• สรุปข่าวราคาทองคำ ประจำวันที่ 18 สิงหาคม 2568

    18 สิงหาคม 2568 | Gold News


สรุปตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ


  • Core Retail Sales m/m ออกมาที่ 0.3% ตามคาดการณ์ที่ 0.3% และต่ำกว่าครั้งก่อนที่ 0.8%
  • Retail Sales m/m ออกมาที่ 0.5% ต่ำกว่าคาดการณ์ที่ 0.6% และต่ำกว่าครั้งก่อนที่ 0.9%         
  • Empire State Manufacturing Index ออกมาที่ 11.9 สูงกว่าคาดการณ์ที่ -1.2 และสูงจากครั้งก่อนที่ 5.5
  • Prelim UoM Consumer Sentiment ออกมาที่ 58.6 ต่ำกว่าคาดการณ์ที่ 61.9 และต่ำจากครั้งก่อนที่ 61.7


ข่าวเกี่ยวกับทองคำ


  • สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบเล็กน้อยในวันศุกร์ หลังข้อมูลเงินเฟ้อที่สูงกว่าคาดได้ลดความคาดหวังเกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในสหรัฐฯ 


  • ราคาทองคำตลาดโลกเช้านี้ ปรับตัวขึ้น 7.51 เหรียญ หรือ 0.23% อยู่ที่ระดับ 3,344.31 เหรียญ
  • สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 60 เซนต์ หรือ 0.02% ปิดที่ 3,382.60 ดอลลาร์/ออนซ์
  • กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าซื้อเข้า 4.01 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 965.36 ตันภาพรวมเดือนสิงหาคม ซื้อสุทธิ 10.85 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ซื้อสุทธิ 92.84 ตัน


  • นักวิเคราะห์คาดว่าความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจมหภาคและภูมิรัฐศาสตร์จะรุนแรงขึ้นในครึ่งหลังของปีนี้ ซึ่งจะเพิ่มความน่าสนใจของทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย


  • นักวิเคราะห์กล่าวว่า มุมมองเชิงบวกต่อทองคำยังคงอยู่ โดยได้แรงหนุนจากแนวโน้มการเพิ่มภาษี การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก การผ่อนคลายนโยบายการเงินของสหรัฐฯ และการอ่อนค่าอย่างต่อเนื่องของดอลลาร์สหรัฐ


  • ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทองคำ เผยดัชนีความเชื่อมั่นราคาทองคำประจำเดือน ส.ค.68 อยู่ที่ระดับ 75.03 จุด ปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.23 จุด หรือ 0.30% จากเดือน ก.ค.68 ที่ระดับ 74.80 จุด โดยมีปัจจัยหนุน ได้แก่ ความกังวลเศรษฐกิจโลกถดถอย เงินบาทอ่อนค่า ความตึงเครียดของสงครามการค้า ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อในสหรัฐฯ และความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย

ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง


  • ดัชนีดอลลาร์ ปรับตัวลดลง -0.27 จุด หรือ -0.28% มาอยู่ที่ระดับ 97.91 จุด
  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้น 0.02 % มาอยู่ที่ระดับ 4.308% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวขึ้น 0.02 % มาอยู่ที่ระดับ 3.752% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ0.56%


  • แมรี ดาลี ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) สาขาซานฟรานซิสโก ระบุว่า หลังการรายงานข้อมูลเศรษฐกิจที่แสดงถึงยอดค้าปลีกที่สูงกว่าคาด และราคาค้าส่งที่เพิ่มขึ้นอย่างไม่คาดคิดในเดือนที่ผ่านมาว่า เธอยังคงสนับสนุนการเริ่มผ่อนคลายนโยบายการเงินตั้งแต่เดือนหน้า พร้อมเสริมว่าตลาดแรงงานที่เริ่มอ่อนแอและเศรษฐกิจที่ชะลอตัว สนับสนุนให้เฟดพิจารณาการปรับลดอัตราดอกเบี้ยสองครั้งในปีนี้


  • นักลงทุนประเมินโอกาสที่เฟดจะปรับลดดอกเบี้ย 0.25% ในเดือนก.ย. ที่ 89.1% ลดลงจากประมาณ 95% ก่อนการเปิดเผยข้อมูลนี้


