• สรุปข่าวราคาทองคำ ประจำวันที่ 27 สิงหาคม 2568

    27 สิงหาคม 2568 | Gold News


สรุปตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ


  • Core Durable Goods Orders m/m ออกมาที่ 1.1% สูงกว่าคาดการณ์ที่ 0.2% และครั้งก่อนที่ 0.3%
  • Durable Goods Orders m/m ออกมาที่ -2.8% สูงกว่าคาดการณ์ที่ -3.8% และครั้งก่อนที่ -9.4%
  • Richmond Manufacturing Index ออกมาที่ -7 สูงกว่าคาดการณ์ที่ -11 และครั้งก่อนที่ -20
  • CB Consumer Confidence ออกมาที่ 97.4 สูงกว่าคาดการณ์ที่ 96.4 แต่ต่ำกว่าครั้งก่อนที่ 98.7

ข่าวเกี่ยวกับทองคำ


  • สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันอังคาร โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย เนื่องจากความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อธนาคารกลางสหรัฐฯ สั่นคลอน หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สั่งปลดผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐฯ


  • ราคาทองคำตลาดโลก ปิดตลาดปรับตัวขึ้น 27.14 เหรียญ หรือ 0.81% ที่ระดับ 3,393.75 เหรียญ ขณะที่เช้านี้ชะลอตัวลงมาที่ 3,383 เหรียญ
  • สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือนธ.ค.เพิ่มขึ้น 15.50 ดอลลาร์ หรือ 0.45% ปิดที่ 3,433.00 ดอลลาร์/ออนซ์
  • กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าซื้อเข้า 1.43 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 959.92 ตันภาพรวมเดือนสิงหาคม ซื้อสุทธิ 5.41 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ซื้อสุทธิ 87.4 ตัน


  • Kitco News รายงานหน่วยงานกำกับดูแลด้านเงินบำนาญของอินเดียกำลังพิจารณาผ่อนปรนกฎระเบียบการลงทุน เพื่อเปิดโอกาสให้กองทุนบำนาญสามารถลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือกได้มากขึ้น รวมถึง กองทุนซื้อขายแลกเปลี่ยนที่รองรับด้วยทองคำ (ETF) ซึ่งเป็นความเคลื่อนไหวที่มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มผลตอบแทนของเงินออมเพื่อการเกษียณอายุในประเทศที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว


  • โดยสำนักข่าว Bloomberg ระบุว่า ผู้จัดการกองทุนบำเหน็จบำนาญได้เข้าหารือกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากสำนักงานกำกับดูแลและพัฒนากองทุนบำเหน็จบำนาญ (PFRDA) เพื่อขออนุญาตให้ลงทุนใน ETF ทองคำ โดยทาง PFRDA ได้ตอบรับข้อเสนอดังกล่าวและกำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณา 


  • ปัจจุบัน กองทุนบำนาญของอินเดีย มีมูลค่ารวมประมาณ 177,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยมูลค่าสินทรัพย์ได้เพิ่มขึ้นมากกว่า 3 เท่าตั้งแต่หลังการแพร่ระบาดของโควิด-19


  • รัฐบาลสหรัฐฯ เสนอเพิ่มทองแดงและโพแทชเข้าสู่ร่างบัญชีรายชื่อแร่ที่มีความสำคัญมาก (critical minerals) ประจำปี 2568 โดยชี้ถึงความสำคัญทั้งทางเศรษฐกิจและความมั่นคงของชาติ


ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง


  • ดัชนีดอลลาร์ ปรับตัวลดลง -0.18 จุด หรือ -0.18% มาอยู่ที่ระดับ 98.29 จุด
  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้น 0.0 % มาอยู่ที่ระดับ 4.267% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวลดลง -0.04 % มาอยู่ที่ระดับ 3.658% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ0.61%


  • FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 87% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 4.00-4.25% ในการประชุมเดือนก.ย.


