• สรุปข่าวราคาทองคำ ประจำวันที่ 17 กรกฎาคม 2568

    17 กรกฎาคม 2568 | Gold News


สรุปตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ


  • Core PPI m/m ออกมาที่ 0.0% ต่ำกว่าคาดการณ์ที่ 0.2% และครั้งก่อน 0.4%
  • PPI m/m ออกมาที่ 0.0% ต่ำกว่าคาดการณ์ที่  0.2% และครั้งก่อน 0.3%


  • ภาพรวมตัวเลขเศรษฐกิจ ดัชนีเงินเฟ้อภาคการผลิตสหรัฐฯ ทรงตัว 0%  สะท้อนให้เห็นว่า ผู้ผลิตในสหรัฐฯ กำลังแบกรับต้นทุนการผลิตไว้เอง โดยไม่ได้ผลักภาระต้นทุนที่สูงขึ้น ไปยังผู้บริโภคโดยตรง ซึ่งอาจส่งผลดีต่อแนวโน้มเงินเฟ้อของผู้บริโภคในอนาคต

ข่าวเกี่ยวกับทองคำ


  • สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันพุธโดยได้ปัจจัยหนุนจากการที่นักลงทุนเข้าซื้อทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์และข้อพิพาทด้านการค้า นอกจากนี้ ราคาทองคำยังพุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่งในช่วงแรก หลังจากสื่อรายงานว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะปลดเจอโรม พาวเวล ออกจากตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) 


  • ราคาทองคำตลาดโลก ปรับตัวขึ้น 12.2 เหรียญ หรือ 0.37% อยู่ที่ระดับ 3,338.52 เหรียญ
  • สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือนส.ค. เพิ่มขึ้น 22.40 ดอลลาร์ หรือ 0.67% ปิดที่ 3,359.10 ดอลลาร์/ออนซ์
  • กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าซื้อเข้า 3.15 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 950.79 ตันภาพรวมเดือนกรกฎาคม ขายสุทธิ 1.74 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ซื้อสุทธิ 78.27 ตัน


  • สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ มีแผนจะปลดนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อย่างไรก็ตาม ราคาทองคำได้ปรับตัวลดลงในภายหลัง หลังจากที่ทรัมป์ออกมาปฏิเสธข่าวดังกล่าว


  • ทรัมป์ยืนยันว่าเขาไม่ได้วางแผนที่จะปลดพาวเวลในขณะนี้ แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธความเป็นไปได้ในอนาคต โดยให้เหตุผลถึงการสอบสวนเรื่องงบประมาณที่สูงเกินจริงในโครงการปรับปรุงอาคารเฟดมูลค่า 2.5 พันล้านดอลลาร์


  • นอกจากนี้ สถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางก็มีส่วนหนุนความต้องการทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย หลังจากอิสราเอลเปิดฉากโจมตีทางอากาศอย่างหนักต่อกรุงดามัสกัสของซีเรีย ส่งผลให้กระทรวงกลาโหมได้รับความเสียหาย และมีการโจมตีในบริเวณใกล้เคียงทำเนียบประธานาธิบดี การโจมตีครั้งนี้ยิ่งเพิ่มความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์ และกระตุ้นให้นักลงทุนหันมาซื้อทองคำมากขึ้น


  • สภาทองคำโลก (WGC) เปิดเผยว่า ธนาคารกลางในประเทศต่าง ๆ กำลังหันมาซื้อทองคำจากเหมืองภายในประเทศเพื่อเพิ่มปริมาณทองคำสำรอง เพราะนอกจากจะมีราคาที่ถูกกว่าแล้ว การซื้อทองคำโดยตรงจากเหมืองยังช่วยสนับสนุนอุตสาหกรรมในท้องถิ่น และยังสามารถเพิ่มทองคำในระบบทุนสำรองโดยไม่กระทบต่อเงินทุนสำรองระหว่างประเทศ


ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง


  • ดัชนีดอลลาร์ ปรับตัวลดลง -0.08 จุด หรือ -0.08% มาอยู่ที่ระดับ 98.51 จุด
  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี  ปรับตัวลดลง -0.03 % มาอยู่ที่ระดับ 4.467% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวลดลง -0.05 % มาอยู่ที่ระดับ 3.902% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ0.57%


  • ซีอีโอจากธนาคารยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ ต่างออกมาแสดงจุดยืนที่สอดคล้องกัน โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของ "ความเป็นอิสระ" ของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ท่ามกลางกระแสข่าวการแทรกแซง


  • เจมี ไดมอน ซีอีโอของ JPMorgan Chase & Co. กล่าวในการแถลงผลประกอบการ ชี้ชัดว่าความเป็นอิสระของเฟดนั้น "เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง" ไม่ใช่แค่สำหรับประธานเฟดคนปัจจุบันเท่านั้น แต่รวมถึงผู้ที่จะมารับตำแหน่งในอนาคตด้วย เขายังเตือนว่าการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเฟด "มักจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ไม่พึงประสงค์"


  • หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ปริวรรตเงินตราของ Deutsche Bank ได้ออกมาเตือนถึงผลกระทบที่รุนแรงและฉับพลันต่อตลาดการเงินโลก หากมีการปลดประธานเฟด คาดการณ์ว่า ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐจะร่วงลงอย่างน้อย 3-4% ขณะเดียวกัน ตลาดพันธบัตรก็จะเผชิญกับการเทขายครั้งใหญ่ โดยมีสาเหตุสำคัญมาจาก การถูกลดความเชื่อมั่น ต่อความเป็นอิสระและเสถียรภาพของสถาบันการเงินที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก จะสั่นคลอนอย่างหนัก ซึ่งอาจนำไปสู่ความผันผวนครั้งใหญ่ในตลาดการเงินทั่วโลกได้


  • ลอรี โลแกน ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) สาขาดัลลัส กล่าวว่า เฟดอาจจำเป็นต้องคงอัตราดอกเบี้ยต่อไปอีกระยะหนึ่ง เพื่อรักษาอัตราเงินเฟ้อให้คงอยู่ที่ระดับต่ำ ในช่วงเวลาที่แรงกดดันด้านราคาเพิ่มสูงขึ้นอันเนื่องมาจากมาตรการภาษีศุลกากรของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์


ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจ


  • ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันพุธ ขณะที่ดัชนี Nasdaq ปิดทำนิวไฮอย่างต่อเนื่อง หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ปฏิเสธข่าวการปลดเจอโรม พาวเวล ออกจากตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) โดยคำยืนยันของปธน.ทรัมป์ช่วยให้ตลาดพลิกกลับสู่แดนบวก หลังจากที่ร่วงลงในช่วงแรก


  • ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 44,254.78 จุด เพิ่มขึ้น 231.49 จุด หรือ +0.53%
  • ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,263.70 จุด เพิ่มขึ้น 19.94 จุด หรือ +0.32%
  • ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 20,730.49 จุด เพิ่มขึ้น 52.69 จุด หรือ +0.25%


  • ในระหว่างวัน ดัชนีดาวโจนส์ร่วงลงเกือบ 200 จุด ขณะที่ S&P500 และ Nasdaq ดิ่งลงกว่า 1% หลังจากสื่อหลายแห่งรายงานโดยอ้างการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวว่า ปธน.ทรัมป์ได้แจ้งต่อสมาชิกสภาคองเกรสสังกัดพรรครีพับลิกันว่า เขาจะปลดพาวเวลออกจากตำแหน่งประธานเฟด หลังจากได้รับเสียงสนับสนุนจากสมาชิกพรรค


  • ทั้งนี้ คำยืนยันดังกล่าวของปธน.ทรัมป์ช่วยหนุนดัชนีหลักทั้ง 3 ดัชนีดีดตัวขึ้น ขณะที่ดัชนี CBOE Volatility Index (VIX) ซึ่งเป็นมาตรวัดความวิตกของนักลงทุนในตลาดหุ้นนิวยอร์ก ลดช่วงลบ หลังจากพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 3 สัปดาห์อันเนื่องมาจากข่าวปลดพาวเวล


  • ธนาคารรายใหญ่ในวอลล์สตรีทเปิดเผยผลประกอบการที่ดีเกินคาดในวันพุธ ซึ่งรวมถึงโกลด์แมน แซคส์ (Goldman Sachs), แบงก์ ออฟ อเมริกา (Bank of America) และมอร์แกน สแตนลีย์ (Morgan Stanley) แต่ก็ไม่สามารถหนุนราคาหุ้นธนาคารเหล่านี้ให้แข็งแกร่งขึ้นได้ โดยหุ้นโกลด์ แมนแซคส์ ขยับขึ้นเพียง 0.9% ส่วนหุ้นแบงก์ ออฟ อเมริกา และมอร์แกน สแตนลีย์ ปรับตัวลง 0.3% และ 1.3% ตามลำดับ


  • สำนักงานสถิติแห่งชาติอังกฤษเปิดเผยตัวเลขอย่างเป็นทางการว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหราชอาณาจักร (UK) แตะระดับสูงสุดในรอบกว่าหนึ่งปีที่ 3.6% ในเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้นจาก 3.4% ในเดือนพ.ค. และสูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ที่ 3.4%


  • ผลสำรวจความเชื่อมั่นทางธุรกิจทังกัน” (Tankan) ของรอยเตอร์ ชี้ว่า ความเชื่อมั่นของผู้ผลิตในญี่ปุ่นปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยในเดือนก.ค. และมีแนวโน้มว่าจะดีขึ้นต่อเนื่อง โดยได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ แม้ว่ายังคงมีความกังวลเกี่ยวกับกำแพงภาษีของสหรัฐฯ ก็ตาม


