• สรุปข่าวราคาทองคำ ประจำวันที่ 5 สิงหาคม 2568

    5 สิงหาคม 2568 | Gold News


 

สรุปตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ

·         -

ข่าวเกี่ยวกับทองคำ

  • สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกติดต่อกันเป็นวันที่สองในวันจันทร์ โดยตลาดยังคงได้แรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย รวมถึงดัชนีดอลลาร์ที่ทรงตัวอยู่ในแนวโน้มอ่อนค่า
  • ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 26.6 ดอลลาร์ หรือ 0.78% ปิดที่ 3,426.40 ดอลลาร์/ออนซ์
  • ด้านราคาทองคำตลาดโลก ปรับตัวขึ้น 12.0 เหรียญ หรือ 0.36% อยู่ที่ระดับ 3,374.0 เหรียญ ขณะที่เช้านี้ ปรับตัวเพิ่มขึ้นอีก 6 เหรียญ อยู่ที่ระดับ 3380 เหรียญ
  • กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าซื้อเข้า 1.72 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 954.8 ตันภาพรวมเดือนสิงหาคม ซื้อสุทธิ 0.29 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ซื้อสุทธิ 82.28 ตัน
  • ซิตี้ (Citi) ธนาคารรายใหญ่ของสหรัฐฯ ปรับเพิ่มการคาดการณ์ใหม่ โดยคาดว่าราคาทองคำในช่วง 3 เดือนข้างหน้าจะปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 3,500 ดอลลาร์/ออนซ์ จากเดิมที่ 3,300 ดอลลาร์ โดยซิตี้ระบุว่า ความวิตกกังวลเกี่ยวกับการเติบโตทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ และปัญหาเงินเฟ้อที่เป็นผลมาจากมาตรการภาษีศุลกากรนั้น มีแนวโน้มที่จะยังคงเพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 และเมื่อรวมกับสกุลเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงแล้ว ปัจจัยเหล่านี้จะผลักดันให้ราคาทองคำปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
  • Shanghai Metals Market (SMM) คาดการณ์ว่า โรงงานผลิตทองแดงของจีนกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านที่สำคัญ เนื่องจากปัญหาการขาดแคลนแร่ทองแดงอย่างต่อเนื่อง ทำให้โรงงานต้องลดกำลังการผลิตลงจากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ควบคู่ไปกับนโยบายของรัฐบาลจีนที่มุ่งแก้ไขปัญหาการผลิตล้นตลาดในภาคอุตสาหกรรมต่างๆ

 

ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง

  • ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เผยว่า ในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ เขาจะประกาศแต่งตั้งผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) คนใหม่ แทนเอเดรียนา คูเกลอร์ ซึ่งประกาศลาออกจากตำแหน่งก่อนครบวาระ รวมทั้งจะแต่งตั้งหัวหน้าสำนักสถิติแรงงาน (BLS) คนใหม่ด้วย โดยคาดว่าการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ทั้งสองตำแหน่งนี้จะเปิดโอกาสให้ทรัมป์สามารถหาบุคคลที่จะมาทำตามนโยบายเศรษฐกิจของเขาได้
  • แมรี เดลี ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) สาขาซานฟรานซิสโก ให้ความเห็นว่า "ถึงเวลาแล้ว" ที่ Fed จะพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ย เนื่องจากมีสัญญาณชัดเจนว่าตลาดแรงงานเริ่มชะลอตัว และยังไม่พบว่าปัญหาภาษีศุลกากรจะทำให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้นตามที่เคยกังวล นอกจากนี้ เธอยังแย้มว่า Fed อาจจำเป็นต้องลดดอกเบี้ยมากกว่า 2 ครั้งตามที่เคยคาดการณ์ไว้ด้วย

  • ขณะที่นโยบายการเงินของธนาคารในเอเชีย นักวิเคราะห์กำลังจับตามอง หลังสหรัฐมีความชัดเจนเรื่องภาษีศุลกากรไปเมื่อวันที่ 1 ส.ค. ที่ผ่านมา โดยธนาคารกลางของญี่ปุ่นและสิงคโปร์ได้ประกาศคงอัตราดอกเบี้ยไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ส่วนธนาคารกลางอินเดียจะประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินในวันพุธนี้ และการประชุมของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะมีขึ้นในสัปดาห์หน้า

