• สรุปข่าวราคาทองคำ ประจำวันที่ 28 สิงหาคม 2568

    28 สิงหาคม 2568 | Gold News


สรุปตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ

-

ข่าวเกี่ยวกับทองคำ

  • สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกติดต่อกันเป็นวันที่สองในวันพุธ โดยตลาดยังคงได้ปัจจัยหนุนจากการที่นักลงทุนเข้าซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟด
  • ราคาทองคำตลาดโลกเช้านี้ ปรับตัวลดลง -1.79 เหรียญ หรือ -0.05% อยู่ที่ระดับ 3,388.96 เหรียญ
  • สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 15.60 ดอลลาร์ หรือ 0.45% ปิดที่ 3,448.60 ดอลลาร์/ออนซ์
  • กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าซื้อเข้า 2.58 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 962.5 ตันภาพรวมเดือนสิงหาคม ซื้อสุทธิ 7.99 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ซื้อสุทธิ 89.98 ตัน
  • สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่าเวียดนามกำลังเปิดเสรีตลาดทองคำโดย ยกเลิกการผูกขาดของภาครัฐ ในการนำเข้า-ส่งออกทองคำดิบ รวมถึงการผลิตทองคำแท่งเพื่อเพิ่มปริมาณทองคำในตลาดและลดช่องว่างระหว่างราคาในประเทศกับราคาทองคำโลก
  • ข้อมูลจากสภาทองคำโลกระบุว่า ความต้องการทองคำของผู้บริโภคในเวียดนามได้เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก โดยอยู่ที่ 55.3 ตันในปีที่แล้ว เทียบกับเพียง 39.8 ตันในปี 2563
  • Kitco รายงานว่า ราคาทองคำ กำลังทดสอบแนวต้านที่ระดับ 3,400 ดอลลาร์ และมีแนวโน้มจะปรับตัวขึ้นอีก เนื่องจากนักลงทุนเริ่มสูญเสียความเชื่อมั่นในเงินดอลลาร์สหรัฐและแรงกดดันจากภาวะเงินเฟ้อที่สูงขึ้น โดยผู้เชี่ยวชาญจากบริษัท Schroders ยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยและเครื่องมือกระจายความเสี่ยงในตลาดที่มีความผันผวน

 

ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง

  • ดัชนีดอลลาร์ ปรับตัวลดลง -0.09 จุด หรือ -0.09% มาอยู่ที่ระดับ 98.15 จุด
  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี  ปรับตัวลดลง -0.03 % มาอยู่ที่ระดับ 4.238% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวลดลง -0.03 % มาอยู่ที่ระดับ 3.625% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ0.61%

 

ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจ

  • ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันพุธ ส่วนดัชนี S&P500 ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ก่อนที่บริษัทอินวิเดีย (Nvidia) จะเปิดเผยผลประกอบการ โดยตลาดจับตาผลประกอบการของบริษัทผลิตชิปรายใหญ่แห่งนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางของหุ้นบริษัทต่าง ๆ ที่ทำธุรกิจเกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI)
  • ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 45,565.23 จุด เพิ่มขึ้น 147.16 จุด หรือ +0.32%,
  • ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,481.40 จุด เพิ่มขึ้น 15.46 จุด หรือ +0.24% 
  • ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 21,590.14 จุด เพิ่มขึ้น 45.87 จุด หรือ +0.21%
  • NVIDIA รายงานรายได้ที่เติบโตถึง 56% และทำได้ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ แต่หุ้นกลับร่วงลงเนื่องจากรายได้จากธุรกิจ Data Center ที่เป็นหัวใจหลักเติบโตช้ากว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ และยอดขายในจีนสะดุดจากปัญหาสงครามการค้า อย่างไรก็ตาม บริษัทได้ประกาศซื้อหุ้นคืนวงเงินมหาศาลเพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุน และคาดว่าตลาดจีนจะเป็นโอกาสในอนาคต หากสถานการณ์คลี่คลาย
  • สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ เปิดเผยว่า รายได้จากภาษีศุลกากรของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อาจสูงถึง 5 แสนล้านดอลลาร์ต่อปี โดยเพิ่มขึ้นอย่างมากตั้งแต่เดือนก.ค.-ส.ค. และมีแนวโน้มว่าจะพุ่งขึ้นอีกในเดือนก.ย. โดยรายได้จากภาษีจะช่วยชดเชยการขาดดุลที่เพิ่มมากขึ้นอันเกิดจากร่างกฎหมายลดภาษีและการใช้จ่ายของพรรครีพับลิกันที่ผ่านการเห็นชอบในปีนี้ โดยสำนักงบประมาณสหรัฐฯ (CBO) ประเมินว่า ร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวจะทำให้การขาดดุลเพิ่มขึ้นถึง 3.4 ล้านล้านดอลลาร์ในอีก 10 ปีข้างหน้า
  • สำนักงานสถิติแห่งชาติจีนรายงานว่า กำไรของภาคอุตสาหกรรมจีนปรับตัวลง 1.5% ในเดือนก.ค. เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งเป็นการลดลงเดือนที่ 3 ติดต่อกัน เนื่องจากธุรกิจต่าง ๆ ยังคงเผชิญกับภาวะอุปสงค์ที่ซบเซา และราคาผู้ผลิต (PPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดต้นทุนราคาสินค้าที่หน้าประตูโรงงาน ปรับตัวลงอย่างต่อเนื่อง แม้ว่ารัฐบาลจีนได้ออกมาตรการต่าง ๆ เพื่อพยายามหนุนเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวก็ตาม