  • กระทรวงการคลังสหรัฐฯ เปิดเผยว่า การถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ โดยนักลงทุนต่างชาติเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจนแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนมิ.ย. ที่ 9.13 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ จาก 9.05 ล้านล้านดอลลาร์ในเดือนพ.ค. และสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนเกือบ 1 ล้านล้านดอลลาร์ หรือราว 10% โดยมูลค่ารวมเกินกว่า 9 ล้านล้านดอลลาร์ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4

ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจ


  • ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันศุกร์ หลังจากทำสถิติสูงสุดระหว่างวัน โดยได้แรงหนุนจากการที่หุ้น UnitedHealth พุ่งขึ้น หลังบริษัท Berkshire Hathaway เพิ่มการถือครอง ขณะที่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ลดลง เนื่องจากข้อมูลเศรษฐกิจที่ผสมผสานกันทำให้เกิดความไม่แน่นอนเกี่ยวกับทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)


  • ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 44,946.12 จุด เพิ่มขึ้น 34.86 จุด หรือ +0.08%
  • ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,449.80 จุด ลดลง 18.74 จุด หรือ -0.29% 
  • ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 21,622.98 จุด ลดลง 87.69 จุด หรือ -0.40%
  • แต่ทั้ง 3 ดัชนีปรับตัวขึ้นได้เป็นสัปดาห์ที่สองติดต่อกัน จากความคาดหวังว่า เฟดอาจกลับมาใช้นโยบายผ่อนคลายทางการเงิน โดยจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในเดือนก.ย.


  • ตลอดทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมา ดัชนีดาวโจนส์บวก 1.74%, ดัชนี S&P500 เพิ่มขึ้น 0.94% และดัชนี Nasdaq บวก 0.81%


  • สำนักงานคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นเปิดเผยว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ขยายตัว 1.0% เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งเป็นการขยายติดต่อกัน 5 ไตรมาส และแข็งแกร่งกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะขยายตัวเพียง 0.4% โดยได้แรงหนุนจากความแข็งแกร่งของการลงทุนด้านทุน (capital investment) แม้การชะลอตัวของการใช้จ่ายผู้บริโภคจะยังคงฉุดรั้งการเติบโตของเศรษฐกิจก็ตาม

ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน


  • สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลดลงในวันศุกร์


  • สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.ย. ลดลง 1.16 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 1.81% ปิดที่ 62.80 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนต.ค. ลดลง 99 เซนต์ หรือ 1.48% ปิดที่ 65.85 ดอลลาร์/บาร์เรล


  • ตลอดทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมา สัญญาน้ำมันดิบ WTI ลดลง 1.7% ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ลดลง 1.1%


  • นักวิเคราะห์รายหนึ่งกล่าวว่า หากการเจรจาไม่คืบหน้า ทรัมป์อาจขู่เพิ่มแรงกดดันทางภาษีต่ออินเดีย และอาจรวมถึงจีนเกี่ยวกับการนำเข้าน้ำมันจากรัสเซีย ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้ตลาดน้ำมันมีความระมัดระวัง และหากมีการประกาศหยุดยิง จะเป็นปัจจัยลบต่อตลาดน้ำมันในระยะสั้น


  • ขณะเดียวกัน ข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอจากจีนเพิ่มความกังวลต่อความต้องการใช้น้ำมัน โดยข้อมูลทางการบ่งชี้ว่าการผลิตภาคโรงงานในเดือนก.ค. ขยายตัวต่ำสุดในรอบ 8 เดือน และยอดค้าปลีกเติบโตช้าที่สุดนับตั้งแต่เดือนธ.ค. แม้ว่าปริมาณการกลั่นน้ำมันดิบจะเพิ่มขึ้น 8.9% จากปีก่อน แต่ลดลงจากระดับเดือนมิ.ย. ซึ่งสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.ย. 2566 และการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปที่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนก็สะท้อนถึงความต้องการใช้ในประเทศที่ลดลง


  • ส่วนปัจจัยกดดันอื่น ๆ นั้นรวมถึงการคาดการณ์ว่า ตลาดน้ำมันจะมีอุปทานส่วนเกินเพิ่มขึ้น และมีความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับสูงนานขึ้น


  • ข้อมูลจาก Baker Hughes ระบุว่าจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันในสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตัวชี้วัดอุปทานในอนาคต เพิ่มขึ้น 1 แท่นในสัปดาห์นี้ มาอยู่ที่ 412 แท่น


