• สรุปข่าวราคาทองคำ ประจำวันที่ 14 สิงหาคม 2568

    14 สิงหาคม 2568 | Gold News


ข่าวเกี่ยวกับทองคำ


  • สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันพุธ โดยได้ปัจจัยหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ปรับตัวลง นอกจากนี้ กระแสคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนก.ย.ยังเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยหนุนราคาทองคำปิดในแดนบวก


  • ราคาทองคำตลาดโลก ปรับตัวขึ้น 5.53 เหรียญ หรือ 0.17% อยู่ที่ระดับ 3,355.7 เหรียญ
  • สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 9.3 ดอลลาร์ หรือ 0.27% ปิดที่ 3,408.30 ดอลลาร์/ออนซ์
  • กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าไม่เปลี่ยนแปลง ปัจจุบันถือครองที่ 964.22 ตันภาพรวมเดือนสิงหาคม ซื้อสุทธิ 9.71 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ซื้อสุทธิ 91.7 ตัน


ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง


  • ดัชนีดอลลาร์ ปรับตัวลดลง -0.37 จุด หรือ -0.38% มาอยู่ที่ระดับ 97.68 จุด
  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี  ปรับตัวลดลง -0.07 % มาอยู่ที่ระดับ 4.231% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวลดลง -0.07 % มาอยู่ที่ระดับ 3.674% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ0.56%


  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Treasury yields) ปรับตัวลดลง ซึ่งสะท้อนว่าราคาพันธบัตรพุ่งสูงขึ้น เนื่องจากนักลงทุนเข้าซื้อพันธบัตรเพื่อล็อกผลตอบแทนที่ดีไว้ล่วงหน้า ก่อนที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยจริง อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปี ลดลง 5 basis points มาอยู่ที่ 4.23% และ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 2 ปี ลดลง 5 basis points มาอยู่ที่ 3.68%


  • สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานอ้างข้อมูลจากกระทรวงการคลังสหรัฐว่า การขาดดุลงบประมาณของรัฐบาลสหรัฐในเดือนกรกฎาคมเพิ่มขึ้นเกือบ 20%” เป็น 291,000 ล้านดอลลาร์ หรือราว 9.4 ล้านล้านบาท แม้รายได้จากภาษีของทรัมป์ เพิ่มแรงกว่าเท่าตัว แต่รายจ่ายรัฐ โดยเฉพาะโครงการประกันสุขภาพ ดอกเบี้ยหนี้ และบำนาญ ยังคงขยายตัวรวดเร็ว


  • นักวิเคราะห์จาก Nomura Holdings คาดการณ์ไว้ โดยระบุว่าเฟดจะเริ่มลดดอกเบี้ยในเดือนกันยายน และจะลดอีก 2 ครั้งในเดือนธันวาคมปีนี้ และเดือนมีนาคมปีหน้า การคาดการณ์นี้มีสาเหตุหลักมาจากข้อมูลที่ชี้ให้เห็นว่า ตลาดแรงงานอ่อนแอลงและเงินเฟ้อมีความเสี่ยงลดลง ซึ่งเป็นสัญญาณสำคัญที่ทำให้เฟดมีแนวโน้มจะผ่อนคลายนโยบายการเงิน 


  • รายงานวิจัยล่าสุดเมื่อวันพุธ Goldman Sachs คาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ เฟด จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 25 จุดพื้นฐาน ทั้งหมด 3 ครั้งในปีนี้ และอีก 2 ครั้งในปี 2569 การปรับลดอัตราดอกเบี้ยตามการคาดการณ์นี้ จะทำให้อัตราดอกเบี้ยขั้นสุดท้ายลดลงจากปัจจุบันที่ 4.25% - 4.50% มาอยู่ที่ระดับ 3% - 3.25%


ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจ


  • ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นติดต่อกันเป็นวันที่สองในวันพุธ ขณะที่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปิดทำนิวไฮติดต่อกันวันที่สอง โดยตลาดยังคงได้แรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนหน้า


  • ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 44,922.27 จุด เพิ่มขึ้น 463.66 จุด หรือ +1.04%
  • ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,466.58 จุด เพิ่มขึ้น 20.82 จุด หรือ +0.32% 
  • ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 21,713.14 จุด เพิ่มขึ้น 31.24 จุด หรือ +0.14%