  • จอห์น วิลเลียมส์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) สาขานิวยอร์กกล่าวว่า ยุคของอัตราดอกเบี้ยอ้างอิง (underlying interest rates) ที่อยู่ในระดับต่ำอย่างต่อเนื่องนั้นดูเหมือนจะยังไม่สิ้นสุดลง เมื่อพิจารณาจากการประเมินข้อมูลเศรษฐกิจ


  • อดีตรองประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ลาเอล เบรนาร์ด ได้ออกมาเตือนว่า หากฝ่ายการเมืองพยายามแทรกแซงโครงสร้างของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC) ด้วยการปลดประธานธนาคารกลางสาขาหลายคน อาจส่งผลให้เกิดภาวะเงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้นและอัตราดอกเบี้ยระยะยาวเพิ่มขึ้น ซึ่งจะสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ


  • ผู้อำนวยการสภาเศรษฐกิจแห่งชาติของสหรัฐฯ เปิดเผยว่า การตัดสินใจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการเลือกผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ต่อจากเจอโรม พาวเวล ยังต้องใช้เวลาอีกหลายเดือน โดยวาระการดำรงตำแหน่งของพาวเวลจะสิ้นสุดลงในเดือนพ.ค.ปีหน้า


  • ด้านสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ S&P Global Ratings เคยเตือนไว้ว่า อันดับความน่าเชื่อถือของประเทศอาจถูกกดดัน หากการตัดสินใจทางการเมืองกระทบต่อความแข็งแกร่งของสถาบันสำคัญของสหรัฐฯ ประสิทธิภาพในการกำหนดนโยบาย หรือความเป็นอิสระของธนาคารกลาง


ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจ


  • ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันอังคาร เนื่องจากแนวโน้มการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในเดือนหน้าเป็นปัจจัยพยุงตลาด นอกจากนี้ ตลาดโดยรวมยังได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นอินวิเดีย (Nvidia) และหุ้นอิไล ลิลลี (Eli Lilly)


  • ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 45,418.07 จุด เพิ่มขึ้น 135.60 จุด หรือ +0.30%
  • ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,465.94 จุด เพิ่มขึ้น 26.62 จุด หรือ +0.41% 
  • ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 21,544.27 จุด เพิ่มขึ้น 94.98 จุด หรือ +0.44%


  • ดัชนีดาวโจนส์ดีดตัวขึ้น เนื่องจากนักลงทุนยังคงคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนก.ย. โดยแม้ว่าแรงกดดันด้านเงินเฟ้อยังคงเป็นปัจจัยที่น่ากังวล แต่นักลงทุนและนักวิเคราะห์จากหลายสำนักซึ่งรวมถึงมอร์แกน สแตนลีย์ ต่างก็เชื่อว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมเดือนก.ย. เมื่อพิจารณาจากการที่เจอโรม พาวเวล ประธานเฟดส่งสัญญาณผ่อนคลายนโยบายการเงินในระหว่างการประชุมที่เมืองแจ็กสันโฮล โดยระบุถึงความอ่อนแอของตลาดแรงงาน


  • หุ้น 7 ใน 11 กลุ่มในดัชนี S&P500 ปิดในแดนบวก นำโดยหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมพุ่งขึ้น 1.03% และหุ้นกลุ่มการเงินปรับตัวขึ้น 0.76% ส่วนหุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคและกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ปรับตัวลง 0.46% และ 0.32% ตามลำดับ


  • หุ้นอินวิเดีย ดีดตัวขึ้น 1.08% ก่อนที่บริษัทจะรายงานผลประกอบการหลังตลาดปิดทำการในวันพุธ (27 ส.ค.) โดยนักลงทุนจับตาผลประกอบการของอินวิเดียอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินว่าบริษัทผลิตชิปรายใหญ่แห่งนี้จะได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนอย่างไร นอกจากนี้ ผลประกอบการของอินวิเดียยังอาจเป็นตัวกำหนดทิศทางของหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI ในตลาดวอลล์สตรีทอีกด้วย


  • นาย ฮาวเวิร์ด ลัทนิค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐฯ เปิดเผยเมื่อวันอังคารว่า  ทรัมป์ กำลังพิจารณาเข้าถือหุ้นในบริษัทเอกชนที่ทำสัญญาด้านการป้องกันประเทศ อย่าง Lockheed Martin  (LMT.N) ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนถึงนโยบายของทรัมป์ที่ต้องการให้รัฐบาลเข้ามามีบทบาทในภาคธุรกิจของสหรัฐฯ มากขึ้น


