• สรุปข่าวราคาทองคำ ประจำวันที่ 29 กรกฎาคม 2568

    29 กรกฎาคม 2568 | Gold News


ข่าวเกี่ยวกับทองคำ


  • สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันจันทร์ เนื่องจากการบรรลุข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐฯ และสหภาพยุโรป (EU) ส่งผลให้สกุลเงินดอลลาร์แข็งค่าและสร้างแรงกดดันต่อราคาทองคำ ขณะที่นักลงทุนจับตาผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในวันพุธนี้ เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟดในปีนี้


  • ราคาทองคำตลาดโลก ปรับตัวลดลง -11.78 เหรียญ หรือ -0.35% อยู่ที่ระดับ 3,317.69 เหรียญ
  • สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือนส.ค. ลดลง 25.6 ดอลลาร์ หรือ 0.77% ปิดที่ 3,310.00 ดอลลาร์/ออนซ์
  • กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าขายออก 0.86 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 956.23 ตันภาพรวมเดือนกรกฎาคม ซื้อสุทธิ 3.7 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ซื้อสุทธิ 83.71 ตัน


  • ด้านนักวิเคราะห์จากบริษัท Marex กล่าวว่า ยิ่งสหรัฐฯ มีการประกาศข้อตกลงทางการค้ามากเท่าไหร่ สกุลเงินดอลลาร์ก็จะยิ่งแข็งค่ามากขึ้นเท่านั้น ข้อตกลงการค้าเหล่านี้เป็นปัจจัยบวกต่อสกุลเงินดอลลาร์ แต่จะลดความน่าดึงดูดของทองคำ และส่งผลให้นักลงทุนเทขายสินทรัพย์ปลอดภัยแล้วหันไปลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง


  • สถาบันการเงิน Fidelity International คาดการณ์ว่า ราคาทองคำ อาจทะยานสูงถึง 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ภายในสิ้นปีหน้า ปัจจัยหนุนสำคัญมาจากการที่ ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อประคองเศรษฐกิจสหรัฐฯ นอกจากนี้ ค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลง และการที่ ธนาคารกลางทั่วโลกยังคงเข้าซื้อทองคำเพิ่มขึ้น ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการขึ้นของราคาทองคำเช่นกัน


  • ผลสำรวจ Kitco News Gold Survey ประจำสัปดาห์นี้ ชี้ให้เห็นว่าผู้เชี่ยวชาญใน Wall Street ส่วนใหญ่ยังไม่มั่นใจในทิศทางของราคาทองคำ หลังจากที่ราคาไม่สามารถทะลุกรอบที่คาดไว้ได้ มีเพียง(14%) ที่คาดว่าราคาทองคำจะปรับตัวสูงขึ้นในสัปดาห์นี้ ขณะที่ (36%) มองว่าราคาจะลดลง และนักวิเคราะห์ที่เหลืออีก (50%) คาดการณ์ว่าราคาทองคำจะเคลื่อนไหวในกรอบแคบ ๆ ไม่มีทิศทางที่ชัดเจน


ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง


  • ดัชนีดอลลาร์ ปรับตัวขึ้น 1.05 จุด หรือ 1.08% มาอยู่ที่ระดับ 98.62 จุด
  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้น 0.0 % มาอยู่ที่ระดับ 4.408% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวลดลง -0.02 % มาอยู่ที่ระดับ 3.916% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ0.49%


  • นักลงทุนรอดูผลประชุมเฟดซึ่งจะมีการแถลงในวันพุธ โดยตลาดคาดการณ์ว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 4.25-4.50% ในการประชุมครั้งนี้ แม้ว่าปธน.ทรัมป์พยายามกดดันเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด ปรับลดอัตราดอกเบี้ยก็ตาม


  • นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ด้วย ซึ่งรวมถึงดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เดือนมิ.ย. ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญ รวมทั้งตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนมิ.ย.


ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจ


  • ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบในวันจันทร์ ส่วนดัชนี S&P500 และดัชนี Nasdaq ขยับขึ้นเล็กน้อยและยังคงปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ท่ามกลางการซื้อขายที่ผันผวน ขณะที่นักลงทุนประเมินข่าวการบรรลุข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐฯ และสหภาพยุโรป (EU) รวมทั้งจับตาการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) และผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนหลายแห่งในสัปดาห์นี้


  • ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 44,837.56 จุด ลดลง 64.36 จุด หรือ -0.14%
  • ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,389.77 จุด เพิ่มขึ้น 1.13 จุด หรือ +0.02% 
  • ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 21,178.58 จุด เพิ่มขึ้น 70.27 จุด หรือ +0.33%


  • หุ้นบวกในดัชนี S&P500 นำโดยหุ้นกลุ่มพลังงานพุ่งขึ้น 1.15% หลังจากราคาน้ำมัน WTI ดีดตัวขึ้นกว่า 2% ตามด้วยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวขึ้น 0.77% ส่วนหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และกลุ่มวัสดุร่วงลงหนักสุด โดยปรับตัวลง 1.75% และ 1.44% ตามลำดับ


  • Ray Dalio แนะนำให้จัดสรรพอร์ตโฟลิโอ 15% ไปยัง Bitcoin หรือทองคำ นอกจากนี้ ดาลิโอได้ออกคำเตือนอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับ ปัญหาหนี้สินของสหรัฐฯ ที่ไม่ยั่งยืน และเน้นย้ำถึงความกังวลต่อเสถียรภาพทางการเงินของประเทศ


  • กระทรวงกิจการภายในและการสื่อสารของญี่ปุ่นเปิดเผยว่า อัตราเงินเฟ้อในกรุงโตเกียวชะลอตัวลงเป็นเดือนที่สองติดต่อกันในเดือนก.ค. แม้ราคาอาหารยังคงอยู่ในระดับสูง โดยดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (core CPI) ซึ่งไม่รวมราคาอาหารสดในกรุงโตเกียว เพิ่มขึ้น 2.9% ในเดือนก.ค. เมื่อเทียบเป็นรายปี ลดลงจากระดับ 3.1% ในเดือนมิ.ย. ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่อัตราเงินเฟ้ออยู่ต่ำกว่า 3% นับตั้งแต่เดือนมี.ค.ที่ผ่านมา


  • หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทมส์รายงานว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ระงับมาตรการควบคุมการส่งออกเทคโนโลยีไปยังจีน เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบต่อการเจรจาการค้ากับจีน และสนับสนุนความพยายามของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการจัดการประชุมกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ภายในปีนี้


ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน


  • สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 2% ในวันจันทร์ ขานรับข่าวการบรรลุข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐฯ และสหภาพยุโรป (EU) รวมทั้งการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ประกาศว่าจะร่นเวลาการกำหนดเส้นตายให้กับรัสเซียในการยุติสงครามในยูเครน


  • สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.ย. เพิ่มขึ้น 1.55 ดอลลาร์ หรือ 2.38% ปิดที่ 66.71 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนก.ย. เพิ่มขึ้น 1.6 ดอลลาร์ หรือ 2.34% ปิดที่ 70.04 ดอลลาร์/บาร์เรล


  • ราคาน้ำมันได้รับแรงหนุนจากการที่ปธน.ทรัมป์ประกาศในวันจันทร์ว่า เขาจะกำหนดเส้นตายครั้งใหม่ต่อประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ในการบรรลุข้อตกลงสันติภาพกับยูเครน โดยจะให้เวลาเพียง 10-12 วัน จากเดิมที่ให้เวลา 50 วัน มิฉะนั้นรัสเซียจะเผชิญกับการคว่ำบาตร


  • ราคาน้ำมันได้ปัจจัยบวกจากข่าวสหรัฐฯ บรรลุข้อตกลงทางการค้ากับสหภาพยุโรป (EU) โดยสหรัฐฯ จะเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจาก EU ในอัตรา 15% ลดลงครึ่งหนึ่งจากก่อนหน้านี้ที่สหรัฐฯ ขู่เรียกเก็บในอัตรา 30% นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์กล่าวว่าข้อตกลงดังกล่าวจะกำหนดให้ EU ซื้อพลังงานจากสหรัฐฯ มูลค่า 750,000 ล้านดอลลาร์ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า


  • คณะกรรมการร่วมด้านการตรวจสอบระดับรัฐมนตรี (JMMC) ของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และชาติพันธมิตร หรือโอเปกพลัส ได้เสร็จสิ้นการประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ในวันจันทร์ โดยที่ประชุมได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปฏิบัติตามข้อตกลงการผลิตน้ำมัน ก่อนที่สมาชิก 8 ชาติในกลุ่มโอเปกพลัส ได้แก่ ซาอุดีอาระเบีย รัสเซีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ คูเวต โอมาน อิรัก คาซัคสถาน และแอลจีเรีย จะจัดการประชุมในวันอาทิตย์ที่ 3 ส.ค.เพื่อพิจารณาเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันในเดือนก.ย.


