• สรุปข่าวราคาทองคำ ประจำวันที่ 22 กรกฎาคม 2568

    22 กรกฎาคม 2568 | Gold News


ข่าวเกี่ยวกับทองคำ


  • สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นในวันจันทร์ โดยได้แรงหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์และการปรับตัวลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ขณะที่นักลงทุนจับตาการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ และประเทศคู่ค้า ก่อนที่จะถึงกำหนดเส้นตายในวันที่ 1 ส.ค.


  • ราคาทองคำตลาดโลก ปรับตัวขึ้น 43.75 เหรียญ หรือ 1.31% อยู่ที่ระดับ 3,392.59 เหรียญ
  • สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือนส.ค. เพิ่มขึ้น 48.10 ดอลลาร์ หรือ 1.43% ปิดที่ 3,406.40 ดอลลาร์/ออนซ์
  • กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าซื้อเข้า 3.44 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 947.06 ตันภาพรวมเดือนกรกฎาคม ขายสุทธิ 5.47 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ซื้อสุทธิ 74.54 ตัน


  • นักลงทุนจับตาการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ และประเทศคู่ค้า ด้านนักวิเคราะห์จากบริษัท High Ridge Futures กล่าวว่า กำหนดเส้นตายของการเรียกเก็บภาษีศุลกากรในวันที่ 1 ส.ค.กำลังใกล้เข้ามา ในขณะที่การเจรจาเพื่อบรรลุข้อตกลงการค้ายังคงไม่แน่นอน สถานการณ์เหล่านี้เป็นปัจจัยหนุนทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย


ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง


  • ดัชนีดอลลาร์ ปรับตัวลดลง -0.46 จุด หรือ -0.47% มาอยู่ที่ระดับ 97.9 จุด
  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี  ปรับตัวลดลง -0.05 % มาอยู่ที่ระดับ 4.374% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวลดลง -0.02 % มาอยู่ที่ระดับ 3.859% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ0.52%


  • นักลงทุนจับตาเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ซึ่งมีกำหนดกล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมทบทวนแบบบูรณาการเกี่ยวกับกรอบเงินกองทุนสำหรับธนาคารขนาดใหญ่ที่กรุงวอชิงตัน ดีซี ในวันนี้ (22 ก.ค.) เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟดในปีนี้


  • FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนคาดว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 4.25%-4.50% ในการประชุมวันที่ 29-30 ก.ค.นี้ และให้น้ำหนักกว่า 50% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมเดือนก.ย.


  • ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เริ่มเข้าสู่ช่วงงดเว้นการแสดงความเห็นเกี่ยวกับนโยบายการเงิน (Blackout Period) ก่อนที่เฟดจะจัดการประชุมกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ในวันที่ 29-30 ก.ค.


  • สก๊อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เรียกร้องให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ทบทวนการดำเนินงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับนโยบายการเงิน อย่างละเอียดถี่ถ้วน เขายังเน้นย้ำถึง ความจำเป็นที่เฟดจะต้องโปร่งใสเรื่องงบประมาณ และควรมีการทบทวนโครงการปรับปรุงอาคารขนาดใหญ่ของเฟด โดยเบสเซนต์ต้องการให้เฟด โฟกัสไปที่ภารกิจหลัก และ มีความโปร่งใสมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องการเงิน เพื่อรักษาความเป็นอิสระและหลีกเลี่ยงข้อวิพากษ์วิจารณ์ที่ไม่จำเป็น


  • นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า เงินเยนอาจเผชิญกับความผันผวนเมื่อเทียบกับสกุลเงินดอลลาร์ เนื่องจากการที่พรรคร่วมรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีชิเงรุ อิชิบะ พ่ายแพ้ในการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาได้ทำให้เกิดความไม่แน่นอนเกี่ยวกับทิศทางนโยบายของญี่ปุ่น และลดความน่าดึงดูดของสินทรัพย์ญี่ปุ่นซึ่งรวมถึงสกุลเงินเยน


  • ธนาคารกลางจีน (PBOC) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้าชั้นดี (LPR) ประเภท 1 ปีเอาไว้ที่ระดับ 3.0% และคงอัตราดอกเบี้ย LPR ประเภท 5 ปีเอาไว้ที่ระดับ 3.5% โดยการตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยมีขึ้นในขณะที่จีนยังคงรับมือกับความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ซบเซาลง และเศรษฐกิจที่ขยายตัวในอัตราที่ชะลอลง


ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจ


  • ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเล็กน้อยในวันจันทร์ ส่วนดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปิดทำนิวไฮ โดยได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นอัลฟาเบท (Alphabet) และหุ้นบริษัทเทคโนโลยีรายอื่น ๆ ก่อนที่บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่จะเปิดเผยผลประกอบการในสัปดาห์นี้ ขณะที่นักลงทุนยังคงจับตาความคืบหน้าในการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ และบรรดาประเทศคู่ค้า


  • ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 44,323.07 จุด ลดลง 19.12 จุด หรือ -0.04%
  • ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,305.60 จุด เพิ่มขึ้น 8.81 จุด หรือ +0.14% 
  • ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 20,974.17 จุด เพิ่มขึ้น 78.52 จุด หรือ +0.38%


  • หุ้นแอปเปิ้ล (Apple) ดีดตัวขึ้น 0.62% และหุ้นอะเมซอน (Amazon) พุ่งขึ้น 1.43% ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนดัชนี S&P500 และ Nasdaq แต่หุ้นเทสลาปรับตัวลง 0.35%


  • Morgan Stanley ยังคงแสดงจุดยืนเชิงบวกต่อตลาดหุ้นสหรัฐฯ โดยเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา บริษัทได้อ้างถึง โมเมนตัมของกำไรที่แข็งแกร่ง ของบริษัทจดทะเบียน และคาดการณ์ว่าอาจมีการปรับฐานเล็กน้อยในไตรมาสที่ 3 ซึ่งจะเป็น โอกาสที่ดีในการเข้าซื้อ เมื่อราคาลดลง โดย เพิ่มการคาดการณ์ดัชนี S&P 500 โดยเชื่อว่าดัชนีมีแนวโน้มที่จะ แตะระดับ 7,200 จุดได้ภายในกลางปีนี้ ก่อนหน้านี้ในเดือนพฤษภาคม Morgan Stanley เคยคาดการณ์ว่าดัชนี S&P 500 จะแตะ 6,500 จุดในไตรมาสที่ 2 ของปี 2569


  • ผลสำรวจของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ระบุว่า ความตึงเครียดทางการค้ากำลังกดดันผลกำไรของบริษัทในยูโรโซน และทำให้ต้องปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทาน แม้ว่าภาพรวมความเชื่อมั่นต่อการเติบโตในอนาคตจะยังคงเป็นบวกก็ตาม


  • ยอดค้าปลีกของจีนในเดือนมิ.ย.เพิ่มขึ้นเพียง 4.8% ชะลอตัวลงอย่างมากจากเดือนพ.ค.ที่พุ่งขึ้น 6.4% และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะปรับตัวขึ้น 5.4%

ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน


  • สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบเล็กน้อยในวันจันทร์ เนื่องจากนักลงทุนคาดการณ์ว่ามาตรการคว่ำบาตรล่าสุดที่ยุโรปประกาศใช้กับรัสเซียนั้น จะส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันเพียงเล็กน้อย


  • สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนส.ค. ลดลง 14 เซนต์ หรือ 0.21% ปิดที่ 67.20 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนก.ย. ลดลง 7 เซนต์ หรือ 0.1% ปิดที่ 69.21 ดอลลาร์/บาร์เรล


  • สหภาพยุโรป (EU) ได้อนุมัติมาตรการคว่ำบาตรครั้งที่ 18 ต่อรัสเซีย โดยมาตรการดังกล่าวพุ่งเป้าไปที่บริษัทนารายา เอนเนอร์จี (Nayara Energy) ของอินเดีย ซึ่งเป็นผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์น้ำมันที่กลั่นจากน้ำมันดิบรัสเซีย


  • อย่างไรก็ดี นักลงทุนมองว่ามาตรการคว่ำบาตรล่าสุดนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่ออุปทาน้ำมันมากนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาจากการที่เดมิทรี เพสคอฟ โฆษกทำเนียบเครมลินซึ่งกล่าวว่า รัสเซียได้เตรียมมาตรการเพื่อรับมือกับผลกระทบจากการคว่ำบาตรของชาติตะวันตกแล้ว


  • มาตรการคว่ำบาตรของ EU เกิดขึ้นหลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ได้ขู่เมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่าจะใช้มาตรการคว่ำบาตรกับประเทศที่ซื้อน้ำมันจากรัสเซีย เว้นแต่ว่ารัสเซียจะยอมทำข้อตกลงสันติภาพภายใน 50 วัน


  • เบเกอร์ ฮิวจ์ส (Baker Hughes) รายงานว่า ผู้ประกอบการพลังงานในสหรัฐฯ ปรับลดจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันลง 2 แท่น เหลือ 422 แท่นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นยอดรวมที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.ย. 2564