 

ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจ

  • ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นในวันจันทร์ เนื่องจากนักลงทุนช้อนซื้อหลังจากดัชนีดาวโจนส์ดิ่งลงอย่างหนักในวันศุกร์ (1 ส.ค.) นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนก.ย. 
  • ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 44,173.64 จุด เพิ่มขึ้น 585.06 จุด หรือ +1.34%
  • ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,329.94 จุด เพิ่มขึ้น 91.93 จุด หรือ +1.47% 
  • ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 21,053.58 จุด เพิ่มขึ้น 403.45 จุด หรือ +1.95%
  • หุ้น 10 ใน 11 กลุ่มที่คำนวณในดัชนี S&P500 ปิดในแดนบวก นำโดยหุ้นกลุ่มบริการด้านการสื่อสารพุ่งขึ้น 2.6% ตามด้วยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีพุ่งขึ้น 2.15% ส่วนหุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวลง 0.44%
  • Bloomberg Intelligence รายงานว่าผลกำไรของบริษัทในดัชนี S&P 500 ในไตรมาสที่สองเพิ่มขึ้น 9.1% ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ถึง 3 เท่า และนับเป็นการทำกำไรได้ดีกว่าคาด (Strongest Beat Rate) ที่แข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่ปี 2021 ข้อมูลนี้สะท้อนว่า แม้เศรษฐกิจโลกจะมีความไม่แน่นอน แต่บริษัทขนาดใหญ่ในสหรัฐฯ ยังคงมีผลประกอบการที่ยอดเยี่ยม ส่งผลให้นักลงทุนมีความเชื่อมั่นในตลาดหุ้นมากขึ้น
  • รัฐบาลญี่ปุ่นจ่ออัดฉีดงบฯ เพิ่ม สู้ผลกระทบภาษีสหรัฐฯ ที่ยังยืดเยื้อ นักวิเคราะห์คาดว่าแพ็กเกจกระตุ้นเศรษฐกิจดังกล่าวอาจมีมูลค่าสูงถึง 10 ล้านล้านเยน (6.768 หมื่นล้าดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งทำให้รัฐบาลจำเป็นต้องก่อหนี้เพิ่ม และจะยิ่งทำให้งบประมาณประจำปีนี้ที่สูงเป็นประวัติการณ์ถึง 115.5 ล้านล้านเยนพุ่งสูงขึ้นไปอีก โดยปัจจุบัน งบประมาณเกือบ 1 ใน 4 ถูกนำไปใช้ชำระหนี้เดิมอยู่แล้ว

 

ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน

  • สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันจันทร์ (4 ส.ค.) หลังจากกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และชาติพันธมิตร หรือโอเปกพลัส มีมติเพิ่มกำลังการผลิตในเดือนก.ย. นอกจากนี้ นักลงทุนยังวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานน้ำมันล้นตลาด หลังสหรัฐฯ เปิดเผยข้อมูลที่บ่งชี้ถึงอุปสงค์ที่อ่อนแอลง
  • ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.ย. ลดลง 1.04 ดอลลาร์ หรือ 1.5% ปิดที่ 66.29 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนต.ค. ลดลง 91 เซนต์ หรือ 1.3% ปิดที่ 68.76 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • สมาชิก 8 ชาติของโอเปกพลัส มีมติเพิ่มกำลังการผลิต 547,000 บาร์เรล/วันสำหรับเดือนก.ย. หลังเสร็จสิ้นการประชุมเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
  • การเพิ่มกำลังการผลิตในการประชุมล่าสุดนี้เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการเร่งเพิ่มกำลังการผลิตเพื่อชิงส่วนแบ่งตลาดกลับคืนมา และถือเป็นการกลับลำนโยบายด้านการผลิต หลังจากที่ก่อนหน้านี้โอเปกพลัสได้ปรับลดกำลังการผลิตต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปีเพื่อพยุงราคาน้ำมันในตลาด
  • นักลงทุนจับตาการประชุมครั้งต่อไปของโอเปกพลัสในวันที่ 7 ก.ย. ท่ามกลางการคาดการณ์ที่ว่าโอเปกพลัสอาจจะเพิ่มกำลังการผลิตอีก ซึ่งจะยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อราคาน้ำมัน
  • นอกจากนี้ นักลงทุนยังคงประเมินผลกระทบจากมาตรการภาษีศุลกากรที่สหรัฐฯ ประกาศใช้ล่าสุดกับบรรดาประเทศคู่ค้าหลายสิบประเทศ รวมทั้งจับตามาตรการคว่ำบาตรเพิ่มเติมที่สหรัฐฯ นำมาใช้กับรัสเซีย โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ขู่ว่าจะใช้มาตรการภาษีทุติยภูมิ (Secondary Tariffs) ในอัตราสูงถึง 100% กับประเทศที่ซื้อน้ำมันจากรัสเซีย เพื่อกดดันให้รัสเซียยุติสงครามในยูเครน
  • ล่าสุดปธน.ทรัมป์กล่าวในวันจันทร์ว่า เขาจะปรับขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากอินเดีย เนื่องจากอินเดียยังคงซื้อน้ำมันจากรัสเซีย ในขณะที่รัฐบาลอินเดียกล่าวว่าจะใช้มาตรการเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ และระบุว่าการกระทำของปธน.ทรัมป์นั้นไร้เหตุผล

 

ข่าวเกี่ยวกับการเมือง

  • ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้และมาร์ก คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีแคนาดา อาจหารือกันใหม่ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า หลังรัฐบาลสหรัฐฯ ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากแคนาดาถึง 35% สำหรับสินค้าที่อยู่นอกข้อตกลงการค้าสหรัฐฯ-เม็กซิโก-แคนาดา (USMCA)
  • รัสเซียออกแถลงการณ์เมื่อวันจันทร์ให้ทุกคน "ระมัดระวังอย่างยิ่ง" เกี่ยวกับวาทกรรมเรื่องอาวุธนิวเคลียร์ หลังจากที่โดนัลด์ ทรัมป์ บอกว่าได้สั่งย้ายเรือดำน้ำนิวเคลียร์ของสหรัฐฯ มาเข้าใกล้รัสเซีย เพื่อตอบโต้คำพูดของอดีตประธานาธิบดีรัสเซีย ที่พูดถึงความเสี่ยงของสงครามนิวเคลียร์ โดยทางรัสเซียลดความสำคัญของเรื่องนี้และบอกว่าไม่อยากโต้เถียงกับทรัมป์ออกสื่อ

 

ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท

  • รมช.พาณิชย์  เผยความคืบหน้าการเจรจาภาษีกับสหรัฐฯ โดยขณะนี้ไทยอยู่ระหว่างจัดทำและลงนามในแถลงการณ์ร่วมกับสหรัฐฯ เพื่อยืนยันความเห็นชอบในหลักการทำงานร่วมกันต่อเรื่องภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal tariffs) ซึ่งสหรัฐฯ จะเริ่มเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากไทยในอัตรา 19% ตั้งแต่วันที่ 7 สิงหาคม 2568 เป็นต้นไป
  • นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย มองกรอบเงินบาทในวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 32.25-32.50 บาท/ดอลลาร์ โดยค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ 5ส.ค.2568 ที่ระดับ  32.30 บาทต่อดอลลาร์แข็งค่าขึ้นจากระดับปิดวันที่ผ่านมา ณ ระดับ  32.47 บาทต่อดอลลาร์
  • สถานการณ์ค่าเงินบาทเริ่มพลิกกลับมาสู่การแข็งค่ามากขึ้น เป็นผลจากความเคลื่อนไหวเงินดอลลาร์ เนื่องจากแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐไม่เป็นอย่างที่คาดขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจปรับลดดอกเบี้ยแรงกว่าที่คาดไว้ได้

 

 

 

ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest

Tags : ข่าวทองข่าวทอง ทอง ราคาทอง

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com