  • หุ้น 8 ใน 11 กลุ่มที่คำนวณในดัชนี S&P500 ปิดในแดนบวก นำโดยหุ้นกลุ่มวัสดุพุ่งขึ้น 1.7% ตามด้วยหุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์พุ่งขึ้น 1.58% ส่วนหุ้นกลุ่มบริการด้านการสื่อสารปรับตัวลง 0.48% และหุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคลดลง 0.44%


  • หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวผันผวน ขณะที่นักลงทุนเริ่มหันไปสนใจหุ้นกลุ่มอื่น ๆ ที่นอกเหนือไปจากหุ้นเทคโนโลยี หลังจากที่ตลาดหุ้นนิวยอร์กทะยานขึ้นจากการนำของกลุ่มเทคโนโลยีในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งทำให้มูลค่าของดัชนี S&P500 สูงกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาว


  • ทั้งนี้ หุ้นอินวิเดีย (Nvidia), หุ้นอัลฟาเบท (Alphabet) และหุ้นไมโครซอฟท์ (Microsoft) ซึ่งต่างก็เป็นหุ้นในกลุ่ม Magnificent Seven ปิดตลาดปรับตัวลง ส่วนหุ้นแอปเปิ้ล (Apple) ดีดตัวขึ้น 1.6% หลังจากสื่อรายงานว่าแอปเปิ้ลกำลังวางแผนที่จะขยายธุรกิจไปสู่หุ่นยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI, ระบบรักษาความปลอดภัยภายในบ้าน และจอแสดงผลอัจฉริยะ (smart displays)


  • รัฐบาลจีนเตรียมออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งสำคัญ ด้วยการอุดหนุนดอกเบี้ยเงินกู้ให้แก่ภาคประชาชนและธุรกิจ เพื่อลดภาระต้นทุนและกระตุ้นให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยภายในประเทศ


  • Bitcoin ทุบสถิติใหม่ แตะระดับสูงสุดที่ $123,588  โดยได้รับแรงหนุนหลักจากความคาดหวังของตลาดที่เพิ่มขึ้นว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนกันยายนนี้ นอกจากนี้ การซื้อของสถาบันและบริษัทต่างๆ ที่มีต่อ Bitcoin ก็เป็นอีกหนึ่งแรงหนุนสำคัญ


ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน


  • สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันพุธ หลังจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐฯ (EIA) เปิดเผยสต็อกน้ำมันดิบที่สูงเกินคาด นอกจากนี้ ราคาน้ำมันยังถูกกดดันจากการที่สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ระบุว่าอุปทานน้ำมันโลกจะเพิ่มขึ้นเร็วกว่าคาดทั้งในปีนี้และปีหน้า


  • สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.ย. ลดลง 52 เซนต์ หรือ 0.82% ปิดที่ 62.65 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนต.ค. ลดลง 49 เซนต์ หรือ 0.74% ปิดที่ 65.63 ดอลลาร์/บาร์เรล


  • สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบพุ่งขึ้น 3 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว แตะระดับ 426.7 ล้านบาร์เรล สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลง 275,000 บาร์เรล


  • ขณะเดียวกัน EIA ระบุว่า ยอดการนำเข้าน้ำมันดิบสุทธิของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 699,000 บาร์เรล/วันในสัปดาห์ที่แล้ว


  • ทางด้านสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) เปิดเผยว่า อุปทานน้ำมันโลกจะเพิ่มขึ้นเร็วกว่าที่คาดทั้งในปีนี้และปีหน้า เนื่องจากกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และชาติพันธมิตร หรือโอเปกพลัส เพิ่มกำลังการผลิต ขณะที่การผลิตน้ำมันจากประเทศนอกกลุ่มโอเปกพลัสมีการขยายตัวเช่นกัน


  • ทั้งนี้ IEA ระบุในรายงานเดือนส.ค.ว่า อุปทานน้ำมันจะเพิ่มขึ้น 2.5 ล้านบาร์เรล/วันในปี 2568 จากเดิมคาดการณ์ที่ระดับ 2.1 ล้านบาร์เรล/วัน และจะเพิ่มขึ้นอีก 1.9 ล้านบาร์เรล/วันในปี 2569


