• สรุปข่าวราคาทองคำ ประจำวันที่ 23 กรกฎาคม 2568

    23 กรกฎาคม 2568 | Gold News


สรุปตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ


  • Richmond Manufacturing Index ออกมาที่ -20 ต่ำกว่าที่คาดการณ์ที่ -2 และครั้งก่อนที่  -7

ข่าวเกี่ยวกับทองคำ


  • สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นในวันอังคาร (22 ก.ค.) เนื่องจากความไม่แน่นอนด้านการค้าเป็นปัจจัยหนุนแรงซื้อทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย นอกจากนี้ ราคาทองคำยังได้ปัจจัยบวกจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์และการร่วงลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ขณะที่นักลงทุนยังคงจับตาการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ และประเทศคู่ค้า ก่อนที่จะถึงกำหนดเส้นตายในวันที่ 1 ส.ค.


  • ราคาทองคำตลาดโลก ปรับตัวขึ้น 25.18 เหรียญ หรือ 0.74% อยู่ที่ระดับ 3,424.48 เหรียญ
  • สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือนส.ค. เพิ่มขึ้น 37.30 ดอลลาร์ หรือ 1.1% ปิดที่ 3,443.70 ดอลลาร์/ออนซ์
  • กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าซื้อเข้า 7.74 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 954.8 ตันภาพรวมเดือนกรกฎาคม ซื้อสุทธิ 2.27 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ซื้อสุทธิ 82.28 ตัน


  • นักวิเคราะห์จากบริษัท Kitco Metals กล่าวว่า ความไม่แน่นอนด้านการค้าระหว่างสหรัฐฯ และบรรดาประเทศคู่ค้า เป็นปัจจัยหนุนความต้องการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัย โดยแม้ว่าสหรัฐฯ ได้บรรลุข้อตกลงการค้ากับหลายประเทศ แต่ก็ยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกับสหภาพยุโรป (EU)


ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง


  • ดัชนีดอลลาร์ ปรับตัวลดลง -0.45 จุด หรือ -0.46% มาอยู่ที่ระดับ 97.42 จุด
  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี  ปรับตัวลดลง -0.02 % มาอยู่ที่ระดับ 4.356% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวลดลง -0.02 % มาอยู่ที่ระดับ 3.844% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ0.51%


  • เจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ได้กล่าวเปิดการประชุมเกี่ยวกับการทบทวนกรอบเงินกองทุนสำหรับธนาคารขนาดใหญ่ที่กรุงวอชิงตัน ดีซี เมื่อคืนนี้ อย่างไรก็ตาม พาวเวลไม่ได้พูดถึงนโยบายการเงิน เนื่องจากขณะนี้เฟดอยู่ในช่วง "Blackout Period" ซึ่งเป็นช่วงงดเว้นการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับนโยบายการเงิน ก่อนการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC) ที่จะมีขึ้นในวันที่ 29-30 กรกฎาคมนี้


ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจ


  • ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันอังคาร ส่วนดัชนี S&P500 ขยับขึ้นเล็กน้อย แต่ยังคงปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่นักลงทุนจับตารายงานผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน ซึ่งรวมถึงบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ 


  • ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 44,502.44 จุด เพิ่มขึ้น 179.37 จุด หรือ +0.40%
  • ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,309.62 จุด เพิ่มขึ้น 4.02 จุด หรือ +0.06%
  • ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 20,892.68 จุด ลดลง 81.49 จุด หรือ -0.39%


  • นักวิเคราะห์กล่าวว่า ที่ผ่านมานั้น มุมมองบวกเกี่ยวกับการใช้จ่ายด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นปัจจัยหนุนหุ้นบริษัทที่มีมูลค่าสูงในตลาด และช่วยให้ดัชนี S&P500 ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์หลายครั้ง ส่วนในขณะนี้ ตลาดอยู่ในโหมดรอดูสถานการณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกำหนดเส้นตายการเรียกเก็บภาษีศุลกากรในอัตราใหม่ของสหรัฐฯ ในวันที่ 1 ส.ค. และรายงานผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีที่มีมาร์เก็ตแคปสูง หรือกลุ่ม Magnificent Seven ในสัปดาห์นี้


  • มูดี้ส์ เรทติ้งส์ (Moody’s Ratings) เปิดเผยว่า ผลกระทบจากการปรับลดภาษีการบริโภคของญี่ปุ่นที่จะมีต่ออันดับความน่าเชื่อถือของญี่ปุ่นนั้น จะขึ้นอยู่กับขอบเขต ขนาด และความยาวนานของการใช้มาตรการดังกล่าว และด้านนักวิเคราะห์เตือนว่า การปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของญี่ปุ่นอาจทำให้เกิดการเทขายพันธบัตร เงินเยน และหุ้นญี่ปุ่น อีกทั้งจะทำให้ธนาคารภายในประเทศมีต้นทุนการระดมเงินทุนด้วยสกุลเงินดอลลาร์เพิ่มขึ้นด้วย


ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน


  • สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันอังคาร ท่ามกลางความหวังที่ลดน้อยลงเกี่ยวกับการบรรลุข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐฯ และสหภาพยุโรป (EU) ซึ่งทำให้นักลงทุนกังวลว่าสงครามการค้าจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก และความต้องการใช้น้ำมัน


  • สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนส.ค. ลดลง 99 เซนต์ หรือ 1.47% ปิดที่ 66.21 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนก.ย. ลดลง 62 เซนต์ หรือ 0.9% ปิดที่ 68.59 ดอลลาร์/บาร์เรล