  • รัฐบาลญี่ปุ่นได้ปรับลดการประเมินผลกำไรของภาคธุรกิจญี่ปุ่น โดยชี้ว่ากำไรดูเหมือนจะเริ่มชะลอตัวลงเนื่องจากได้รับผลกระทบจากภาษีที่สหรัฐฯ เรียกเก็บเพิ่มขึ้นจากผู้ผลิตรถยนต์และผู้ผลิตรายอื่น ๆอย่างไรก็ตาม ในรายงานเศรษฐกิจประจำเดือนส.ค.ชี้โดยรวมว่าเศรษฐกิจภายในประเทศกำลังฟื้นตัวในระดับปานกลางโดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการลงทุนภาคธุรกิจที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลในกลุ่มธุรกิจนอกภาคการผลิต

 

ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน

  • สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดดีดตัวขึ้นในวันพุธ หลังปรับตัวลดลงมากกว่า 2% เมื่อวันอังคาร โดยภาวะการซื้อขายได้แรงหนุนจากข้อมูลที่แสดงใหเห็นว่า สต็อกน้ำมันสหรัฐฯ ลดลงมากกว่าคาดในสัปดาห์ที่แล้ว ขณะเดียวกัน นักลงทุนกำลังพิจารณาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นหลังจากมาตรการภาษีศุลกากรอัตราสูงของสหรัฐฯ ต่ออินเดียเริ่มมีผลบังคับใช้
  • สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนต.ค. เพิ่มขึ้น 90 เซนต์ หรือ 1.42% ปิดที่ 64.15 ดอลลาร์ /บาร์เรล
  • สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนต.ค. เพิ่มขึ้น 83 เซนต์ หรือ 1.23% ปิดที่ 68.05 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ลดลง 2.39 ล้านบาร์เรล มาอยู่ที่ 418.3 ล้านบาร์เรลเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลงเพียง 1.7 ล้านบาร์เรล
  • EIA ยังเปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบที่เมืองคูชิง รัฐโอกลาโฮมา ซึ่งเป็นจุดส่งมอบสัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้าของสหรัฐฯ ลดลง 838,000 บาร์เรล
  • สต็อกน้ำมันเบนซินลดลง 1.2 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าลดลง 2.5 ล้านบาร์เรล ส่วนสต็อกน้ำมันกลั่น ซึ่งรวมถึงฮีตติ้งออยล์และน้ำมันดีเซล ลดลง 1.7 ล้านบาร์เรล ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าเพิ่มขึ้น 1.1 ล้านบาร์เรล
  • นักวิเคราะห์กล่าวว่า ตัวเลขล่าสุดนี้เป็นปัจจัยสนับสนุน เนื่องจากตอกย้ำถึงภาวะอุปทานที่ตึงตัว อีกทั้งสต็อกน้ำมันเบนซินและน้ำมันกลั่นที่ลดลงยังสะท้อนถึงความต้องการเชื้อเพลิงที่ยังคงแข็งแกร่งก่อนช่วงหยุดยาวสุดสัปดาห์เนื่องในวันแรงงาน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ชาวอเมริกันเตรียมตัวเดินทางกันอย่างคึกคัก
  • โกลด์แมน แซคส์ (Goldman Sachs) คาดการณ์ว่า ภายในปลายปี 2569 ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) จะลดลงไปอยู่ที่ 50 ดอลลาร์ต้น ๆ หรือราว 50-53 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เนื่องจากคาดว่าปริมาณน้ำมันส่วนเกินจะเพิ่มขึ้นในปีหน้า
  • นักวิเคราะห์จาก UBS กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณของการหยุดชะงักด้านอุปทาน แต่ความไม่แน่นอนที่ว่าสหรัฐฯ จะพุ่งเป้าไปที่การค้าน้ำมันหรือไม่ ทำให้เทรดเดอร์บางส่วนไม่กล้าเข้าซื้อขาย
  • นอกจากนี้ ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนที่ทวีความรุนแรงขึ้นจากการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอีกฝ่าย ทำให้นักลงทุนกังวลเรื่องการหยุดชะงักของอุปทาน โดยเจ้าหน้าที่ยูเครนกล่าวว่า รัสเซียได้เปิดฉากโจมตีด้วยโดรนครั้งใหญ่ต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและการขนส่งก๊าซใน 6 ภูมิภาคของยูเครนเมื่อคืนที่ผ่านมา ขณะที่ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ยูเครนได้โจมตีโรงกลั่นน้ำมันและโครงสร้างพื้นฐานการส่งออกของรัสเซียเช่นกัน
  • สตีฟ วิตคอฟฟ์ ทูตพิเศษสหรัฐฯ กล่าวเมื่อวันอังคารว่า เขาจะเข้าพบผู้แทนของยูเครนที่นิวยอร์กในสัปดาห์นี้ และเผยด้วยว่า สหรัฐฯ กำลังหารือกับรัสเซียเช่นกัน โดยมีเป้าหมายเพื่อยุติสงคราม
  • ด้านแหล่งข่าววงในเปิดเผยเมื่อวันอังคารว่า รัสเซียได้ปรับแผนการส่งออกน้ำมันดิบจากท่าเรือทางตะวันตกเพิ่มขึ้น 200,000 บาร์เรลต่อวันในเดือนส.ค. จากแผนเดิม หลังจากที่โรงกลั่นน้ำมันถูกโจมตีเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