ข่าวเกี่ยวกับการเมือง


  • นักลงทุนรอดูผลการเจรจาระหว่างเจ้าหน้าที่ฝ่ายเศรษฐกิจระดับสูงของสหรัฐฯ และจีนที่กรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดนในวันจันทร์ที่ผ่านมา ท่ามกลางความหวังที่ว่าทั้งสองฝ่ายจะเห็นพ้องให้มีการขยายเส้นตายการบังคับใช้อัตราภาษีศุลกากรในระดับสูงออกไปจากเดิมที่กำหนดไว้ในวันที่ 12 ส.ค. เพื่อเปิดทางให้สหรัฐฯ และจีนยังคงทำการเจรจาข้อตกลงการค้า


  • ผู้นำเม็กซิโก เปิดเผยว่า เม็กซิโกได้ยื่นข้อเสนอที่เป็นรูปธรรมต่อสหรัฐฯ เพื่อแก้ไขปัญหาสินค้าคงคลังคงค้างและหลีกเลี่ยงการขึ้นภาษีนำเข้า 30% ข้อเสนอของเม็กซิโกอิงตามแผน "Plan Mexico" ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อลดการขาดดุลการค้ากับสหรัฐฯ โดยไม่กระทบต่อภาคการผลิตและการส่งออก เม็กซิโกจะรอการตอบกลับจากสหรัฐฯ จนถึงต้นสัปดาห์หน้า


  • โฮเวิร์ด ลุตนิก รัฐมนตรีพาณิชย์สหรัฐฯ และคิม จอง-กวาน รัฐมนตรีอุตสาหกรรมของเกาหลีใต้ ได้หารือเกี่ยวกับภาษีตอบโต้ในแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรม โดยฝ่ายเกาหลีใต้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการลดอุปสรรคทางการค้า และทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะกระชับความร่วมมือในภาคการผลิต พร้อมเดินหน้าเจรจาต่อเนื่อง


  • "ทรัมป์" ขีดเส้นตายใหม่ยุติสงครามรัสเซีย-ยูเครน โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศขีดเส้นตายใหม่ 10-12 วัน ให้รัสเซียยุติสงครามในยูเครน ไม่เช่นนั้นจะพบกับการกดดันทางภาษี รวมถึงใช้มาตรการคว่ำบาตรทุติยภูมิโดยจะเก็บภาษีกับประเทศคู่ค้าของรัสเซีย หลังก่อนหน้านี้ขีดเส้นตายภายใน 50 วัน พร้อมทั้งระบุว่า ไม่อยากคุยกับ วลาดิเมียร์ ปูติน แล้วหลังจากผิดหวังที่ยังมีการโจมตียูเครนอย่างต่อเนื่อง

ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท


  • นักบริหารการเงิน เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ  32.50 บาทต่อดอลลาร์อ่อนค่าลงจากระดับปิดสัปดาห์ก่อนหน้า ณ ระดับ  32.36 บาทต่อดอลลาร์ (ระดับปิด วันที่ 25 กรกฎาคม) มองกรอบค่าเงินบาทสัปดาห์นี้ ที่ระดับ 32.10-33.00 บาทต่อดอลลาร์ ส่วนกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 32.40-32.65 บาทต่อดอลลาร์


  • นายพิชัย ชุณหวิชร รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง กล่าวถึงความคืบหน้าในการเจรจาภาษีนำเข้าสินค้ากับสหรัฐฯ ว่า ขณะนี้ไทยได้ยื่นข้อเสนอให้กับทางสหรัฐฯ ไปแล้ว 99.99% ส่งไปให้ทุกอย่างแล้ว ขณะนี้สหรัฐฯ อยู่ระหว่างการพิจารณาอย่างเข้มข้น โดยมั่นใจว่าจะได้ข้อสรุปก่อนวันที่ 1 ส.ค.68 อย่างแน่นอน

 

 

ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest

Tags : ข่าวทองข่าวทอง ทอง ราคาทอง

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com