• สรุปข่าวราคาทองคำ ประจำวันที่ 13 สิงหาคม 2568

    13 สิงหาคม 2568 | Gold News


สรุปตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ


  • Core CPI m/m ออกมาที่ 0.3% ตามคาดการณ์ที่ 0.3% และสูงกว่าครั้งก่อนที่ 0.2%
  • CPI m/m ออกมาที่ 0.2% ตามคาดการณ์ที่ 0.2% และต่ำกว่าครั้งก่อนที่ 0.3%              
  • CPI y/y ออกมาที่ 2.7% ต่ำกว่าคาดการณ์ที่ 2.8% และทรงตัวจากครั้งก่อนที่ 2.7%

  • ภาพรวมตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯ โดยรวมแล้ว CPI และ Core CPI แบบเดือนต่อเดือน (MoM) ออกมาตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ แต่ปีต่อปี (YoY) ตัวเลข CPI กลับต่ำกว่าที่คาดการณ์ ทำให้เกิดความหวังในตลาดว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจจะลดอัตราดอกเบี้ยได้

ข่าวเกี่ยวกับทองคำ


  • สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบเล็กน้อยในวันอังคาร หลังสหรัฐฯ เปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนก.ค.ที่สอดคล้องกับการคาดการณ์ ขณะที่นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ในวันพฤหัสบดีนี้ (14 ส.ค.) เพื่อหาสัญญาณที่ชัดเจนเกี่ยวกับแนวโน้มเงินเฟ้อและทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)


  • ราคาทองคำตลาดโลก ปรับตัวขึ้น 4.3 เหรียญ หรือ 0.13% อยู่ที่ระดับ 3,348.35 เหรียญ
  • สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 5.7 ดอลลาร์ หรือ 0.17% ปิดที่ 3,399.00 ดอลลาร์/ออนซ์
  • กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าไม่เปลี่ยนแปลง ปัจจุบันถือครองที่ 964.22 ตันภาพรวมเดือนสิงหาคม ซื้อสุทธิ 9.71 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ซื้อสุทธิ 91.7 ตัน


  • นักวิเคราะห์จากบริษัท FOREX.com กล่าวว่า ราคาทองคำเคลื่อนไหวในกรอบแคบ ๆ หลังจากมีรายงานว่าสหรัฐฯ และจีนได้บรรลุข้อตกลงขยายเวลาการเรียกเก็บภาษีศุลกากรระหว่างกันออกไปจนถึงวันที่ 10 พ.ย.


  • นักวิเคราะห์จากธนาคาร ING ธนาคารยักษ์ใหญ่จากเนเธอร์แลนด์ คาดการณ์ว่าทองคำจะทำลายสถิติสูงสุดเดิมในไม่ช้า นักยุทธศาสตร์สินค้าโภคภัณฑ์ของ ING ได้ปรับเพิ่มการคาดการณ์ราคาทองคำในรายงานประจำเดือน โดยมองว่าตลาดแรงงานของสหรัฐฯ เริ่มชะลอตัวลง ขณะที่แรงกดดันด้านเงินเฟ้อยังคงอยู่ ไตรมาส 3: คาดการณ์ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 3,400 ดอลลาร์ ไตรมาส 4: คาดการณ์ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 3,450 ดอลลาร์ ไตรมาสแรกของปีหน้า: คาดว่าราคาทองคำจะพุ่งสูงกว่า 3,500 ดอลลาร์


  • ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เปิดเผยว่าทองคำจะไม่ถูกเก็บภาษีนำเข้า!แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม โดยความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้น หลังจากเกิดความสับสนเมื่อไม่กี่วันก่อนว่าการขึ้นภาษีครั้งล่าสุดจะมีผลกับทองคำแท่งบางประเภทหรือไม่

ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง


  • ดัชนีดอลลาร์ ปรับตัวลดลง -0.44 จุด หรือ -0.45% มาอยู่ที่ระดับ 98.07 จุด
  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้น 0.01 % มาอยู่ที่ระดับ 4.3% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวลดลง -0.04 % มาอยู่ที่ระดับ 3.737% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ0.56%


  • หลังการเปิดเผยข้อมูล ดัชนี CPI ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ออกมาเรียกร้องให้เฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ย ขณะที่นักลงทุนให้น้ำหนัก 98% ต่อการคาดการณ์ที่ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมเดือนก.ย. จากก่อนหน้านี้ที่ให้น้ำหนัก 89%


  • ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะสั้น ซึ่งเป็นตัวสะท้อนการคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนั้น ปรับตัวลดลง หลังจากนักลงทุนมีความเชื่อมั่นมากขึ้นว่าเฟดจะปรับลดดอกเบี้ยในการประชุมเดือนก.ย.