  • สมาคมผู้ประกอบธุรกิจค้าปลีกแห่งสหราชอาณาจักร (BRC) เปิดเผยว่า ตัวเลขราคาสินค้าในเดือนส.ค. พุ่งขึ้น 0.9% เมื่อเทียบกับปีก่อน นับเป็นการปรับตัวขึ้นสูงสุดในรอบ 17 เดือน หรือนับตั้งแต่เดือนมี.ค. 2567 สร้างแรงกดดันระลอกใหม่ให้กับธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ที่กำลังต่อสู้กับปัญหาเงินเฟ้อสูงที่ยืดเยื้อ


ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน


  • สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันอังคาร ท่ามกลางการซื้อขายที่ผันผวน ขณะที่นักลงทุนจับตาผลกระทบของมาตรการภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ รวมทั้งความคืบหน้าในการเจรจายุติสงครามในยูเครน และความเป็นไปได้ที่อุปทานน้ำมันจากรัสเซียจะเผชิญภาวะชะงักงัน


  • สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนต.ค. ลดลง 1.55 ดอลลาร์ หรือ 2.39% ปิดที่ 63.25 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนต.ค. ลดลง 1.58 ดอลลาร์ หรือ 2.3% ปิดที่ 67.22 ดอลลาร์/บาร์เรล


  • นักวิเคราะห์จากบริษัท PVM Oil Associates แสดงความเห็นว่า นักลงทุนชะลอการซื้อขายเมื่อพิจารณาถึงความไม่แน่นอนที่เกิดจากความขัดแย้งในการเจรจาเพื่อยุติสงครามในยูเครนและสงครามภาษีการค้า พร้อมกับคาดการณ์ว่าราคาน้ำมันเบรนท์อาจเคลื่อนไหวในกรอบ 65-74 ดอลลาร์ต่อไปอีกระยะหนึ่ง


  • ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังคงเดินหน้าขู่ใช้มาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซีย หากไม่มีความคืบหน้าในการเจรจาสันติภาพกับยูเครนภายในสองสัปดาห์ข้างหน้า อย่างไรก็ดี แหล่งข่าวเปิดเผยกับสื่อว่า เจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐฯ และรัสเซียได้หารือเกี่ยวกับข้อตกลงด้านพลังงานหลายฉบับ นอกรอบการเจรจาสันติภาพยูเครนในเดือนนี้


  • นักลงทุนจับตารายงานสต็อกน้ำมันดิบจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐฯ (EIA) ในวันนี้ รวมทั้งจับตาการประชุมของ 8 ชาติสมาชิกกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และชาติพันธมิตร หรือโอเปกพลัส ได้แก่ ซาอุดีอาระเบีย รัสเซีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ คูเวต โอมาน อิรัก คาซัคสถาน และแอลจีเรีย ในวันอาทิตย์ที่ 7 ก.ย.เพื่อพิจารณาเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันในเดือนต.ค.

ข่าวเกี่ยวกับการเมือง


  • กลุ่มผู้ส่งออกของอินเดียกำลังเตรียมรับมือกับความปั่นป่วน หลังจากกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของสหรัฐฯ ยืนยันว่า สหรัฐฯ จะเก็บภาษีเพิ่มอีก 25% เป็น 50% สำหรับสินค้าที่นำเข้าจากอินเดีย โดยจะเริ่มมีผลตั้งแต่วันนี้ (27 ส.ค.) ซึ่งจะเป็นการเพิ่มแรงกดดันทางการค้าต่ออินเดีย


  • ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ขู่ดำเนินมาตรการทางการค้าเข้มข้น ด้วยการปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้ารอบใหม่และจำกัดการส่งออกเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูงต่อประเทศที่ไม่ยอมยกเลิกภาษีและกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวกับบริการดิจิทัล


  • นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ประกาศจุดยืนว่า เยอรมนีจะไม่เข้าร่วมกับกลุ่มชาติพันธมิตรตะวันตก ในการผลักดันให้มีการรับรองสถานะรัฐปาเลสไตน์ในการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNGA) ที่จะมีขึ้นในเดือนหน้า โดยให้เหตุผลว่ายังไม่เข้าหลักเกณฑ์ที่จำเป็น


ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท


  • นักบริหารการเงิน เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ  32.43 บาทต่อดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากระดับปิดวันที่ผ่านมา ณ ระดับ 32.49 บาทต่อดอลลาร์  มองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 32.35-32.50 บาทต่อดอลลาร์

 

 


ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest

Tags : ข่าวทองข่าวทอง ทอง ราคาทอง

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com