• สรุปข่าวราคาทองคำ ประจำวันที่ 20 สิงหาคม 2568

    20 สิงหาคม 2568 | Gold News


ข่าวเกี่ยวกับทองคำ


  • สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันอังคาร เนื่องจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์เป็นปัจจัยกดดันตลาด และจากการที่นักลงทุนชะลอการซื้อขายก่อนที่เจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะกล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมประจำปีของเฟดที่เมืองแจ็กสัน โฮล ในสัปดาห์นี้


  • ราคาทองคำตลาดโลก ปรับตัวลดลง -18.0 เหรียญ หรือ -0.54% อยู่ที่ระดับ 3,315.7 เหรียญ
  • สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 19.30 ดอลลาร์ หรือ 0.57% ปิดที่ 3,358.70 ดอลลาร์/ออนซ์
  • กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าขายออก 3.15 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 962.21 ตันภาพรวมเดือนสิงหาคม ซื้อสุทธิ 7.7 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ซื้อสุทธิ 89.69 ตัน


  • นักวิเคราะห์จากบริษัท Kitco Metals กล่าวว่า นักลงทุนชะลอการซื้อขายก่อนที่การประชุมประจำปีของเฟดที่เมืองแจ็กสัน โฮล รัฐไวโอมิง และคาดว่าภาวะการซื้อขายในตลาดทองคำจะค่อนข้างซบเซาจนกว่าจะถึงวันประชุม


  • ยูบีเอส (UBS) ได้ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายทองคำสิ้นเดือนมีนาคม 2569 ขึ้นอีก 100 ดอลลาร์สหรัฐ เป็น 3,600 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ โดยมีปัจจัยหลักจากความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจมหภาคของสหรัฐฯ, แนวโน้มการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์, และความต้องการลงทุนที่แข็งแกร่ง ทั้งจากกองทุน ETF และธนาคารกลาง ซึ่งคาดว่าจะช่วยผลักดันให้ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้น


ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง


  • ดัชนีดอลลาร์ ปรับตัวขึ้น 0.22 จุด หรือ 0.22% มาอยู่ที่ระดับ 98.37 จุด
  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี  ปรับตัวลดลง -0.02 % มาอยู่ที่ระดับ 4.312% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวลดลง 0.0 % มาอยู่ที่ระดับ 3.76% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ0.55%


  • ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ออกมาวิจารณ์เจอโรม พาวเวลล์ โดยกล่าวหาว่า พาวเวลล์กำลัง "ทำร้าย" ภาคอสังหาริมทรัพย์อย่างหนัก ทำให้ประชาชนไม่สามารถกู้ซื้อบ้านได้ ทรัมป์ย้ำว่าในเมื่อไม่มีภาวะเงินเฟ้อที่น่ากังวล เฟดจึงควรลดอัตราดอกเบี้ยลงอย่างมาก


  • (S&P Global Ratings) ได้ยืนยันอันดับความน่าเชื่อถือของสหรัฐฯ ที่ AA+ โดยระบุว่า รายได้จากภาษีนำเข้าที่เพิ่มขึ้นในยุคของประธานาธิบดีทรัมป์จะช่วยชดเชยผลกระทบจากการลดภาษีภายใต้กฎหมาย “One Big Beautiful Bill Act” ได้


  • การตัดสินใจของ S&P ครั้งนี้แตกต่างจาก มูดี้ส์ เรตติ้งส์ (Moody’s Ratings) ที่ได้ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของสหรัฐฯ ลงเมื่อเดือนพฤษภาคม เนื่องจากกังวลเรื่องหนี้สินของประเทศที่เพิ่มสูงขึ้นและความไม่แน่นอนของนโยบายการค้า แม้ว่า S&P จะแสดงความกังวลในรายงานหลายประการ ทั้งเรื่องการขาดดุลและหนี้สินที่สูง แต่ก็ยังคงเชื่อมั่นในความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ และเห็นว่ารายได้จากภาษีศุลกากรใหม่นั้นเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสนับสนุนฐานะทางการคลัง


ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจ


  • ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเล็กน้อยในวันอังคาร ขณะที่ดัชนี Nasdaq ร่วงลงกว่า 300 จุดเนื่องจากแรงขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี โดยเฉพาะหุ้นอินวิเดีย (Nvidia) ขณะที่นักลงทุนจับตาถ้อยแถลงของเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในการประชุมประจำปีของเฟดที่เมืองแจ็กสัน โฮล ในสัปดาห์นี้ เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟด


  • ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 44,922.27 จุด เพิ่มขึ้น 10.45 จุด หรือ +0.02%
  • ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,411.37 จุด ลดลง 37.78 จุด หรือ -0.59% 
  • ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 21,314.95 จุด ลดลง 314.82 จุด หรือ -1.46%


  • นักวิเคราะห์จากบริษัท Harris Financial Group กล่าวว่า นักลงทุนหลีกเลี่ยงความเสี่ยงก่อนที่พาวเวลจะกล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมประจำปีของเฟดที่เมืองแจ็กสัน โฮล รัฐไวโอมิง โดยต่างก็คาดว่าพาวเวลอาจจะส่งสัญญาณที่แข็งกร้าวมากกว่าที่คาดการณ์ไว้


  • นอกจากนี้ นักลงทุนยังวิตกกังวลเกี่ยวกับอนาคตของหุ้นที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) หลังจากแซม อัลต์แมน ซีอีโอของบริษัทโอเพนเอไอ (OpenAI) ให้สัมภาษณ์กับเว็บไซต์ข่าว เดอะเวิร์จ (The Verge) ว่า หุ้นกลุ่มนี้กำลังอยู่ในภาวะฟองสบู่