  • ตลาดยังได้แรงหนุนจากการที่สหรัฐฯ และจีนได้บรรลุข้อตกลงขยายเวลาการเรียกเก็บภาษีศุลกากรระหว่างกันออกไปจนถึงวันที่ 10 พ.ย. ซึ่งข่าวดังกล่าวให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้าระหว่างสองประเทศยักษ์ใหญ่ทางเศรษฐกิจของโลก


  • คุณ Ellen Zentner นักวิเคราะห์จาก Morgan Stanley Wealth Management วิเคราะห์ว่า "ตัวเลขเงินเฟ้อที่ลดลงนี้ จะช่วยให้เฟดหันไปให้ความสำคัญกับปัญหาตลาดแรงงานที่อ่อนแอ และยังคงเปิดทางสำหรับการลดดอกเบี้ยในเดือนกันยายนไว้เหมือนเดิม"


  • เจย์ แบร์รี หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ของเจพีมอร์แกน ให้ความเห็นว่า ข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดอาจเปิดโอกาสให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด ปรับลดอัตราดอกเบี้ยได้ในการประชุมเดือนกันยายน


  • ด้าน Scott Bessent รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์ว่า เฟดควรพิจารณาลดดอกเบี้ยถึง 0.50% (50 basis points) ในเดือนกันยายนด้วยซ้ำ เพราะหากเฟดเห็นข้อมูลการจ้างงานที่อ่อนแอฉบับแก้ไขเร็วกว่านี้ ก็อาจจะลดดอกเบี้ยไปตั้งแต่เดือนมิถุนายนหรือกรกฎาคมแล้ว


ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจ


  • ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 1% ในวันอังคาร ขณะที่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังสหรัฐฯ เปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนก.ค.ที่สอดคล้องกับการคาดการณ์ ซึ่งทำให้นักลงทุนมีความหวังมากขึ้นว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนหน้า


  • ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 44,458.61 จุด เพิ่มขึ้น 483.52 จุด หรือ +1.10%
  • ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,445.76 จุด เพิ่มขึ้น 72.31 จุด หรือ +1.13% 
  • ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 21,681.90 จุด เพิ่มขึ้น 296.50 จุด หรือ +1.39%


  • หุ้นทั้ง 11 กลุ่มที่คำนวณในดัชนี S&P500 ต่างปิดในแดนบวก นำโดยหุ้นกลุ่มบริการด้านการสื่อสารพุ่งขึ้น 1.8% ตามด้วยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี พุ่งขึ้น 1.4%


ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน


  • สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันอังคาร ท่ามกลางความวิตกกังวลว่าความต้องการใช้น้ำมันจะชะลอตัวลงในช่วงฤดูการขับขี่ยานยนต์ในหน้าร้อนของสหรัฐฯ ซึ่งจะสิ้นสุดลงในเดือนก.ย. ขณะที่นักลงทุนจับตาการเปิดเผยสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ในวันนี้


  • สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.ย. ลดลง 79 เซนต์ หรือ 1.24% ปิดที่ 63.17 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนต.ค. ลดลง 51 เซนต์ หรือ 0.77% ปิดที่ 66.12 ดอลลาร์/บาร์เรล


  • นักวิเคราะห์จากบริษัท Again Capital กล่าวว่า ราคาน้ำมันเคลื่อนไหวด้วยปัจจัยตามฤดูกาล โดยความต้องการน้ำมันดีเซล ซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนอุปสงค์น้ำมันโดยรวมนั้น ส่งสัญญาณชะลอตัว ขณะที่ตลาดคาดการณ์ว่ารายงานสต็อกน้ำมันดิบจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐฯ (EIA) อาจบ่งชี้ถึงการชะลอตัวของอุปสงค์ด้วยเช่นกัน


  • รายงานจากกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และ EIA ต่างก็บ่งชี้ว่าการผลิตน้ำมันจะเพิ่มขึ้นในปีนี้ แต่สถาบันทั้งสองแห่งคาดว่าการผลิตน้ำมันของสหรัฐฯ จะลดลงในปี 2569 ขณะที่ภูมิภาคอื่นทั่วโลกจะเพิ่มการผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ


  • รายงานประจำเดือนของโอเปกมีการเผยแพร่ว่า อุปสงค์น้ำมันทั่วโลกจะเพิ่มขึ้น 1.38 ล้านบาร์เรล/วันในปี 2569 ซึ่งเพิ่มขึ้น 100,000 บาร์เรล/วันจากที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ ส่วนการคาดการณ์ในปี 2568 ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง


  • นักวิเคราะห์จาก Commerzbank กล่าวว่า อีกปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบต่อตลาดน้ำมันคือการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ และประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย มีกำหนดจะพบกันที่รัฐอะแลสกาในวันศุกร์นี้ เพื่อหารือเกี่ยวกับการยุติสงครามในยูเครน โดยหากการประชุมในวันศุกร์นำไปสู่หยุดยิงหรือแม้แต่ทำให้ข้อตกลงสันติภาพในยูเครนเข้าใกล้ความเป็นจริงมากขึ้น ปธน.ทรัมป์ก็อาจระงับมาตรการภาษีทุติยภูมิ (Secondary Tariffs) ที่ประกาศเรียกเก็บจากอินเดียเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ก่อนที่มาตรการจะมีผลบังคับใช้ในอีกสองสัปดาห์ข้างหน้า


ข่าวเกี่ยวกับการเมือง


  • สำนักข่าวต่างประเทศหลายแห่งรายงานโดยอ้างสำนักข่าวบลูมเบิร์กว่า ทางการจีนได้กำชับให้บริษัทในประเทศหลีกเลี่ยงการใช้ชิป H20 ของอินวิเดีย (Nvidia) โดยได้ส่งหนังสือแจ้งเตือนไปยังบริษัทหลายแห่ง พร้อมทั้งกำชับเป็นพิเศษว่าห้ามใช้ชิป H20 ของอินวิเดียสำหรับงานที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลหรือความมั่นคงของชาติ ไม่ว่าจะเป็นบริษัทของรัฐหรือเอกชนก็ตาม


  • โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ส่งสัญญาณว่า ตนพร้อมจะไฟเขียวให้อินวิเดีย (Nvidia) ขายชิปรุ่นแบล็กเวลล์ (Blackwell) ซึ่งเป็นชิป AI รุ่นท็อปให้จีนได้ หากอินวิเดียยอมลดประสิทธิภาพของชิปรุ่นนี้ลง


  • กองทัพอิสราเอลเปิดเผยว่า กองทัพสามารถสังหารผู้นำกลุ่มย่อยของกลุ่มฮามาสที่ปลอมตัวเป็นนักข่าวจากสำนักข่าวอัลจาซีราได้ ระหว่างการโจมตีทางอากาศในฉนวนกาซา


  • หัวหน้าฝ่ายนโยบายต่างประเทศของสหภาพยุโรป (EU) เปิดเผยว่า ข้อตกลงใด ๆ ก็ตามระหว่างสหรัฐฯ และรัสเซียจะต้องให้ยูเครนและ EU มีส่วนร่วมด้วย ในขณะที่ทั้งสองประเทศกำลังเตรียมเจรจาเรื่องการหยุดยิงที่อาจเกิดขึ้นท่ามกลางในความขัดแย้งยูเครน


ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท


  • ค่าเงินบาทวันนี้ เปิดตลาดอ่อนค่าที่ 32.41 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าเล็กน้อย เมื่อเทียบกับราคาปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาที่ 32.36 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยกรอบแนวรับที่ 32.25 บาท แนวต้าน 32.55 บาท


  • ศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้คาดการณ์การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันนี้ ว่ามีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 1.75% เนื่องจากเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 2/2568 คาดว่าจะยังขยายตัวใกล้ 3.0% ขณะที่ความเสี่ยงทางเศรษฐกิจลดลงหลังสหรัฐประกาศภาษีนำเข้ากับสินค้าไทยที่อัตรา 19%

 

 

 

ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest

Tags : ข่าวทองข่าวทอง ทอง ราคาทอง

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com