• สรุปข่าวราคาทองคำ ประจำวันที่ 8 สิงหาคม 2568

    8 สิงหาคม 2568 | Gold News


สรุปตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ


  • Unemployment Claims ออกมาที่ 226K สูงกว่าคาดการณ์ที่ 221K และครั้งก่อนที่ 219K

ข่าวเกี่ยวกับทองคำ


  • ราคาทองคำปรับตัวขึ้นทำสถิติสูงสุดในรอบ 2 สัปดาห์ ทดสอบระดับ 3,400 เหรียญ ปัจจัยหลักที่ส่งผลให้ราคาทองคำพุ่งสูงขึ้นมาจาก ความตึงเครียดทางการค้า ที่กลับมาทวีความรุนแรงขึ้นอีกครั้ง หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศมาตรการภาษีศุลกากรครั้งใหม่ นอกจากนี้ยังมีมาตรการภาษีสำหรับสินค้ากลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ที่สูงถึง 100% นอกจากนี้ ยังมีข่าวการประกาศเก็บภาษีนำเข้าทองคำแท่งจากสหรัฐฯ ซึ่งยิ่งเพิ่มความผันผวนและความไม่แน่นอนให้กับตลาด


  • ราคาทองคำตลาดโลก ปรับตัวขึ้น 24.04 เหรียญ หรือ 0.71% อยู่ที่ระดับ 3,396.48 เหรียญ
  • สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 20.3 ดอลลาร์ หรือ 0.59% ปิดที่ 3,453.70 ดอลลาร์/ออนซ์
  • กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าซื้อเข้า 6.3 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 959.09 ตันภาพรวมเดือนสิงหาคม ซื้อสุทธิ 4.58 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ซื้อสุทธิ 86.57 ตัน


  • สำนักข่าวรอยเตอร์รายงาน โดยอ้างอิงข้อมูลจากหนังสือของสำนักงานศุลกากร ระบุว่า สหรัฐฯ ได้ประกาศมาตรการเก็บภาษีนำเข้าทองคำแท่งขนาด 1 กิโลกรัมและ 100 ออนซ์ โดยสินค้าดังกล่าวจะถูกจัดประเภทใหม่ภายใต้รหัสศุลกากรที่มีการกำหนดภาษี โดยการตัดสินใจของสหรัฐฯ ในครั้งนี้อาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อ สวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเป็นศูนย์กลางการผลิตและกลั่นทองคำที่ใหญ่ที่สุดในโลก อีกทั้งยังเป็นปัจจัยที่อาจส่งผลให้ราคาทองคำในตลาดโลกผันผวนและสร้างความไม่แน่นอนให้กับนักลงทุนได้อีกด้วย


  • รองประธานและนักยุทธศาสตร์ด้านโลหะอาวุโสของ Zaner Metals กล่าวว่า "ความตึงเครียดทางการค้าที่กำลังดำเนินอยู่และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้นยังคงเป็นปัจจัยสนับสนุนตลาดด้วยความสนใจในสินทรัพย์ปลอดภัย"


ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง


  • ดัชนีดอลลาร์ ปรับตัวลดลง -0.05 จุด หรือ -0.05% มาอยู่ที่ระดับ 98.14 จุด
  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้น 0.01 % มาอยู่ที่ระดับ 4.25% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวขึ้น 0.03 % มาอยู่ที่ระดับ 3.742% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ0.51%


  • ปธน.ทรัมป์เปิดเผยว่า เขาจะเสนอชื่อสตีเฟน มิแรน ประธานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจให้ดำรงตำแหน่งสมาชิกคณะผู้ว่าการเฟดแทนเอเดรียนา คูเกลอร์ เป็นการชั่วคราวจนถึงวันที่ 31 ม.ค. 2569 โดยที่เขาจะยังคงมองหาผู้ที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งดังกล่าว


  • มีรายงานข่าวว่า คริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ สมาชิกคณะกรรมการผู้ว่าเฟด ได้กลายเป็นผู้ที่มีแนวโน้มมากที่สุดที่จะได้รับการคัดเลือกให้เป็นประธานเฟดคนใหม่ โดยสื่อระบุว่า วอลเลอร์ได้พบกับคณะทำงานของปธน.ทรัมป์ ซึ่งต่างก็ประทับใจในตัวเขา แม้ว่าเขายังไม่ได้พบกับปธน.ทรัมป์โดยตรง