  • นักวิเคราะห์จากบริษัท Interactive Brokers กล่าวว่า นักลงทุนบางส่วนกำลังเทขายทำกำไรหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี และย้ายเข้าไปลงทุนในหุ้นกลุ่มอื่น ๆ ซึ่งความเคลื่อนไหวนี้ส่งผลกระทบต่อตลาดในวงกว้าง เนื่องจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีมีน้ำหนักมากในดัชนีหลักทั้ง 3 ดัชนี


  • ดัชนี Nasdaq ถูกกดดันจากการร่วงลงของหุ้นบริษัทเทคโนโลยีที่มีมาร์เก็ตแคปสูง โดยหุ้นอินวิเดีย ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิปรายใหญ่ของสหรัฐฯ ร่วงลง 3.5% ซึ่งเป็นการปรับตัวลงมากที่สุดในรอบเกือบ 4 เดือน


  • ดัชนีดาวโจนส์ดีดตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในระหว่างวัน โดยได้แรงหนุนจากหุ้น (Home Depot) พุ่งขึ้น 3.17% หลังจากบริษัทยังคงตัวเลขคาดการณ์รายได้ตลอดปีงบการเงิน 2568 เอาไว้เท่าเดิม แม้รายได้ในไตรมาส 2/2568 ออกมาต่ำกว่าคาดก็ตาม


  • ในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา มูลค่าการส่งออกของญี่ปุ่นลดลง 2.6% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ซึ่งถือเป็นการลดลงที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2021 สาเหตุหลักมาจากการส่งออกไปยังตลาดสำคัญ 2 แห่ง ได้แก่ สหรัฐอเมริกาและจีนที่ลดลง


ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน


  • สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันอังคาร เนื่องจากนักลงทุนคาดการณ์ว่าการเจรจาไตรภาคีระหว่างผู้นำสหรัฐฯ ยูเครน และรัสเซีย เพื่อผลักดันให้มีการยุติสงครามในยูเครน อาจนำไปสู่การผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซีย ซึ่งจะทำให้รัสเซียสามารถส่งออกน้ำมันและส่งผลให้อุปทานน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น


  • สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.ย. ลดลง 1.07 ดอลลาร์ หรือ 1.69% ปิดที่ 62.35 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนต.ค. ลดลง 81 เซนต์ หรือ 1.22% ปิดที่ 65.79 ดอลลาร์/บาร์เรล


  • นักวิเคราะห์ด้านพลังงานจาก DBS Bank กล่าวว่า ท่าทีที่อ่อนลงของปธน.ทรัมป์เกี่ยวกับการใช้มาตรการคว่ำบาตรทุติยภูมิ (secondary sanctions) ที่พุ่งเป้าลงโทษประเทศที่นำเข้าน้ำมันจากรัสเซียนั้น ได้ลดความเสี่ยงของการเกิดภาวะชะงักงันด้านอุปทานน้ำมันในตลาดโลก และทำให้ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์คลี่คลายลงด้วย


  • นักวิเคราะห์ด้านสินค้าโภคภัณฑ์จากบริษัท TD Securities กล่าวว่า หากผลการประชุมไตรภาคีทำให้สถานการณ์ตึงเครียดลดน้อยลงและทำให้สหรัฐฯ ตัดสินใจยกเลิกใช้มาตรการคว่ำบาตรทุติยภูมิ ก็อาจทำให้ราคาน้ำมันร่วงลงแตะระดับ 58 ดอลลาร์/บาร์เรลในช่วงไตรมาส 4/2568 จนถึงไตรมาส 1/2569


  • ขณะที่นักลงทุนจับตาตัวเลขสต็อกน้ำมันดิบอย่างเป็นทางการจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐฯ (EIA) ในวันนี้

ข่าวเกี่ยวกับการเมือง


  • สหรัฐฯ และบรรดาชาติพันธมิตรกำลังหาลู่ทางที่จะเสนอหลักประกันความมั่นคงแก่ประเทศยูเครน โดยเป็นหลักประกันอันมีลักษณะเดียวกันกับสนธิสัญญาป้องกันร่วมกันตามมาตรา 5 แห่งองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) และนับเป็นความคืบหน้าครั้งสำคัญ ซึ่งได้มีการหยิบยกขึ้นหารือ ณ ทำเนียบขาว


  • ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ขยายการจัดเก็บภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียม 50% ให้ครอบคลุมสินค้าเพิ่มเติมอีกกว่า 400 รายการ ซึ่งเป็นการเพิ่มขอบเขตและผลกระทบของนโยบายการค้าให้กว้างขวางมากขึ้น

ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท


  • นักบริหารการเงิน เปิดเผยว่า "ค่าเงินบาทวันนี้"เปิดเช้านี้ ที่ระดับ  32.60 บาทต่อดอลลาร์อ่อนค่าลงเล็กน้อยจากระดับปิดวันที่ผ่านมา ณ ระดับ  32.50 บาทต่อดอลลาร์ มองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 32.45-32.70 บาทต่อดอลลาร์


  • ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า สินเชื่อระบบธนาคารพาณิชย์ (รวมเครือ) ไตรมาส 2 ปี 2568 โดยรวมยังหดตัวต่อเนื่อง แต่ในอัตราที่ชะลอลงมาอยู่ที่ -0.9% จากระยะเดียวกันปีก่อน โดยสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ ขยายตัวเพิ่มขึ้น ขณะที่สินเชื่อธุรกิจ SMEs และสินเชื่ออุปโภคบริโภคหดตัวต่อเนื่อง ตามความเสี่ยงด้านเครดิตที่ยังอยู่ในระดับสูง

 

 


ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest

Tags : ข่าวทองข่าวทอง ทอง ราคาทอง

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com