• สรุปข่าวราคาทองคำ ประจำวันที่ 21 กรกฎาคม 2568

    21 กรกฎาคม 2568 | Gold News


สรุปตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ


  • Prelim UoM Consumer Sentiment ออกมาที่ 61.8 สูงกว่าคาดการณ์ที่ 61.4 และครั้งก่อนที่ 60.7
  • Preliminary  Inflation Expectations : ออกมาที่ 4.4% ครั้งก่อนหน้า อยู่ที่ 5.0%


ข่าวเกี่ยวกับทองคำ


  • สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดปรับตัวขึ้นในวันศุกร์ เนื่องจากดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าลง และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจยังคงหนุนความต้องการทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย


  • ราคาทองคำตลาดโลกเช้านี้ ปรับตัวขึ้น 6.96 เหรียญ หรือ 0.21% อยู่ที่ระดับ 3,357.05 เหรียญ
  • สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือนส.ค. เพิ่มขึ้น 13.00 ดอลลาร์ หรือ 0.39% ปิดที่ 3,358.30 ดอลลาร์/ออนซ์
  • กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าขายออก 4.88 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 943.62 ตันภาพรวมเดือนกรกฎาคม ขายสุทธิ 8.91 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ซื้อสุทธิ 71.1 ตัน


  • นักวิเคราะห์รายหนึ่งระบุว่า ตลาดโลหะมีค่าปรับตัวขึ้นในวงกว้าง เนื่องจากดอลลาร์ที่อ่อนค่าลง โดยดัชนีดอลลาร์ ลดลง 0.3% ทำให้ทองคำมีราคาถูกลงสำหรับผู้ถือสกุลเงินอื่น


  • นักวิเคราะห์อีกรายหนึ่งระบุว่า ความกังวลต่อการเติบโตของหนี้สหรัฐฯ และข่าวเกี่ยวกับภาษีศุลกากรยังคงหนุนให้ทองคำเป็นที่น่าสนใจ และในขณะนี้ราคาทองคำมีแนวรับที่แข็งแกร่ง


  • ผลสำรวจล่าสุดของ Kitco News Gold Survey ยังคงมีความเห็นที่หลากหลายเกี่ยวกับทิศทางของ ราคาทองคำ ในสัปดาห์นี้ แม้จะมีนักวิเคราะห์เพียงส่วนน้อยที่มองว่าราคาจะปรับตัวลดลงก็ตาม  โดย 53%  คาดการณ์ว่า ราคาทองคำจะปรับตัวสูงขึ้น ในสัปดาห์นี้ ขณะที่ 40% มองว่าราคาทองคำมีแนวโน้มที่จะ ทรงตัว โดยอาจยังไม่มีปัจจัยที่ชัดเจนพอที่จะผลักดันให้ราคาเคลื่อนไหวอย่างมีนัยสำคัญในระยะสั้น และมีเพียง 7% ที่ยังคงมีมุมมองเชิงลบและคาดการณ์ว่า ราคาทองคำจะปรับตัวลดลง ในสัปดาห์นี้


ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง


  • ดัชนีดอลลาร์ ปรับตัวลดลง -0.03 จุด หรือ -0.03% มาอยู่ที่ระดับ 98.46 จุด
  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี  ปรับตัวลดลง -0.02 % มาอยู่ที่ระดับ 4.421% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวลดลง -0.02 % มาอยู่ที่ระดับ 3.871% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ0.55%


  • คริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ ผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ออกมาเรียกร้องอย่างชัดเจนให้มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปลายเดือนกรกฎาคมนี้ โดยยืนยันอีกครั้งว่าแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่เกิดจากภาษีศุลกากรจะเป็นเพียงปัจจัยชั่วคราวเท่านั้น โดยคำพูดของวอลเลอร์ได้รับความสนใจเป็นพิเศษ เนื่องจากเขาถูกมองว่าเป็นหนึ่งในผู้ที่มีคุณสมบัติโดดเด่นที่จะเข้ามารับตำแหน่งประธาน Fed แทน เจอโรม พาวเวลล์ ซึ่งจะหมดวาระในเดือนพฤษภาคมปีหน้า


ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจ


  • ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบ ขณะที่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปิดแทบไม่เปลี่ยนแปลง หลังจากตลาดฟื้นตัวจากแรงกดดันระยะสั้นที่เกิดจากรายงานของไฟแนนเชียลไทมส์ ซึ่งระบุว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ผลักดันให้มีการเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากสหภาพยุโรป (EU) ในอัตราสูง


  • ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 44,342.19 จุด ลดลง 142.30 จุด หรือ -0.32%
  • ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,296.79 จุด ลดลง 0.57 จุด หรือ -0.01% 
  • ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 20,895.66 จุด เพิ่มขึ้น 10.01 จุด หรือ +0.05%


  • ตลอดทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมา ดัชนีดาวโจนส์ลดลง 0.07% แต่ดัชนี S&P500 บวก 0.59% และดัชนี Nasdaq เพิ่มขึ้น 1.5%


