• สรุปข่าวราคาทองคำ ประจำวันที่ 22 สิงหาคม 2568

    22 สิงหาคม 2568 | Gold News


สรุปตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ

  • Unemployment Claims ออกมาที่ 235K สูงกว่าคาดการณ์ที่ 226K และสูงกว่าครั้งก่อนที่ 224K
  • Philly Fed Manufacturing Index: ออกมาที่ -0.3 ต่ำกว่าคาดการณ์ที่ 6.8 และต่ำกว่าครั้งก่อนที่ 15.9
  • Flash Manufacturing PMI: ออกมาที่ 53.3 สูงกว่าคาดการณ์ที่ 49.7 และสูงกว่าครั้งก่อนที่ 49.8
  • Flash Services PMI: ออกมาที่ 55.4 สูงกว่าคาดการณ์ที่ 54.2 แต่ต่ำกว่าครั้งก่อนที่ 55.7
  • Existing Home Sales: ออกมาที่ 4.01M สูงกว่าคาดการณ์ที่ 3.92M และสูงกว่าครั้งก่อนที่ 3.93M
  • ข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งเหล่านี้อาจเป็นปัจจัยขัดขวางการพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนก.ย.ของเฟด นอกจากนี้ ข้อมูลดังกล่าวยังส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรดีดตัวขึ้น ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อตลาด

 

ข่าวเกี่ยวกับทองคำ

  • สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันพฤหัสบดี เนื่องจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์เป็นปัจจัยกดดันตลาด ขณะที่นักลงทุนจับตาถ้อยแถลงของเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในการประชุมที่เมืองแจ็กสัน โฮล ในวันนี้ เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางนโยบายการเงินของเฟด
  • ราคาทองคำตลาดโลก ปรับตัวลดลง -12.49 เหรียญ หรือ -0.37% อยู่ที่ระดับ 3,338.71 เหรียญ
  • สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 6.9 ดอลลาร์ หรือ 0.20% ปิดที่ 3,381.60 ดอลลาร์/ออนซ์
  • กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าขายออก 1.43 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 956.77 ตันภาพรวมเดือนสิงหาคม ซื้อสุทธิ 2.26 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ซื้อสุทธิ 84.25 ตัน
  • นักวิเคราะห์จากบริษัท Marex คาดการณ์ว่า หากพาวเวลส่งสัญญาณว่าจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนก.ย. ก็อาจจะไม่ส่งผลต่อราคาทองคำมากนักเนื่องจากตลาดได้คาดการณ์เรื่องนี้ไว้แล้ว แต่หากพาวเวลส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีกในเดือนต.ค. เดือนพ.ย. หรือเดือนธ.ค. ก็จะกดดันให้สกุลเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง และทำให้ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้น
  • Amy Gower นักกลยุทธ์ด้านโลหะและเหมืองแร่จาก Morgan Stanley ได้ให้สัมภาษณ์กับ Bloomberg โดยกล่าวว่า การอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ  จะเป็นปัจจัยหนุนให้ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นต่อไป จากการที่นักลงทุนส่วนใหญ่คาดว่า Fed จะ ลดอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 0.25% ในเดือนหน้า ซึ่งจะส่งผลดีต่อราคาทองคำ

 

ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง

  • ดัชนีดอลลาร์ ปรับตัวขึ้น 0.38 จุด หรือ 0.39% มาอยู่ที่ระดับ 98.64 จุด
  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้น 0.03 % มาอยู่ที่ระดับ 4.322% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวขึ้น 0.04 % มาอยู่ที่ระดับ 3.785% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ0.54%
  • นักลงทุนจับตาการประชุมประจำปีของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ที่เมืองแจ็กสัน โฮล. เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ย โดยเจอโรม พาวเวล ประธานเฟดมีกำหนดกล่าวสุนทรพจน์ในวันนี้ ตรงกับเวลา 21.00 น.ตามเวลาไทย
  • เจ้าหน้าที่หลายคนของเฟด ซึ่งรวมถึงเบธ แฮมแมก ประธานเฟดสาขาคลีฟแลนด์, ราฟาเอล บอสติก ประธานเฟดสาขาแอตแลนตา และเจฟฟรีย์ ชมิด ประธานเฟดสาขาแคนซัสซิตี ต่างแสดงท่าทีระมัดระวังและตระหนักถึงความจำเป็นของการพิจารณาข้อมูลเศรษฐกิจเพิ่มเติมก่อนที่จะตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ย
  • ออสตัน กูลส์บี ประธานธนาคารกลางสหรัฐ สาขาชิคาโก กล่าวว่า ข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดของสหรัฐฯ กำลังส่ง "สัญญาณเตือนที่คลุมเครือ" ทำให้การประเมินสถานการณ์เงินเฟ้อทำได้ยาก และย้ำว่าสิ่งสำคัญคือ Fed จะต้องรักษาความเป็นอิสระจากแรงกดดันทางการเมือง เพื่อให้การตัดสินใจด้านนโยบายการเงินเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและน่าเชื่อถือ
  • นักลงทุนจับตาความคืบหน้าเกี่ยวกับกรณีฉ้อโกงของลิซา คุก สมาชิกคณะกรรมการผู้ว่าการเฟด โดยล่าสุดมีรายงานว่ากระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ เตรียมดำเนินการสอบสวนเธอในเรื่องนี้ และเจ้าหน้าที่ระดับสูงยังได้เรียกร้องให้เจอโรม พาวเวล ประธานเฟด ถอดเธอออกจากตำแหน่งด้วย