  • นอกจากนี้ IEA คาดว่าอุปสงค์น้ำมันทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นเพียง 680,000 บาร์เรล/วันในปี 2568 และ 700,000 บาร์เรล/วันในปี 2569 ซึ่งตัวเลขทั้งสองลดลง 20,000 บาร์เรล/วันจากตัวเลขคาดการณ์ก่อนหน้านี้


  • รายงานของ EIA ระบุว่า อุปทานน้ำมันอาจสูงกว่าอุปสงค์เกือบ 3 ล้านบาร์เรล/วันในปี 2569 อันเนื่องจากการเพิ่มการผลิตน้ำมันของประเทศนอกกลุ่มโอเปกพลัส และอุปสงค์ที่ซบเซา โดยผู้ผลิตนอกกลุ่มโอเปกพลัสจะยังคงเป็นผู้นำการขยายตัวของอุปทานน้ำมันทั้งในปีนี้และปีหน้า จากการผลิตที่เพิ่มขึ้นในสหรัฐฯ แคนาดา บราซิล และกายอานา


ข่าวเกี่ยวกับการเมือง


  • สก็อต เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ เปิดเผยว่า สหรัฐฯ กำลังพิจารณาที่จะจัดการเจรจาการค้าระดับสูงกับจีนอีกครั้งภายใน 2-3 เดือนข้างหน้า หลังจากที่เพิ่งมีการขยายระยะเวลาเรียกเก็บภาษีศุลกากรระหว่างกันออกไปอีก 90 วัน


  • นายกรัฐมนตรี ของเวียดนาม สั่งการให้กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าเดินหน้าเจรจาภาษีศุลกากรกับสหรัฐฯ ต่อไป เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อตกลงที่เป็นประโยชน์แก่เวียดนามมากที่สุด โดยมุ่งเป้าไปที่ข้อตกลงการค้าที่ครอบคลุม สมดุล และยั่งยืน


  • นายกรัฐมนตรีอินเดีย เตรียมเดินทางเยือนสหรัฐฯ ในช่วงปลายเดือนก.ย. นี้ เพื่อเข้าร่วมการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNGA) ณ นครนิวยอร์ก และเพื่อพบปะหารือกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งรายงานข่าวระบุว่า เป็นจุดประสงค์หลักของการเยือนครั้งนี้ ท่ามกลางความสัมพันธ์ตึงเครียดระหว่างสองประเทศอันเนื่องมาจากประเด็นการค้าและภาษีศุลกากร


  • ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ของยูเครน ได้พูดคุยทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เมื่อคืนนี้ก่อนการประชุมสุดยอดระหว่างทรัมป์และประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซียจะเปิดฉากขึ้นในวันศุกร์นี้ (15 ส.ค.) ที่รัฐอะแลสกา เซเลนสกีเปิดเผยว่า ทรัมป์ยืนยันที่จะรับประกันความมั่นคงของยูเครนหลังสงคราม ทำให้เขามีความหวังว่าการเจรจาระหว่างผู้นำสหรัฐฯ และรัสเซียจะช่วยยุติสงครามที่ยืดเยื้อมานานได้ อย่างไรก็ตาม เซเลนสกีปฏิเสธที่จะตอบโดยตรงว่าจะยอมเสียดินแดนเพื่อแลกกับสันติภาพหรือไม่ และย้ำว่าทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกันว่ายูเครนจะต้องมีส่วนร่วมในการเจรจาเรื่องดินแดนเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงหยุดยิง


  • ทางการจีนได้แจ้งให้บริษัทต่าง ๆ หลีกเลี่ยงการใช้ชิปรุ่น H20 ของบริษัทอินวิเดีย (Nvidia) หรือชิปของบริษัทเอเอ็มดี (AMD) ในกรณีการใช้งานที่เกี่ยวข้องกับภาครัฐและความมั่นคงแห่งชาติ

ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท


  • นักบริหารการเงิน เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ  32.27 บาทต่อดอลลาร์ทรงตัว ไม่เปลี่ยนแปลงจากระดับปิดวันที่ผ่านมา  มองกรอบเงินบาทวันนี้  คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 32.15-32.40 บาทต่อดอลลาร์


  • ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในการประชุมเมื่อวานนี้ มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ต่อปี จาก 1.75% เป็น 1.50% ต่อปี โดยให้มีผลทันที

 

 

 

ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest

Tags : ข่าวทองข่าวทอง ทอง ราคาทอง

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com