  • ทั้งดัชนี S&P500 และ Nasdaq ทำสถิติสูงสุดใหม่หลายครั้งในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากนักลงทุนเริ่มไม่กังวลต่อมาตรการภาษีของทรัมป์ และเชื่อว่านโยบายดังกล่าวอาจไม่ส่งผลกระทบรุนแรงต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ อย่างที่เคยกังวลกันก่อนหน้านี้


  • Wells Fargo ออกโรงเตือนว่า แม้ข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดจะดูแข็งแกร่ง แต่ก็มีสัญญาณที่น่าเป็นห่วงซ่อนอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคการใช้จ่ายบริการ แม้ข้อมูลเศรษฐกิจที่ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้จะช่วยคลายความกังวลว่านโยบายภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ยังไม่ทำให้เกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำหรือเงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้น แต่ Wells Fargo กลับแสดงความไม่มั่นใจในภาพรวมที่ดูดีเกินจริงนี้ และแนะนำให้จับตาสัญญาณเตือนที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังตัวเลขทางเศรษฐกิจที่ดูเหมือนจะสดใส


ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน


  • สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดแทบไม่เปลี่ยนแปลงในวันศุกร์ ท่ามกลางปัจจัยข่าวเศรษฐกิจและประเด็นภาษีของสหรัฐฯ ที่ผสมผสานกัน รวมถึงความกังวลด้านอุปทานน้ำมัน หลังสหภาพยุโรป (EU) ประกาศมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียเพิ่มเติมจากกรณีสงครามในยูเครน


  • สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนส.ค. ลดลง 20 เซนต์ หรือ 0.3% ปิดที่ 67.34 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนก.ย. ลดลง 24 เซนต์ หรือ 0.3% ปิดที่ 69.28 ดอลลาร์/บาร์เรล


  • ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้งสัญญาน้ำมันดิบ WTI และน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวลงราว 2%


  • EU บรรลุข้อตกลงคว่ำบาตรชุดที่ 18 ต่อรัสเซียจากกรณีสงครามยูเครน ครอบคลุมมาตรการที่มุ่งเล่นงานอุตสาหกรรมน้ำมันและพลังงานของรัสเซียเพิ่มเติม


  • นักวิเคราะห์ของแคปิตอล อีโคโนมิกส์ (Capital Economics) ระบุในบันทึกว่า ตลาดตอบสนองอย่างจำกัดต่อมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันรัสเซียชุดใหม่ของสหรัฐฯ และยุโรป เนื่องจากนักลงทุนส่วนใหญ่ไม่เชื่อว่าทรัมป์จะเดินหน้าทำตามคำขู่ และเชื่อว่ามาตรการคว่ำบาตรของยุโรปอาจไม่ต่างจากความพยายามก่อนหน้านี้


  • ทั้งนี้ EU จะหยุดนำเข้าผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมที่ผลิตจากน้ำมันดิบรัสเซียทั้งหมด แต่ข้อห้ามนี้ไม่ครอบคลุมการนำเข้าจากนอร์เวย์ อังกฤษ สหรัฐฯ แคนาดา และสวิตเซอร์แลนด์


  • คายา คัลลาส หัวหน้านโยบายต่างประเทศของ EU ระบุผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า EU ได้กำหนดให้โรงกลั่นน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดของรอสเนฟต์ (Rosneft) ในอินเดียอยู่ภายใต้มาตรการคว่ำบาตรชุดนี้ด้วย


  • ข้อมูลของเคปเลอร์ (Kpler) ระบุว่า อินเดียเป็นผู้นำเข้าน้ำมันดิบรัสเซียรายใหญ่ที่สุด ขณะที่ตุรกีเป็นผู้นำเข้ารายใหญ่อันดับสาม ยานิฟ ชาห์ รองประธานฝ่ายตลาดน้ำมันของไรส์แทด เอเนอร์จี (Rystad Energy) กล่าวว่า มาตรการดังกล่าวทำให้ตลาดกังวลว่า ซัพพลายดีเซลเข้าสู่ยุโรปอาจขาดแคลน เนื่องจากอินเดียเป็นแหล่งส่งออกสำคัญ


  • ส่วนข่าวเกี่ยวกับบริษัทน้ำมันสหรัฐฯ นั้น บริษัทเชฟรอน (Chevron) ปิดดีลการซื้อกิจการ เฮสส์ (Hess) ซึ่งเป็นบริษัทพลังงานสหรัฐฯ มูลค่า 5.5 หมื่นล้านดอลลาร์ในวันศุกร์ หลังชนะคดีสำคัญเหนือคู่แข่งรายใหญ่อย่าง เอ็กซอน โมบิล (Exxon Mobil) ทำให้เชฟรอนได้สิทธิ์เข้าถึงแหล่งน้ำมันครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษนอกชายฝั่งกายอานา