 

ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจ

  • ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบในวันพฤหัสบดี เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจส่งสัญญาณสนับสนุนการคุมเข้มนโยบายการเงิน (hawkish) ในการประชุมประจำปีของเฟดที่เมืองแจ็กสัน โฮล ในวันนี้ นอกจากนี้ ผลประกอบการที่น่าผิดหวังของบริษัทค้าปลีกรายใหญ่อย่างวอลมาร์ท (Walmart) ยังส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการลงทุนเช่นกัน
  • ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 44,785.50 จุด ลดลง 152.81 จุด หรือ -0.34%
  • ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,370.17 จุด ลดลง 25.61 จุด หรือ -0.40% 
  • ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 21,100.31 จุด ลดลง 72.55 จุด หรือ -0.34%
  • นักวิเคราะห์จากบริษัท CFRA Research กล่าวว่า แม้กระแสคาดการณ์บ่งชี้ว่าเฟดมีแนวโน้มที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนก.ย. แต่ขณะนี้นักลงทุนเริ่มไม่มั่นใจและระมัดระวังการซื้อขาย
  • ด้านนักวิเคราะห์จากบริษัท LPL Financial กล่าวว่า ความรู้สึกวิตกกังวลต่อสิ่งที่จะเกิดขึ้นในการประชุมที่แจ็กสัน โฮล ส่งผลให้นักลงทุนหลีกเลี่ยงความเสี่ยง และหากพาวเวลส่งสัญญาณในเชิงสนับสนุนการคุมเข้มนโยบายการเงินมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ ตลาดก็อาจเผชิญแรงเทขายอย่างหนัก
  • หุ้น 9 ใน 11 กลุ่มในดัชนี S&P500 ปิดในแดนลบ นำโดยหุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคร่วงลง 1.18% ตามด้วยหุ้นกลุ่มสาธารณูปโภคปรับตัวลง 0.71% ส่วนหุ้นกลุ่มพลังงานดีดตัวขึ้น 0.7% และหุ้นกลุ่มวัสดุปรับตัวขึ้น 0.26%
  • หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีถูกเทขายอย่างต่อเนื่อง ซึ่งรวมถึงหุ้น Nvidia, Meta, Amazon.com และ AMD ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนยังคงวิตกกังวลต่อการที่รัฐบาลสหรัฐฯ เข้ามาแทรกแซงอุตสาหกรรมเทคโนโลยี
  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอายุ 20 ปี ปรับตัวขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบหลายทศวรรษ ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับนโยบายการคลังแบบขยายตัว และความต้องการลงทุนที่ลดลงจากนักลงทุนรายใหญ่โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุยาวพิเศษ (super-long yield) แตะ 2.655% สูงกว่าระดับสูงสุดก่อนหน้านี้ในปี 2542 ขณะที่พันธบัตรอายุ 10 ปี อยู่ที่ 1.61% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2551 ส่วนพันธบัตรอายุ 30 ปี ปรับขึ้นแตะ 3.18% ใกล้กับระดับสูงสุดตลอดกาลที่ 3.2% ในเดือนก.ค.
  • จีนกำลังพิจารณาที่จะอนุญาตให้ใช้สเตเบิลคอยน์ที่มีมูลค่าผูกกับเงินหยวนเป็นครั้งแรก เพื่อสนับสนุนการใช้งานเงินหยวนในระดับโลก โดยการตัดสินใจนี้ถือเป็นการเปลี่ยนท่าทีครั้งใหญ่ของจีนต่อสินทรัพย์ดิจิทัล หลังจากที่เคยสั่งห้ามการซื้อขายและขุดคริปโทเคอร์เรนซีในปี 2564 เนื่องจากกังวลต่อเสถียรภาพของระบบการเงิน
  • อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (core inflation) ของญี่ปุ่นในเดือนกรกฎาคมลดลงมาอยู่ที่ 3.1% จากเดิม 3.3% ในเดือนก่อนหน้า แต่ยังคงสูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ที่ 3%