  • ธนาคารกลางอังกฤษ (Bank of England) ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% เหลือ 4% เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ซึ่งสอดคล้องกับที่ตลาดคาดการณ์ไว้ โดยนับเป็นการปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งที่ 5 ในรอบ 12 เดือน จากเดิม 4.25% การตัดสินใจในครั้งนี้มีขึ้นเพื่อ พยุงตลาดแรงงานที่กำลังอ่อนแอ ท่ามกลางความกังวลว่าภาวะเศรษฐกิจถดถอยในสหราชอาณาจักรจะส่งผลกระทบต่อภาคการจ้างงานรุนแรงยิ่งขึ้น


  • เจ้าหน้าที่ระดับสูง 3 คนของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับภาวะชะลอตัวของตลาดแรงงานสหรัฐฯ ซึ่งส่งสัญญาณถึงความเป็นไปได้ที่ว่าเฟดอาจจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนก.ย.


ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจ


  • ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบในวันพฤหัสบดี เนื่องจากนักลงทุนขายทำกำไรหลังจากดัชนีพุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่งในช่วงก่อนหน้านี้ นอกจากนี้ บรรยากาศการซื้อขายในตลาดยังถูกกดดันจากการร่วงลงของหุ้นอีไล ลิลลี่ (Eli Lilly) ซึ่งเป็นบริษัทยารายใหญ่ หลังจากผลการทดลองยาลดน้ำหนักของบริษัทออกมาน่าผิดหวัง


  • ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 43,968.64 จุด ลดลง 224.48 จุด หรือ -0.51%
  • ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,340.00 จุด ลดลง 5.06 จุด หรือ -0.08%
  • ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 21,242.70 จุด เพิ่มขึ้น 73.27 จุด หรือ +0.35%


  • ในบรรดาหุ้น 11 กลุ่มในดัชนี S&P500 หุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์ปรับตัวลงมากที่สุด โดยร่วงลง 1.15% ตามด้วยหุ้นกลุ่มการเงินร่วงลง 1.13% ส่วนหุ้นกลุ่มสาธารณูปโภคดีดตัวขึ้น 1.05% ตามด้วยหุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคปรับตัวขึ้น 0.73%


  • หุ้นอินเทล (Intel) ร่วงลง 3.1% หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เรียกร้องให้นายลิป-บู ตัน ซีอีโอของอินเทลลาออก โดยระบุว่าซีอีโอผู้นี้มีผลประโยชน์ทับซ้อนโดยอาศัยความสัมพันธ์ที่มีกับบริษัทจีน ขณะที่สื่อรายงานว่านายตันได้ลงทุนในบริษัทจีนหลายแห่ง รวมทั้งบริษัทบางแห่งที่เกี่ยวข้องกับกองทัพของจีน ทั้งโดยตรงและผ่านกองทุนร่วมลงทุน


  • ส่วนดัชนี Nasdaq ได้รับแรงหนุนจากหุ้นแอปเปิ้ล (Apple) ที่พุ่งขึ้น 3.2% หลังจากปธน.ทรัมป์ประกาศว่าจะยกเว้นภาษีนำเข้าชิปและเซมิคอนดักเตอร์ในอัตรา 100% ให้กับบริษัทที่มีการผลิตหรือมีแผนที่จะผลิตในสหรัฐฯ โดยแอปเปิ้ลได้ประกาศการลงทุนครั้งใหม่วงเงิน 1 แสนล้านดอลลาร์ในสหรัฐฯ ซึ่งจะทำให้การลงทุนรวมของแอปเปิ้ลในสหรัฐฯ ตลอด 4 ปีข้างหน้าเพิ่มเป็น 6 แสนล้านดอลลาร์


  • รัฐบาลญี่ปุ่นปรับลดคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจในปีงบประมาณ 2568 ซึ่งเริ่มต้นในเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา เหลือเพียง 0.7% จากประมาณการเดิมที่ 1.2% โดยให้เหตุผลว่า มาตรการภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ จะส่งผลกระทบต่อการส่งออกและการลงทุนภาคธุรกิจ


  • ยูบีเอส กรุ๊ป เอจี (UBS Group AG) ซึ่งเคยเป็นหนึ่งในไม่กี่บริษัทที่ประเมินว่าอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ของจีนจะกลับมาฟื้นตัวนั้น ได้ปรับเปลี่ยนมุมมองใหม่ โดยระบุว่าการฟื้นตัวอาจล่าช้าออกไป หลังจากยอดขายที่อยู่อาศัยในจีนยังคงอ่อนแรงต่อเนื่องในไตรมาส 2/2568


ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน


  • สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันพฤหัสบดี หลังทำเนียบเครมลินประกาศว่า ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย จะพบปะกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ซึ่งทำให้ตลาดคาดการณ์ว่าการดำเนินการทางการทูตเช่นนี้อาจจะทำให้สงครามในยูเครนยุติลง


  • สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.ย. ลดลง 47 เซนต์ หรือ 0.73% ปิดที่ 63.88 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนต.ค. ลดลง 46 เซนต์ หรือ 0.69% ปิดที่ 66.43 ดอลลาร์/บาร์เรล


  • อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันได้รับแรงหนุนในระหว่างวันจากรายงานของสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐฯ (EIA) ซึ่งระบุว่า สต็อกน้ำมันดิบลดลง 3 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 200,000 บาร์เรล รวมทั้งได้แรงหนุนจากข่าวซาอุดีอาระเบียปรับขึ้นราคาน้ำมันสำหรับลูกค้าในเอเชีย และจีนนำเข้าน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นในเดือนก.ค.


  • เคปเลอร์ (Kpler) บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลพลังงาน เปิดเผยว่า ราคาน้ำมันดิบจากรัสเซียที่ส่งขายให้กับอินเดียเริ่มปรับตัวลดลง หลังเผชิญแรงกดดันจากมาตรการคว่ำบาตรของสหภาพยุโรป (EU) และคำขู่เรื่องบทลงโทษจากสหรัฐฯ เพื่อตอบโต้ต่อการที่อินเดียยังคงซื้อน้ำมันจากรัสเซีย


ข่าวเกี่ยวกับการเมือง


  • ที่ปรึกษาทำเนียบเครมลิน ยืนยันว่า ปธน.ทรัมป์และปธน.ปูตินจะพบกันในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ซึ่งจะเป็นการประชุมสุดยอดครั้งแรกระหว่างผู้นำทั้งสองนับตั้งแต่ปี 2564


  • การประชุมสุดยอดระหว่างผู้นำสหรัฐฯ กับรัสเซียไม่ได้เกิดขึ้นนับตั้งแต่การพบกันระหว่างปธน.ปูตินกับอดีตปธน.โจ ไบเดน ที่นครเจนีวาในเดือนมิ.ย. 2564 หลังจากนั้นรัสเซียได้เปิดฉากสงครามในยูเครนเมื่อเดือนก.พ. 2565 ซึ่งส่งผลให้ความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศตกต่ำลงสู่วิกฤตอย่างรุนแรง อย่างไรก็ดี เมื่อปธน.ทรัมป์กลับเข้าดำรงตำแหน่งในวาระสอง เขาได้แสดงท่าทีที่ต้องการฟื้นฟูความสัมพันธ์กับรัสเซียและพยายามหาทางยุติสงครามในยูเครน


  • มาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal tariffs) ที่ปธน.ทรัมป์ประกาศใช้กับประเทศคู่ค้าหลายสิบประเทศ เริ่มมีผลบังคับใช้แล้วในวันพฤหัสบดีที่ 7 ส.ค. ซึ่งจะส่งผลให้ประเทศเหล่านี้ถูกเรียกเก็บภาษีในอัตราตั้งแต่ 10% ไปจนถึง 50% ทำให้อัตราภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ พุ่งสูงที่สุดในรอบศตวรรษ


  • เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอินเดีย กำลังพิจารณาอย่างรอบคอบเกี่ยวกับ "ข้อเสนอผ่อนปรนทางการค้า" ที่จะยื่นต่อสหรัฐฯ เพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งทางการค้า การตัดสินใจในครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า อินเดียเลือกที่จะไม่ใช้มาตรการตอบโต้ในทันที แต่จะใช้ ช่องทางการทูตและการเจรจา เป็นเครื่องมือหลักในการแก้ไขปัญหา โดยมีเป้าหมายเพื่อหาข้อตกลงที่ยอมรับได้สำหรับทั้งสองฝ่าย


  • รัฐบาลสวิตเซอร์แลนด์เตรียมจัดการประชุมฉุกเฉิน เพื่อกำหนดแนวทางรับมือภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ที่อัตรา 39% ซึ่งเริ่มมีผลบังคับใช้แล้วหลังพ้นเส้นตายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท


  • นักบริหารการเงิน เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ  32.28 บาทต่อดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากระดับปิดวันที่ผ่านมา ณ ระดับ  32.35 บาทต่อดอลลาร์ มองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 32.20-32.40 บาทต่อดอลลาร์

 

 

 

ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest

Tags : ข่าวทองข่าวทอง ทอง ราคาทอง

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com