• สรุปข่าวราคาทองคำ ประจำวันที่ 6 สิงหาคม 2568

    6 สิงหาคม 2568 | Gold News


สรุปตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ

        

  • ISM Services PMI ออกมาที่ 50.1 ต่ำกว่าคาดการณ์ที่ 51.5 และต่ำกว่าครั้งก่อนที่ 50.8

ข่าวเกี่ยวกับทองคำ


  • สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกติดต่อกันเป็นวันที่สามในวันอังคาร โดยได้แรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตาการตัดสินใจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการแต่งตั้งบุคคลสำคัญ ซึ่งรวมถึงสมาชิกคณะผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) คนใหม่ แทนเอเดรียนา คูเกลอร์


  • ราคาทองคำตลาดโลก ปรับตัวขึ้น 4.76 เหรียญ หรือ 0.14% อยู่ที่ระดับ 3,380.96 เหรียญ
  • สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 8.3 ดอลลาร์ หรือ 0.24% ปิดที่ 3,434.70 ดอลลาร์/ออนซ์
  • กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าซื้อเข้า 1.14 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 955.94 ตันภาพรวมเดือนสิงหาคม ซื้อสุทธิ 1.43 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ซื้อสุทธิ 83.42 ตัน


  • นักยุทธศาสตร์การตลาดอาวุโสจาก RJO Futures กล่าว ค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นกำลังกดดันราคาทองคำอยู่ในขณะนี้ แต่ความคาดหวังที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะเริ่มลดดอกเบี้ยในเดือนกันยายนยังคงเป็นปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญสำหรับราคาทองคำ 


ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง


  • ดัชนีดอลลาร์ ปรับตัวขึ้น 0.17 จุด หรือ 0.17% มาอยู่ที่ระดับ 98.8 จุด
  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้น 0.03 % มาอยู่ที่ระดับ 4.218% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวขึ้น 0.06 % มาอยู่ที่ระดับ 3.728% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ0.49%


  • FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 94% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนก.ย. เพิ่มขึ้นจากระดับ 63% ในสัปดาห์ที่แล้ว และคาดว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 2 ครั้งในปีนี้ โดยปรับลดครั้งละ 0.25%


  • เงินเยนแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบสองสัปดาห์เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ หลังจากมีการเปิดเผยรายงานการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ประจำเดือนมิ.ย. ซึ่งหนุนการคาดการณ์ว่า BOJ จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยก่อนสิ้นปี นอกจากนี้ ดัชนี PMI ภาคบริการญี่ปุ่นเดือนก.ค. ที่โตสุดในรอบ 5 เดือนก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยหนุนค่าเงินเยน ขณะเดียวกันสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐยังคงถูกกดดันจากกระแสคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย หลังตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนก.ค.ออกมาต่ำกว่าคาด


ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจ


  • ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบในวันอังคาร ท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของมาตรการภาษีศุลกากรที่มีต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ หลังจากบริษัทจดทะเบียนหลายแห่งซึ่งรวมถึง ยัม แบรนด์ส (Yum! Brands) ระบุว่า ผลประกอบการของบริษัทได้รับผลกระทบจากมาตรการภาษี


  • ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 44,111.74 จุด ลดลง 61.90 จุด หรือ -0.14%
  • ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,299.19 จุด ลดลง 30.75 จุด หรือ -0.49% 
  • ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 20,916.55 จุด ลดลง 137.03 จุด หรือ -0.65%


  • สำหรับสถานการณ์ภาษีล่าสุดนั้น ปธน.ทรัมป์กล่าวว่า ในเบื้องต้นนั้นเขาจะเรียกเก็บภาษีนำเข้ายาในอัตราที่เล็กน้อย แต่ภายในระยะเวลา 1 ปีถึง 1 ปีครึ่ง เขาจะเพิ่มอัตราภาษีสู่ระดับ 150% และจากนั้นเป็น 250% ซึ่งถือเป็นอัตราภาษีสูงสุดที่ปธน.ทรัมป์ขู่เรียกเก็บจากสินค้านำเข้าจนถึงขณะนี้


  • คณะกรรมการที่ปรึกษากระทรวงแรงงานของญี่ปุ่นมีมติปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำรายชั่วโมงโดยเฉลี่ยทั่วประเทศ 63 เยน หรือ 6% สู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1,118 เยน (7.6 ดอลลาร์) สำหรับปีงบประมาณ 2568 ท่ามกลางค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น


ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน


  • สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันอังคาร โดยตลาดยังคงถุกกดดันจากการที่กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และชาติพันธมิตร หรือโอเปกพลัส มีมติเพิ่มกำลังการผลิต รวมทั้งความกังวลเกี่ยวกับอุปสงค์ที่อ่อนแอลงทั่วโลก ขณะที่นักลงทุนจับตาการใช้มาตรการคว่ำบาตรต่ออินเดีย หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ขู่ว่าจะปรับขึ้นอัตราภาษีสินค้านำเข้าจากอินเดีย เนื่องจากอินเดียยังคงซื้อน้ำมันจากรัสเซีย


  • สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.ย. ลดลง 1.13 ดอลลาร์ หรือ 1.7% ปิดที่ 65.16 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนต.ค. ลดลง 1.12 ดอลลาร์ หรือ 1.63% ปิดที่ 67.64 ดอลลาร์/บาร์เรล