  • สถาบันปิโตรเลียมอเมริกา (API) รายงานว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ลดลง 577,000 บาร์เรลในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 18 ก.ค. ขณะที่นักลงทุนจับตาตัวเลขสต็อกน้ำมันดิบอย่างเป็นทางการจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐฯ (EIA) ในวันนี้


ข่าวเกี่ยวกับการเมือง


  • สื่อรายงานว่า ชาติสมาชิก EU จำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ กำลังพิจารณาใช้เครื่องมือต่อต้านการบีบบังคับ (Anti-Coercion Instrument) หรือ ACI เพื่อเป็นมาตรการตอบโต้สหรัฐฯ หากการเจรจาทางการค้าไม่เป็นผลสำเร็จภายในวันที่ 1 ส.ค. และรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ เดินหน้าตามคำขู่ที่จะเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจาก EU ในอัตรา 30%


  • ขณะเดียวกันความหวังที่สหรัฐฯ และอินเดียจะสามารถบรรลุข้อตกลงการค้ามีน้อยลง หลังจากมีรายงานว่าคณะผู้เจรจาการค้าของอินเดียได้เดินทางกลับกรุงนิวเดลีแล้ว หลังใช้เวลาเจรจาเกือบหนึ่งสัปดาห์ในวอชิงตัน และแทบไม่มีความหวังว่าทั้งสองฝ่ายจะสามารถลงนามข้อตกลงการค้าได้ก่อนถึงเส้นตายวันที่ 1 ส.ค.


  • ทางด้านสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ กล่าวว่า เขาจะพบปะกับรัฐมนตรีคลังของจีนที่กรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน ในสัปดาห์หน้า เพื่อหารือเกี่ยวกับการขยายกำหนดเส้นตายการเรียกเก็บภาษีสินค้าจีน จากเดิมที่กำหนดไว้ในวันที่ 12 ส.ค. เพื่อเปิดทางให้สหรัฐฯ และจีนยังคงทำการเจรจาข้อตกลงการค้าต่อไป


  • ล่าสุดประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่า สหรัฐฯ ได้บรรลุข้อตกลงทางการค้ากับฟิลิปปินส์แล้ว โดยสหรัฐฯ จะเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากฟิลิปปินส์ในอัตรา 19% หลังจากที่ก่อนหน้านี้สหรัฐฯ ขู่เรียกเก็บภาษีในอัตรา 20% ขณะที่ฟิลิปปินส์จะเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ ในอัตรา 0% และจะเปิดตลาดเสรีให้กับสินค้าจากสหรัฐฯ


  • ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่าได้บรรลุข้อตกลงการค้าครั้งใหญ่กับญี่ปุ่น ซึ่งถือเป็นหนึ่งในข้อตกลงที่สำคัญที่สุดเท่าที่เคยมีมา ภายใต้ข้อตกลงนี้ ญี่ปุ่นจะลงทุนในสหรัฐอเมริกาเป็นมูลค่าสูงถึง 550,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยทรัมป์ระบุว่าสหรัฐฯ จะได้รับผลประโยชน์ถึง 90% จากการลงทุนดังกล่าว ข้อตกลงนี้คาดว่าจะสร้างงานในสหรัฐฯ ได้หลายแสนตำแหน่ง ซึ่งเป็นจำนวนที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน นอกจากนี้ ญี่ปุ่นจะเปิดตลาดสำหรับการค้าสินค้าต่าง ๆ รวมถึง รถยนต์ รถบรรทุก ข้าว และสินค้าเกษตรอื่น ๆ ที่สำคัญคือ ญี่ปุ่นจะชำระภาษีในอัตรา 15% ให้แก่สหรัฐอเมริกา


  • สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เปิดเผยว่า รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ให้ความสำคัญกับคุณภาพของข้อตกลงการค้ามากกว่าการเร่งรัดให้ทันเส้นตายในวันที่ 1 ส.ค. พร้อมส่งสัญญาณว่าประเทศที่ยังไม่มีข้อตกลงภายในวันดังกล่าวอาจต้องเผชิญกับกำแพงภาษีในอัตราสูง


  • เซย์เยด อับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน เผยว่า อิหร่านไม่อาจล้มเลิกโครงการเสริมสมรรถนะนิวเคลียร์ได้ แม้จะได้รับความเสียหายอย่างรุนแรงจากการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ ก็ตาม


ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท


  • ค่าเงินบาทวันนี้ เปิดตลาดแข็งค่าที่ 32.20 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าเมื่อเทียบกับราคาปิดตลาด เมื่อวานนี้ที่ระดับ 32.30 บาทต่อดอลลาร์ โดยกรอบแนวรับที่ 32.05 บาท แนวต้าน 32.35 บาท


  • รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เปิดเผยถึงความคืบหน้าการเจรจาภาษีนำเข้ากับสหรัฐฯ ว่า เบื้องต้นทราบว่าขณะนี้สหรัฐฯ ได้เห็นข้อเสนอของไทยแล้วกว่า 90% โดยยืนยันว่าทีมไทยได้พยายามทำทุกอย่าง เพื่อให้การเจรจาภาษีบรรลุผลสำเร็จ โดยคาดว่าภายในวันที่ 23 ก.ค.68 จะยื่นข้อเสนอสุดท้ายได้เรียบร้อย ซึ่งระหว่างนี้ ทีมงานได้เร่งนำคำอธิบาย และข้อเสนอต่าง ๆ จากสหรัฐฯ มาพิจารณาประกอบในทุกส่วน

 


ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest

Tags : ข่าวทองข่าวทอง ทอง ราคาทอง

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com