ข่าวเกี่ยวกับการเมือง


  • หัวหน้าคณะเจรจาการค้าของญี่ปุ่น มีกำหนดเดินทางเยือนกรุงวอชิงตันเพื่อเข้าร่วมการเจรจารอบที่ 8 กับฝ่ายสหรัฐฯ ในวันจันทร์ที่ 21 ก.ค. ถึงวันพฤหัสบดีที่ 24 ก.ค. นี้ ขณะที่เส้นตายสำหรับมาตรการภาษีตอบโต้ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในวันที่ 1 ส.ค. นี้ กำลังใกล้เข้ามาทุกขณะ


  • คิม จอง-กวาน รัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมคนใหม่ของเกาหลีใต้ กล่าวว่า เกาหลีใต้จะพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้บรรลุผลลัพธ์ที่ดีที่สุดในการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ โดยมุ่งมั่นที่จะรักษาผลประโยชน์ของชาติ 


  • ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ เดินทางถึงสหรัฐฯ เพื่อเตรียมเข้าพบประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ด้วยตัวเองในสัปดาห์นี้ ท่ามกลางการต้อนรับจากฝ่ายสหรัฐฯ


  • เออร์ซูลา ฟอน เดอร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป จะเดินทางเยือนประเทศจีนในวันพฤหัสบดี (24 ก.ค.) เพื่อพบปะหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน เพื่อยกระดับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการเมืองกับสหภาพยุโรป


  • สื่อต่างประเทศรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ อาจพบปะกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ขณะที่ทรัมป์เยือนจีนก่อนเข้าร่วมการประชุมสุดยอดเอเปค (APEC) วันที่ 30 ต.ค.-1 พ.ย. ที่เกาหลีใต้ หรือไม่ก็อาจจะพบปะกับผู้นำจีนนอกรอบการประชุมดังกล่าว


  • ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน เปิดเผยว่า การเจรจาสันติภาพระหว่างยูเครนและรัสเซีย จะกลับมาจัดขึ้นอีกครั้งที่ตุรกีในวันพุธนี้ นับเป็นการเจรจาครั้งแรกในรอบ 7 สัปดาห์ โดยอ้างอิงจากข้อมูลของเจ้าหน้าที่ระดับสูงในกรุงเคียฟ


  • บรรดาเจ้าหน้าที่รัสเซียได้ออกมาย้ำว่า การจะบรรลุข้อตกลงสันติภาพใด ๆ ก็ตามจะขึ้นอยู่กับการที่ยูเครนถอนกำลังทหารออกจาก 4 ภูมิภาค ยกเลิกความพยายามในการเข้าร่วมเป็นสมาชิกนาโต และระงับการส่งกำลังทหารของนาโต


  • อิหร่าน และ 3 ชาติยุโรป ได้แก่ ฝรั่งเศส เยอรมนี และอังกฤษ (E3) เห็นพ้องที่จะกลับมาเจรจาเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านอีกครั้ง โดยอยู่ระหว่างการหารือกันเกี่ยวกับวันเวลาและสถานที่จัดการเจรจา ซึ่งคาดว่าจะเป็นการประชุมในระดับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ


ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท


  • นักบริหารการเงิน เปิดเผยว่า "ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ  32.23 บาทต่อดอลลาร์แข็งค่าขึ้นจากระดับปิดวันที่ผ่านมา ณ ระดับ  32.36 บาทต่อดอลลาร์ มองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 32.15-32.35 บาทต่อดอลลาร์ 


  • ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) ระบุว่า การนำเข้าของไทย ขยายตัวเร่งขึ้นต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 63  โดยเฉพาะการพึ่งพาปัจจัยการผลิตจากจีนที่เพิ่มขึ้นในหลายอุตสาหกรรมหลัก ในช่วงปี 2563-2567 มูลค่าการนำเข้าสินค้าของไทยขยายตัวเฉลี่ยปีละ 10% ซึ่งสูงกว่าการเติบโตของ GDP และมูลค่าการส่งออก ทำให้สัดส่วนการนำเข้าสินค้าต่อ GDP เพิ่มขึ้นเป็น 53% ณ ปี 2567 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 12 ปี และส่งผลให้ไทยเผชิญกับภาวะขาดดุลการค้าเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน


  • มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยเสนอว่า การลดภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ เหลือ 0% และเปิดตลาดมากขึ้น อาจช่วยลดมาตรการตอบโต้ทางการค้าจากสหรัฐฯ ให้ใกล้เคียงกับประเทศอาเซียนอื่น ๆ เช่น เวียดนาม อินโดนีเซีย และมาเลเซียได้ แนวทางนี้จะช่วย ลดความรุนแรงของภาษีตอบโต้ทางการค้าที่ 36% ที่ไทยเผชิญอยู่ลงได้ถึง 9-10 เท่า ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบต่อภาคการส่งออกของไทยได้อย่างมาก




ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest

Tags : ข่าวทองข่าวทอง ทอง ราคาทอง

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com