ข่าวเกี่ยวกับการเมือง


  • ในด้านประเด็นภาษีนั้น อินโดนีเซียยังอยู่ระหว่างเจรจารายละเอียดข้อตกลงการค้าฉบับใหม่กับสหรัฐฯ โดยอินโดนีเซียกำลังขอข้อยกเว้นภาษีสินค้าส่งออกบางประเภท เช่น น้ำมันปาล์มและนิกเกิล ขณะที่สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ระบุในการพบปะกับนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นว่า มีความเป็นไปได้ที่จะบรรลุข้อตกลงที่ดี” 


  • ไฟแนนเชียลไทมส์รายงานเมื่อวันศุกร์ว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ผลักดันให้มีการเก็บภาษีนำเข้าขั้นต่ำ 15% ถึง 20% ในการทำข้อตกลงกับ EU พร้อมเสริมว่ารัฐบาลสหรัฐฯ กำลังพิจารณาอัตราภาษีตอบโต้ที่เกินกว่า 10% แม้บรรลุข้อตกลงกันได้ก็ตาม


  • นักวิเคราะห์ของซิตี รีเสิร์ช (Citi Research) ในเครือซิตีกรุ๊ป (Citigroup) ระบุในบันทึกว่า การเก็บภาษีตอบโต้ร่วมกับการจัดเก็บภาษีตามอุตสาหกรรม อาจทำให้สหรัฐฯ มีอัตราภาษีที่แท้จริงสูงกว่า 25% ซึ่งสูงกว่าช่วงทศวรรษ 1930 และในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ภาษีเหล่านี้อาจส่งผลให้เงินเฟ้อเร่งตัวขึ้น ซึ่งจะเพิ่มภาระค่าครองชีพของผู้บริโภค กระทบการเติบโตทางเศรษฐกิจ และลดความต้องการใช้น้ำมัน


  • กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกาเตรียมประกาศปรับเพิ่มค่าธรรมเนียมการขอวีซ่าชั่วคราวสำหรับชาวต่างชาติ โดยจะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมใหม่ที่เรียกว่า Visa Integrity Fee เพิ่มเติมอีก 250 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 8,125 บาท) ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป


  • รัฐมนตรีคลังจากกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจเกิดใหม่ 20 ชาติ (G20) แถลงว่า เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญกับความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้นและความท้าทายที่ซับซ้อนและให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างความร่วมมือพหุภาคีเพื่อรับมือกับความเสี่ยงที่มีอยู่และที่กำลังเกิดขึ้นต่อเศรษฐกิจโลก 


  • สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า จีนไม่พอใจอย่างยิ่งและคัดค้านมาตรการจำกัดการนำเข้าเหล็กของรัฐบาลแคนาดาเมื่อไม่นานมานี้ และจีนหวังให้แคนาดาแก้ไขการกระทำที่ผิดพลาดนี้โดยทันที และยกเลิกมาตรการจำกัดต่างๆ โดยยึดมั่นในหลักการของระบบการค้าพหุภาคี

ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท


  • นักบริหารการเงิน เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ  32.40 บาทต่ออ่อนค่าลงเล็กน้อย แทบไม่เปลี่ยนแปลงจากระดับปิดสัปดาห์ก่อนหน้า ณ ระดับ  32.38 บาทต่อดอลลาร์ มองกรอบค่าเงินบาทสัปดาห์นี้ ที่ระดับ 32.10-32.80 บาทต่อดอลลาร์ ส่วนกรอบเงินบาทในวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 32.30-32.50 บาทต่อ ดอลลาร์


  • นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ได้หารือกับผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) เกี่ยวกับมาตรการภาษีสินค้านำเข้าสหรัฐฯ ซึ่งจากการเปิดเผยของรมช.พาณิชย์ พบว่า สหรัฐฯ แสดงความพึงพอใจอย่างมากต่อข้อเสนอใหม่ของไทย โดยไทยได้เสนอที่จะ เปิดตลาดสินค้าสหรัฐฯ มากขึ้น ลดมาตรการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี ทั้งในสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรม รวมถึง สนับสนุนการลงทุนของธุรกิจสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น ตามที่สหรัฐฯ ร้องขอ และเชื่อว่าการเจรจากับสหรัฐฯ มีโอกาสจะได้ข้อสรุปทันก่อนวันที่ 1 ส.ค. ที่มาตรการภาษีจะเริ่มมีผลบังคับใช้


  • SCB EIC รายงานว่า หนี้ครัวเรือนไทย ณ ไตรมาส 1 ปี 2568 ลดลงมาอยู่ที่ 16.35 ล้านล้านบาท หดตัว -0.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน นี่นับเป็นการหดตัวครั้งแรกในรอบ 13 ปี นับตั้งแต่มีการเก็บข้อมูลสินเชื่อครัวเรือนในปี 2555 หลังจากที่หนี้ครัวเรือนชะลอตัวต่อเนื่องมาก่อนหน้านี้

 


ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest

Tags : ข่าวทองข่าวทอง ทอง ราคาทอง

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com