 

ข่าวเกี่ยวกับการเมือง

  • สหภาพยุโรป (EU) เตรียมเสนอการยกเลิกภาษีนำเข้าสินค้าอุตสาหกรรมทั้งหมดจากสหรัฐฯ ภายในสัปดาห์นี้ เพื่อแลกกับการที่สหรัฐฯ จะลดภาษีนำเข้ารถยนต์จากยุโรป ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงเพื่อลดความตึงเครียดทางการค้าและสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากภาษีเดิม ที่สูงถึง 27.5%
  • กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ประกาศเรียกเก็บภาษีตอบโต้การทุ่มตลาด (AD) และภาษีตอบโต้ (CVD) กับผลิตภัณฑ์เหล็กทนการกัดกร่อนที่นำเข้าจาก 10 ประเทศ ได้แก่ ออสเตรเลีย บราซิล แคนาดา เม็กซิโก เนเธอร์แลนด์ แอฟริกาใต้ ไต้หวัน ตุรกี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และเวียดนาม หลังจากผลการสอบสวนพบว่ามีการทุ่มตลาดเกิดขึ้นจริง
  • รัฐบาลออสเตรเลียยืนยันการขับไล่เอกอัครราชทูตและเจ้าหน้าที่ของอิหร่านอีก 3 คน เป็นไปตามข้อมูลข่าวกรองที่เชื่อถือได้ของตนเอง และปฏิเสธข้อกล่าวอ้างของอิสราเอลที่ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวมาจากการกดดันจากอิสราเอล โดยออสเตรเลียพบหลักฐานว่าทางการอิหร่านมีส่วนเกี่ยวข้องกับการวางเพลิงเป้าหมายชาวยิวในออสเตรเลียเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งถือเป็นการคุกคามจากรัฐต่างชาติบนแผ่นดินของออสเตรเลีย
  • ตามรายงานของบลูมเบิร์ก รัฐบาลเม็กซิโกเตรียมขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน เช่น รถยนต์ สิ่งทอ และพลาสติก โดยเป็นส่วนหนึ่งของข้อเสนองบประมาณปี 2569 ที่จะประกาศในเดือนหน้า เพื่อปกป้องธุรกิจในประเทศจากการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม และตอบสนองข้อเรียกร้องของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ซึ่งมาตรการนี้อาจรวมถึงสินค้าจากประเทศอื่นในเอเชียด้วยเช่นกัน

 

ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท

  • ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ที่ระดับ  32.39 บาทต่อดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากระดับปิดวันที่ผ่านมา ณ ระดับ 32.48 บาทต่อดอลลาร์

 

ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest

Tags : ข่าวทองข่าวทอง ทอง ราคาทอง

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com