  • ราคาน้ำมันยังได้รับแรงกดดันจากรายงานของสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐฯ (ISM) ซึ่งระบุว่า ดัชนีภาคบริการของสหรัฐฯ ปรับตัวลงสู่ระดับ 50.1 ในเดือนก.ค. จากระดับ 50.8 ในเดือนมิ.ย. และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 51.5 โดยได้รับผลกระทบจากการลดลงของคำสั่งซื้อใหม่ และการจ้างงานที่หดตัวลง ขณะที่ธุรกิจต่าง ๆ ระบุว่ามาตรการภาษีการค้ากำลังผลักดันให้ต้นทุนสูงขึ้น


  • อินเดียออกมาคัดค้านสหรัฐฯ และสหภาพยุโรป (EU) ที่วิจารณ์อินเดียเรื่องการนำเข้าน้ำมันจากรัสเซีย โดยระบุว่าเป็นการกล่าวหาที่ไม่สมควรและไม่สมเหตุสมผล โดยระบุว่าการนำเข้าน้ำมันของอินเดียจากรัสเซียนั้นมีความจำเป็นเพื่อให้ราคาน้ำมันสำหรับผู้บริโภคอินเดียยังคงอยู่ในระดับที่จับต้องได้และมีความแน่นอน


  • จีนนำเข้าน้ำมันดิบจากอิหร่านลดลงเกือบ 30% ในเดือนก.ค. เมื่อเทียบรายเดือน เหลือเพียงประมาณ 1.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน เนื่องจากความต้องการที่ลดลงของโรงกลั่นเอกชน หลังจากมีการนำเข้ามากในเดือนมิ.ย.


  • สถาบันปิโตรเลียมอเมริกา (API) รายงานว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ลดลง 4.2 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 1 ส.ค. ขณะที่นักลงทุนจับตาตัวเลขสต็อกน้ำมันดิบอย่างเป็นทางการจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐฯ (EIA) ในวันนี้


ข่าวเกี่ยวกับการเมือง


  • สหภาพยุโรป (EU) ประกาศว่า จะระงับแผนการขึ้นภาษีตอบโต้สินค้าสหรัฐฯ เป็นเวลา 6 เดือน ซึ่งเดิมมีผลบังคับใช้ในวันที่ 7 ส.ค.นี้ เพื่อเปิดโอกาสให้ทั้งสองฝ่ายเจรจาจัดทำแถลงการณ์ร่วมด้านการค้า หลังจากผู้นำทั้งสองฝ่ายบรรลุข้อตกลงเบื้องต้นเมื่อวันที่ 27 ก.ค.


  • โฆษกด้านการค้าของ EU ระบุในแถลงการณ์ว่า ข้อตกลงนี้ถือเป็นการฟื้นฟูเสถียรภาพและความแน่นอนให้แก่ประชาชนและภาคธุรกิจทั้งสองฟากฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก พร้อมย้ำว่า EU ยังคงเดินหน้าร่วมมือกับสหรัฐฯ เพื่อจัดทำแถลงการณ์ร่วมตามที่ตกลงกันไว้ 


  • หัวหน้าผู้เจรจาภาษีศุลกากรของญี่ปุ่นเปิดเผยว่า เขาเดินทางไปยังสหรัฐฯ เพื่อหารือเกี่ยวกับข้อตกลงภาษีทวิภาคีที่เพิ่งบรรลุไปเมื่อไม่นานมานี้ และผลักดันให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารให้มีผลบังคับใช้อัตราภาษีรถยนต์ที่ตกลงกันไว้ที่ 15%


  • แม้คำสั่งฝ่ายบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่า สินค้าจากญี่ปุ่นจะถูกเรียกเก็บภาษีตอบโต้ในอัตรา 15% โดยมีผลบังคับใช้ในวันพฤหัสบดีนี้ (7 ส.ค.) แต่ยังไม่ชัดเจนว่า ภาษีรถยนต์ในอัตราที่ลดลงเหลือ 15% จะเริ่มบังคับใช้เมื่อใด


  • โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศแผนการเก็บภาษีใหม่สำหรับเซมิคอนดักเตอร์และชิปในอีกไม่กี่วันข้างหน้า โดยมีเป้าหมายเพื่อย้ายฐานการผลิตกลับมายังสหรัฐฯ


ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท


  • นักบริหารการเงิน เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ  32.33 บาทต่อดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากระดับปิดวันที่ผ่านมา ณ ระดับ  32.43 บาทต่อดอลลาร์ มองกรอบเงินบาทวันนี้  คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 32.25-32.50 บาทต่อดอลลาร์ 


  • นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (เฟทโก้) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยปี 68 น่าจะเติบโตที่ 1.5-2% หลังจากไทยสามารถบรรลุกข้อตกลงด้านภาษีกับสหรัฐที่ 19% ซึ่งเป็นที่น่าพอใจ แม้ว่าข้อเสนอของไทยจะไม่ได้ดีเท่าเวียดนามหรืออินโดนีเซียที่เสนอเปิดตลาดภาษี 0% ทุกรายการให้กับสหรัฐฯ แต่ไทยก็ยังได้อัตราภาษีที่สามารถแข่งขันกับภูมิภาคได้ และต่ำกว่าประเทศคู่แข่งสำคัญอย่างจีนหรืออินเดีย ทำให้ภาคการส่งออกไทยยังไม่น่าเป็นห่วง แต่ก็ยังไม่สามารถนิ่งนอนใจได้

 

 

 

ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest

Tags : ข่าวทองข่าวทอง ทอง ราคาทอง

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com