 

ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน

  • สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันพฤหัสบดี ท่ามกลางความไม่แน่นอนเกี่ยวกับความคืบหน้าในการเจรจาเพื่อยุติสงครามในยูเครน หลังจากรัสเซียและยูเครนต่างก็กล่าวโทษกันว่าเป็นต้นเหตุที่ทำให้กระบวนการสันติภาพหยุดชะงัก นอกจากนี้ ราคาน้ำมันยังได้แรงหนุนจากสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ที่ลดลงมากกว่าคาด ซึ่งบ่งชี้ว่าความต้องการใช้น้ำมันยังคงแข็งแกร่ง
  • สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนต.ค. เพิ่มขึ้น 81 เซนต์ หรือ 1.29% ปิดที่ 63.52 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนต.ค. เพิ่มขึ้น 83 เซนต์ หรือ 1.24% ปิดที่ 67.67 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • นักวิเคราะห์จากบริษัท PVM Oil Associates กล่าวว่า ความไม่แน่นอนในการเจรจาสันติภาพหมายความว่า รัสเซียยังมีแนวโน้มที่จะเผชิญกับการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ ซึ่งจะทำให้รัสเซียเผชิญกับความยากลำบากในการกลับมาส่งออกน้ำมัน

 

ข่าวเกี่ยวกับการเมือง

  • สหรัฐฯ และสหภาพยุโรปได้บรรลุข้อตกลงการค้าครั้งสำคัญ โดยสหรัฐฯ จะ ลดภาษีนำเข้ารถยนต์จากยุโรป จากเดิม 27.5% เหลือ 15% และมีผลย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคมเป็นต้นไป เงื่อนไขของข้อตกลงนี้คือ สหภาพยุโรป (EU) จะต้อง ลดภาษีสินค้าอุตสาหกรรมและเกษตร จากสหรัฐฯ นอกจากนี้ ข้อตกลงยังครอบคลุมถึงการเปิดตลาดสินค้าเกษตร พลังงาน และ AI ของสหรัฐฯ รวมถึงการสนับสนุนการลงทุนจากยุโรปในสหรัฐฯ เป็นมูลค่าสูงถึง 600,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งคาดว่าจะเน้นไปที่อุตสาหกรรมยา, เซมิคอนดักเตอร์ และการผลิตขั้นสูง
  • NVIDIA สั่งหยุดผลิตชิป AI รุ่น H20 สำหรับตลาดจีน คำสั่งนี้มีขึ้นหลังจากมีรายงานว่ารัฐบาลจีนได้ขอให้บริษัทเทคโนโลยีในประเทศ หลีกเลี่ยงการใช้ชิปดังกล่าว ซึ่งเป็นชิปที่ NVIDIA ออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อทำตามมาตรการควบคุมการส่งออกของสหรัฐฯ สำหรับตลาดจีนโดยเฉพาะ สถานการณ์นี้เป็นความเคลื่อนไหวล่าสุดที่สะท้อนถึงความตึงเครียดของ สงครามเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐฯ และจีน และอาจส่งผลกระทบอย่างมากต่อธุรกิจของ NVIDIA ในตลาดจีน
  • การเจรจาที่จะนำไปสู่การทำข้อตกลงสันติภาพในยูเครนกำลังเผชิญกับความไม่แน่นอน หลังจากรัสเซียและยูเครนต่างก็กล่าวโทษกันว่าทำให้กระบวนการสันติภาพหยุดชะงัก โดยล่าสุดรัสเซียได้เปิดฉากโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ใกล้ชายแดนยูเครนที่ติดกับสหภาพยุโรปในเมื่อวานนี้ ขณะที่ยูเครนได้ทำการโจมตีโรงกลั่นน้ำมันของรัสเซีย
  • ทางการยูเครนแถลงว่า การโจมตีทางอากาศของรัสเซียเมื่อคืนที่ผ่านมา เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บอย่างน้อย 18 ราย ทั้งยังพุ่งเป้าโจมตีโรงงานผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของสหรัฐฯ ซึ่งตั้งอยู่ทางภาคตะวันตกของประเทศ

 

ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท

  • ค่าเงินบาทวันนี้ เปิดตลาดทรงตัวที่ 32.60 บาทต่อดอลลาร์ ไม่มีการเปลี่ยนแปลงเมื่อเทียบกับราคาปิดตลาดเมื่อวานที่ผ่านมา โดยกรอบแนวรับที่ 32.45 บาท แนวต้าน 32.75 บาท

 

 


ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest

Tags : ข่าวทองข่าวทอง ทอง ราคาทอง

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com