• สรุปข่าวราคาทองคำ ประจำวันที่ 31 กรกฎาคม 2568

    31 กรกฎาคม 2568 | Gold News


สรุปตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ


  • ADP Non-Farm Employment Change ออกมาที่ 104K สูงกว่าคาดการณ์ที่ 77K และครั้งก่อนที่ -23K
  • Advance GDP q/q ออกมาที่ 3.0% สูงกว่าคาดการณ์ที่ 2.5% และครั้งก่อนที่ -0.5%
  • Advance GDP Price Index q/q ออกมาที่ 2.0% ต่ำกว่าคาดการณ์ที่ 2.2% และครั้งก่อนที่ 3.8%
  • Pending Home Sales m/m ออกมาที่ -0.8% ต่ำกว่าคาดการณ์ที่ 0.2% และครั้งก่อนที่ 1.8%

ข่าวเกี่ยวกับทองคำ


  • ราคาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบกว่า 1% ในวันพุธที่ 30 ก.ค. ต่ำกว่า 3,280 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบหนึ่งเดือน ปัจจัยหลักมาจากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่ง ทำให้ความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยลดลง นอกจากนี้ การที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) คงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 4.25-4.5% ซึ่งขัดแย้งกับความต้องการของประธานาธิบดีทรัมป์ ก็เป็นอีกปัจจัยที่ฉุดราคา


  • ราคาทองคำตลาดโลก ปรับตัวลดลง -52.39 เหรียญ หรือ -1.57% อยู่ที่ระดับ 3,275.29 เหรียญ
  • สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 28.4 ดอลลาร์ หรือ 0.84% ปิดที่ 3,352.80 ดอลลาร์/ออนซ์
  • กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าขายออก 0.86 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 955.37 ตันภาพรวมเดือนกรกฎาคม ซื้อสุทธิ 2.84 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ซื้อสุทธิ 82.85 ตัน


ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง


  • ดัชนีดอลลาร์ ปรับตัวขึ้น 0.85 จุด หรือ 0.86% มาอยู่ที่ระดับ 99.77 จุด
  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้น 0.04 % มาอยู่ที่ระดับ 4.36% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวขึ้น 0.06 % มาอยู่ที่ระดับ 3.934% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ0.43%


  • คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีมติด้วยคะแนนเสียง 9 ต่อ 2 ให้คงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 4.25-4.50% โดยระบุว่าอัตราว่างงานยังคงอยู่ในระดับต่ำ และตลาดแรงงานยังคงแข็งแกร่ง ในขณะที่เงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง


  • ด้านเจอโรม พาวเวล ประธานเฟดได้กล่าวในระหว่างการแถลงข่าวภายหลังการประชุมว่า ขณะนี้ยังเร็วเกินไปที่จะบอกได้ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งต่อไปในเดือนก.ย.หรือไม่ และระบุว่านโยบายการเงินของเฟดในปัจจุบันอยู่ในระดับที่คุมเข้มเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้เป็นปัจจัยฉุดรั้งเศรษฐกิจ


  • หลังเสร็จสิ้นการแถลงข่าวของพาวเวล นักลงทุนได้ปรับลดน้ำหนักต่อการคาดการณ์ที่ว่าเฟดจะลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนก.ย.ลงสู่ระดับต่ำกว่า 50% จากระดับ 68% ก่อนที่พาวเวลจะแถลงข่าว


  • การลงมติครั้งนี้มีผู้ว่าการระดับสูง 2 ราย ได้แก่ นางมิเชล โบว์แมน และนายคริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ ออกเสียงคัดค้านการคงดอกเบี้ย โดยเรียกร้องให้เฟดเริ่ม "ผ่อนคลายนโยบายการเงินชี้ว่า อัตราเงินเฟ้อเริ่มชะลอลง และตลาดแรงงานอาจเข้าสู่ภาวะอ่อนตัวในระยะถัดไป นับเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปลายปี ค.ศ. 1993 ครั้งแรกในรอบ 30 ปี ที่มีผู้ว่าการเฟดมากกว่า 1 ราย ออกเสียงไม่เห็นด้วยต่อการตัดสินใจเรื่องดอกเบี้ย สะท้อนถึงความเห็นที่แตกต่างภายในเฟด 


  • ในวันพฤหัสบดีนี้ ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) คาดว่าจะ คงอัตราดอกเบี้ย พร้อมทั้งให้มุมมองที่เป็นบวกอย่างระมัดระวังต่อแนวโน้มเศรษฐกิจ หลังจากข้อตกลงการค้าระหว่างญี่ปุ่นและสหรัฐฯ ช่วยลดความไม่แน่นอนบางประการต่อการฟื้นตัวที่เปราะบางของธนาคาร ตลาดจะจับตาดูสัญญาณจากผู้ว่าการ คาซูโอะ อุเอดะ อย่างใกล้ชิด เกี่ยวกับโอกาสในการ ขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในปีนี้ เนื่องจาก BOJ กำลังประเมินความเสี่ยงต่อการเติบโตที่เกิดจากภาษีศุลกากร และแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นจากราคาอาหารที่สูงขึ้น


ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจ


  • ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบในวันพุธ ท่ามกลางการซื้อขายที่ผันผวน หลังจากถ้อยแถลงของเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ทำให้นักลงทุนมีความหวังน้อยลงเกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนก.ย. ขณะที่นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึงตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตร


  • ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 44,461.28 จุด ลดลง 171.71 จุด หรือ -0.38%
  • ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,362.90 จุด ลดลง 7.96 จุด หรือ -0.12% 
  • ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 21,129.67 จุด เพิ่มขึ้น 31.38 จุด หรือ +0.15%


  • หุ้น 8 ใน 11 กลุ่มที่คำนวณในดัชนี S&P500 ปิดในแดนลบ นำโดยหุ้นกลุ่มวัสดุและกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ร่วงลง 2% และ 1.43% ตามลำดับ ส่วนหุ้นกลุ่มสาธารณูปโภคดีดตัวขึ้น 0.7% ตามด้วยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวขึ้น 0.43%


  • สำนักงานสถิติยุโรป (Eurostat) เปิดเผยว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของยูโรโซนประจำไตรมาส 2 ของปีนี้ ขยายตัว 0.1% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะไม่เปลี่ยนแปลง และเมื่อเทียบเป็นรายปีแล้ว GDP ยูโรโซนปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.4% ดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ว่าจะเพิ่มขึ้น 1.2%


ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน


  • สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันพุธ ขณะที่นักลงทุนจับตาผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ได้กำหนดเส้นตายที่เร็วขึ้นในการกดดันให้รัสเซียยุติสงครามในยูเครน รวมทั้งการที่ปธน.ทรัมป์ขู่ว่าจะเรียกเก็บภาษีศุลกากรจากประเทศที่ซื้อน้ำมันจากรัสเซีย


  • สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.ย. เพิ่มขึ้น 79 เซนต์ หรือ 1.14% ปิดที่ 70 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนก.ย. เพิ่มขึ้น 73 เซนต์ หรือ 1.01% ปิดที่ 73.24 ดอลลาร์/บาร์เรล


  • ปธน.ทรัมป์ประกาศว่า เขาจะเริ่มใช้มาตรการลงโทษรัสเซีย เช่น การเก็บภาษีนำเข้า 100% จากประเทศคู่ค้าของรัสเซีย หากรัสเซียไม่ยุติสงครามในยูเครนภายใน 10-12 วัน ซึ่งเร็วกว่ากำหนดเส้นตายเดิมที่ 50 วัน


  • ขณะเดียวกันปธน.ทรัมป์ประกาศว่าจะเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากอินเดียในอัตรา 25% โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. พร้อมกับค่าปรับจากนโยบายการค้าที่ปธน.ทรัมป์มองว่าไม่เป็นธรรม และจากการที่อินเดียซื้ออาวุธและพลังงานจากรัสเซีย นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังได้เตือนจีนซึ่งเป็นผู้ซื้อน้ำมันรัสเซียรายใหญ่ที่สุดว่า จีนอาจเผชิญกับภาษีในอัตราสูงหากยังคงซื้อน้ำมันจากรัสเซีย


  • นักวิเคราะห์จาก JP Morgan กล่าวว่า แม้ว่าจีนอาจจะไม่ปฏิบัติตามมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ แต่อินเดียได้ส่งสัญญาณแล้วว่าจะปฏิบัติตาม ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการส่งออกน้ำมันของรัสเซียในปริมาณ 2.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน


  • สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐฯ (EIA) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น 7.7 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลง 1.3 ล้านบาร์เรล


  • ส่วนสต็อกน้ำมันเบนซินลดลง 2.7 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลงเพียง 600,000 บาร์เรล และสต็อกน้ำมันกลั่นซึ่งรวมถึงฮีตติ้งออยล์และน้ำมันดีเซล เพิ่มขึ้น 3.6 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 300,000 บาร์เรล


ข่าวเกี่ยวกับการเมือง


  • ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่า สหรัฐฯ ได้บรรลุข้อตกลงการค้ากับเกาหลีใต้แล้ว โดยสหรัฐฯ จะเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากเกาหลีใต้ในอัตรา 15% ลดลงจากระดับ 25% ที่เขาได้ประกาศไว้ในช่วงต้นเดือนก.ค.


ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท


  • นักบริหารการเงิน เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ  32.73 บาทต่อดอลลาร์อ่อนค่าลงหนักจากระดับปิดวันที่ผ่านมา ณ ระดับ  32.49 บาทต่อดอลลาร์ มองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 32.60-32.85 บาท/ดอลลาร์ 


  • นักวิเคราะห์ประเมินว่า หากประเทศไทยถูกเก็บภาษีนำเข้าสหรัฐที่ต่ำกว่า 20% ตลาดหุ้นไทยมีโอกาสฟื้นตัวอย่างชัดเจน แต่หากจบที่ 36% อาจกระทบ GDP โตต่ำสุดที่ 1.1% พร้อมฉุดดัชนี SET ลงถึง 1,060 จุด ความผันผวนวันที่ 1 ส.ค. อาจรุนแรง โดยเฉพาะหุ้นที่พึ่งตลาดสหรัฐฯ


  • ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยในเดือนมิถุนายน 2568 ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการส่งออกสินค้าที่ขยายตัวในระดับสูงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 12 อย่างไรก็ดี การบริโภค และการลงทุนภาคเอกชน ส่งสัญญาณชะลอตัวจากเดือนก่อนหน้า รวมถึงจำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศชะลอตัวลง

 

 

ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest

Tags : ข่าวทองข่าวทอง ทอง ราคาทอง

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com