  • นักวิเคราะห์จากแบงก์ออฟอเมริกาปรับเพิ่มคาดการณ์ส่วนเกินน้ำมันในตลาด โดยประเมินว่าจะอยู่ที่ระดับเฉลี่ย 890,000 บาร์เรลต่อวันนับตั้งแต่เดือนก.ค. 2568 ถึงเดือนมิ.ย. 2569 เนื่องจากการผลิตที่เพิ่มขึ้นจากกลุ่มโอเปกพลัสซึ่งรวมถึงประเทศสมาชิกโอเปก รัสเซีย และพันธมิตรอื่น ๆ ซึ่งสอดคล้องกับการคาดการณ์ของสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ในสัปดาห์นี้ที่ระบุว่า ตลาดน้ำมันกำลังล้นตลาด หลังโอเปกพลัสเพิ่มกำลังการผลิตล่าสุด

ข่าวเกี่ยวกับการเมือง


  • สื่อต่างประเทศรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐได้ให้การสนับสนุนข้อเสนอของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซียที่ต้องการให้รัสเซียควบคุมภูมิภาคดอนบาสอย่างเต็มรูปแบบและหยุดยั้งแนวรบในพื้นที่อื่น ๆ เพื่อทำข้อตกลงกับยูเครน ภายหลังจากที่ผู้นำทั้ง 2 ประเทศได้ประชุมร่วมกันที่อลาสกาเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา แม้ว่า ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี แห่งยูเครนได้เคยปฏิเสธแนวคิดการยกดินแดนในดอนบาสให้กับรัสเซียมาแล้ว 


  • เซเลนสกีประกาศว่า จะเดินทางไปยังกรุงวอชิงตันในวันนี้ เพื่อพบกับทรัมป์และหารือเรื่องการยุติการรุกรานของรัสเซีย ขณะเดียวกันก็จะร่วมกับพันธมิตรยุโรปผลักดันให้เกิดการประชุมสามฝ่ายร่วมกับปูติน


  • ปีเตอร์ คุซนิค ผู้อำนวยการสถาบันศึกษานิวเคลียร์แห่งมหาวิทยาลัยอเมริกัน กล่าวกับผู้สื่อข่าวสำนักข่าวทัสเกี่ยวกับผลการประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิเมียร์ ปูติน และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่อลาสกาว่า ถือเป็นก้าวแรกที่ยอดเยี่ยมในการปรับปรุงความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียและสหรัฐ และการแก้ไขวิกฤตยูเครน เนื่องจากมีการผ่อนคลายความตึงเครียดอย่างชัดเจน แม้ไร้ข้อตกลง


  • ผู้นำระดับสูงของยุโรปเมื่อวันเสาร์ได้เน้นย้ำว่า อธิปไตยและความสมบูรณ์แห่งอาณาเขตของยูเครนต้องได้รับการเคารพอย่างเต็มที่ หลังจากการพบปะกันระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกากับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซียที่อลาสกาเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา


  • ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า รัฐบาลสหรัฐฯ จะประกาศอัตราภาษีนำเข้าสินค้าใหม่สำหรับเซมิคอนดักเตอร์ในสัปดาห์นี้ หรือสัปดาห์ถัดไป พร้อมทั้งชี้ถึงความเป็นไปได้ในการเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติมกับเหล็กนำเข้า


  • จากการพบปะกันระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน สื่อรายงานว่าทรัมป์และผู้นำจีนกำลังหารือเกี่ยวกับข้อตกลงการค้าเพื่อลดความตึงเครียดและภาษีระหว่างกัน ขณะที่จีนกำลังเผชิญภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว แม้ว่าทรัมป์ได้เรียกเก็บภาษีเพิ่มเติม 25% กับอินเดียที่ซื้อน้ำมันจากรัสเซียอย่างต่อเนื่อง แต่เขายังไม่ได้ใช้มาตรการเดียวกันกับจีนซึ่งเป็นผู้ซื้อรายใหญ่จากรัสเซียเช่นกัน


ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท


  • นักบริหารการเงิน เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ  32.48 บาทต่อดอลลาร์อ่อนค่าลงเล็กน้อย แทบไม่เปลี่ยนแปลงจากระดับปิดสัปดาห์ก่อนหน้า ณ ระดับ  32.43 บาทต่อดอลลาร์  มองกรอบค่าเงินบาทสัปดาห์นี้ ที่ระดับ 32.00- 32.75 บาทต่อดอลลาร์ ส่วนกรอบเงินบาทวันนี้  คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 32.35-32.55 บาทต่อดอลลาร์

 

 

 

ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest

Tags : ข่าวทองข่าวทอง ทอง ราคาทอง

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com