดการไต่สวนคำร้องของคุกในวันนี้ (29 ส.ค.) เวลา 21.00 น.ตามเวลาไทย
  • นายคริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ ผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่า เขาสนับสนุนให้เริ่มลดอัตราดอกเบี้ยลงในเดือนหน้า และคาดว่าจะมีการปรับลดดอกเบี้ยตามมาอีกหลายครั้ง เพื่อให้อัตราดอกเบี้ยนโยบายกลับสู่ระดับที่เป็นกลางมากขึ้น เขาเน้นย้ำว่า "จากข้อมูลที่ทราบในตอนนี้ ผมสนับสนุนการลดอัตราดอกเบี้ย 25 bsp." ในการประชุมคณะกรรมการกำหนดอัตราดอกเบี้ยที่จะถึงนี้ ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่าถึงเวลาแล้วที่เฟดควรจะลดต้นทุนการกู้ยืมลง
  • สมาชิกคณะกรรมการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) กล่าวว่า ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับนโยบายอัตราภาษีของสหรัฐฯ ยังคงอยู่ในระดับสูง และอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่นและเศรษฐกิจโลก

 

ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจ

  • ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันพฤหัสบดี โดยดาวโจนส์ และ S&P500 ต่างก็ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังจากผลประกอบการของบริษัทอินวิเดีย (Nvidia) บ่งชี้ว่าความต้องการโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยังคงแข็งแกร่ง
  • ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 45,636.90 จุด เพิ่มขึ้น 71.67 จุด หรือ +0.16%
  • ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,501.86 จุด เพิ่มขึ้น 20.46 จด หรือ +0.32% 
  • ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 21,705.16 จุด เพิ่มขึ้น 115.02 จุด หรือ +0.53
  • อินวิเดียซึ่งเป็นบริษัทผลิตชิปรายใหญ่ของสหรัฐฯ คาดการณ์ว่ารายได้ในไตรมาส 3 ของปีงบการเงิน 2569 จะอยู่ที่ 5.4 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้เล็กน้อยที่ระดับ 5.31 หมื่นล้านดอลลาร์ แต่บริษัทไม่ได้รวมรายได้จากการขายชิปในจีนเอาไว้ในตัวเลขคาดการณ์ดังกล่าว เนื่องจากความไม่แน่นอนด้านการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ ซึ่งส่งผลให้ราคาหุ้นอินวิเดียปิดตลาดขยับลง 0.8%
  • อย่างไรก็ดี นักลงทุนมองว่าการที่อินวิเดียมีรายได้เพิ่มขึ้น 56% ในไตรมาส 2 นั้น นับเป็นสิ่งยืนยันว่าความต้องการเทคโนโลยี AI ยังคงแข็งแกร่ง ซึ่งเทคโนโลยีดังกล่าวเป็นปัจจัยหนุนหุ้นบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ AI ในตลาดวอลล์สตรีทให้พุ่งสูงขึ้นทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ นับเป็นไตรมาสที่ 9 ติดต่อกันที่รายได้ของอินวิเดียปรับตัวขึ้นกว่า 50%
  • หุ้น 7 ใน 11 กลุ่มในดัชนี S&P500 ปิดในแดนบวก นำโดยหุ้นกลุ่มบริการด้านการสื่อสารปรับตัวขึ้น 0.94% ตามด้วยหุ้นกลุ่มพลังงานดีดตัวขึ้น 0.68% ส่วนหุ้นกลุ่มสาธารณูปโภคและกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค ปรับตัวลง 0.87% และ 0.46% ตามลำดับ
  • ตลาดหุ้นปรับตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หลังมีการเปิดเผยตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ของสหรัฐฯ ในไตรมาสที่ 2 ที่ถูกปรับเพิ่มขึ้นจากเดิมเป็น 3.3% ต่อปี ซึ่งสูงกว่าการคาดการณ์ครั้งแรกที่ 3% อย่างชัดเจน ตัวเลขที่แข็งแกร่งเกินคาดนี้สร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงมีพื้นฐานที่แข็งแกร่ง

 

ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน

  • สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกวันพฤหัสบดี หลังจากมีรายงานว่ารัสเซียได้โจมตียูเครนด้วยขีปนาวุธและโดรน ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ที่กำลังพยายามผลักดันให้รัสเซียทำข้อตกลงสันติภาพเพื่อยุติสงครามในยูเครน
  • สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนต.ค. เพิ่มขึ้น 45 เซนต์ หรือ 0.7% ปิดที่ 64.60 ดอลลาร์ /บาร์เรล
  • ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนต.ค. เพิ่มขึ้น 56 เซนต์ หรือ 0.84% ปิดที่ 68.62 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • ราคาน้ำมันดีดตัวขึ้นหลังจากทำเนียบขาวเปิดเผยว่า ปธน.ทรัมป์ได้แสดงความไม่พอใจต่อการกระทำของรัสเซีย ขณะที่แคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาวเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ปธน.ทรัมป์จะแถลงเกี่ยวกับสถานการณ์ดังกล่าวหลังจากนี้
  • ราคาน้ำมันปรับตัวลงในช่วงแรก เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าฤดูการขับขี่รถยนต์ในหน้าร้อนของสหรัฐฯ ซึ่งจะสิ้นสุดลงในช่วงสุดสัปดาห์นี้ อาจทำให้ความต้องการน้ำมันเบนซินในตลาดปรับตัวลดลง
  • นอกจากนี้ ราคาน้ำมันยังได้รับปัจจัยลบในระหว่างวัน จากการที่รัสเซียกลับมาเปิดท่อส่งน้ำมันดรุซบา (Druzhba) เพื่อส่งน้ำมันให้แก่ฮังการีและสโลวาเกียอีกครั้ง หลังจากที่ปิดท่อส่งดังกล่าวเนื่องจากถูกยูเครนโจมตีเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

 

ข่าวเกี่ยวกับการเมือง

  • นายกรัฐมนตรีเยอรมนี นายฟรีดริช แมร์ซ ออกมาแสดงความเห็นว่า การประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน และประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี "ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้" ซึ่งเป็นการหักล้างความพยายามของประธานาธิบดีทรัมป์ที่เคยกล่าวว่าจะจัดการประชุมนี้
  • มีรายงานว่า รัสเซียเปิดฉากโจมตีกรุงเคียฟด้วยขีปนาวุธและโดรนระลอกใหม่ ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 21 ราย และยังมีผู้ที่ติดอยู่ใต้ซากปรักหักพังอีกหลายคน นอกจากนี้ สำนักงานของสหภาพยุโรปในกรุงเคียฟก็ได้รับความเสียหาย ซึ่งคาดว่าเป็นการตอบโต้ หลังจากที่ยูเครนเองก็เพิ่งโจมตีโรงกลั่นน้ำมันของรัสเซียไปเช่นกัน
  • ผู้นำยุโรปประณามการโจมตีของรัสเซีย นางเออร์ซูลา ฟอน เดอร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป แสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรงต่อการโจมตีครั้งรุนแรงที่สุดของรัสเซียในกรุงเคียฟนอกจากจะทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากแล้ว การโจมตียังสร้างความเสียหายให้กับสำนักงานคณะผู้แทนของสหภาพยุโรปในยูเครนอีกด้วย
  • รัฐบาลอินเดียประกาศว่า จะขยายเวลาการยกเว้นภาษีนำเข้าฝ้ายไปจนถึงวันที่ 31 ธ.ค. จากเดิมที่มีกำหนดสิ้นสุดในเดือนก.ย. โดยการตัดสินใจครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อบรรเทาผลกระทบต่ออุตสาหกรรมสิ่งทอในประเทศ ซึ่งกำลังเผชิญความท้าทายจากอัตราภาษีนำเข้าสินค้าของสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้น
  • ผู้อำนวยการบริหารทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) กล่าวว่า ประชาคมโลกควรร่วมกันลดการพึ่งพาแหล่งแร่ธาตุสำคัญ (critical mineral) จากประเทศใดประเทศหนึ่ง โดยส่งเสริมการนำเข้าจากหลายแหล่ง เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงาน พร้อมกับเตือนว่าทั่วโลกอาจพึ่งพาจีนมากเกินไป

 

ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท

  • นักบริหารการเงิน เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 32.28 บาทต่อดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากระดับปิดวันที่ผ่านมา ณ ระดับ 32.35 บาทต่อดอลลาร์ โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) ยังคงทยอยแข็งค่าขึ้นในลักษณะ Sideways Down ทดสอบโซนแนวรับ 32.30 บาทต่อดอลลาร์ (แกว่งตัวในกรอบ 32.25-32.39 บาทต่อดอลลาร์) สอดคล้องกับการปรับตัวลดลงของทั้งเงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ 
  • สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เผยสถานการณ์เศรษฐกิจไทยในเดือนกรกฎาคม 2568 ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการส่งออกสินค้าที่ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 13 สอดคล้องกับการบริโภคในหมวดสินค้าคงทนที่ปรับตัวดีขึ้น อย่างไรก็ดี การลงทุนภาคเอกชนและการท่องเที่ยวต่างชาติ ส่งสัญญาณชะลอตัวจากเดือนก่อน

 

 

ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest

Tags : ข่าวทองข่าวทอง ทอง ราคาทอง

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com