  • แอนดรูว์ เบลีย์ ผู้ว่าการธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ระบุว่า กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) มีบทบาทสำคัญในการจัดการกับความไม่สมดุลที่เสี่ยงต่อเสถียรภาพในเศรษฐกิจโลก ซึ่งส่วนใหญ่มีต้นตอมาจากสหรัฐฯ และจีน โดยเขาเน้นย้ำว่า การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจโลก ควรดำเนินการในระดับพหุภาคี ไม่ใช่เพียงในระดับประเทศ เพราะจะทำให้การกำหนดนโยบายมีประสิทธิภาพมากกว่า


ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน


  • สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันพุธ โดยตลาดถูกกดดันจากสต็อกเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งความวิตกกังวลว่ามาตรการภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจเป็นวงกว้าง


  • สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนส.ค. ลดลง 14 เซนต์ หรือ 0.21% ปิดที่ 66.38 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนก.ย. ลดลง 19 เซนต์ หรือ 0.28% ปิดที่ 68.52 ดอลลาร์/บาร์เรล


  • สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐฯ (EIA) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้น 3.4 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลง 1 ล้านบาร์เรล ส่วนสต็อกน้ำมันกลั่น ซึ่งรวมถึงฮีตติ้งออยล์และน้ำมันดีเซล พุ่งขึ้น 4.2 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่คาดว่าจะลดลงเพียง 200,000 บาร์เรล


  • ทั้งนี้ การพุ่งขึ้นของสต็อกน้ำมันเบนซินและน้ำมันกลั่นสะท้อนให้เห็นถึงอุปสงค์เชื้อเพลิงที่อ่อนแอลงในสหรัฐฯ แม้ขณะนี้เป็นช่วงเวลาสูงสุดของฤดูการขับขี่ยานยนต์ในหน้าร้อนของสหรัฐฯ


  • ส่วนสต็อกน้ำมันดิบลดลง 3.9 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าลดลงเพียง 552,000 บาร์เรล


  • ราคาน้ำมันได้รับแรงหนุนในระดับหนึ่งจากรายงานของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ที่ระบุว่า กิจกรรมทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเล็กน้อย ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา แต่แนวโน้มโดยรวมไม่สดใสนัก เนื่องจากภาคธุรกิจรายงานว่าการที่รัฐบาลทรัมป์ปรับขึ้นภาษีศุลกากรกำลังทำให้แรงกดดันด้านราคาปรับตัวสูงขึ้น


  • ด้านนักวิเคราะห์ของ Barclays คาดการณ์ว่า ความต้องการใช้น้ำมันในจีนจะเพิ่มขึ้น 400,000 บาร์เรล/วันในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 แตะที่ระดับ 17.2 ล้านบาร์เรล/วัน

ข่าวเกี่ยวกับการเมือง


  • อิสราเอลได้เปิดฉากโจมตีทางอากาศอย่างรุนแรงในกรุงดามัสกัสของซีเรีย ซึ่งสร้างความเสียหายต่อกระทรวงกลาโหมของซีเรีย นอกจากนี้ การโจมตียังเกิดขึ้นใกล้กับทำเนียบประธานาธิบดีของซีเรียด้วย โดยการโจมตีในครั้งนี้ยิ่งเพิ่มความกังวลทางภูมิรัฐศาสตร์ และทำให้นักลงทุนเข้าซื้อทองคำทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย


  • ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เปิดเผยว่า เขาวางแผนจะเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากประเทศขนาดเล็ก ซึ่งรวมถึงประเทศในแอฟริกาและแคริบเบียน ในอัตราที่สูงกว่า 10% เล็กน้อย พร้อมเผยว่าจะส่งจดหมายแจ้งอัตราภาษีดังกล่าวเร็ว ๆ นี้


  • ทรัมป์เผย สหรัฐฯ ใกล้บรรลุข้อตกลงการค้ากับอินเดียและยุโรป  ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ให้สัมภาษณ์ ว่า สหรัฐฯ กำลังเข้าใกล้การบรรลุข้อตกลงทางการค้ากับ อินเดีย อย่างมาก และมีความเป็นไปได้ที่จะทำข้อตกลงกับ สหภาพยุโรป (EU) ได้เช่นกัน อย่างไรก็ตาม เขายังไม่สามารถระบุได้ว่าข้อตกลงกับแคนาดาจะเกิดขึ้นได้หรือไม่


  • สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ออกมาให้ความมั่นใจต่อตลาดว่า เส้นตายการระงับใช้ภาษีนำเข้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ ที่จะสิ้นสุดในเดือนหน้า อาจขยับได้ พร้อมยืนยันว่า การเจรจาระหว่างสองชาติกำลังคืบหน้าไปในทิศทางที่ดี

ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท


  • ค่าเงินบาทวันนี้ เปิดตลาดแข็งค่าที่ 32.50 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าเล็กน้อยจากราคาปิดตลาดเมื่อวานที่ระดับ 32.55 บาทต่อดอลลาร์ โดยกรอบแนวรับที่ 32.30 บาท แนวต้าน 32.80 บาท

 

 


ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest

Tags : ข่าวทองข่าวทอง ทอง ราคาทอง

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com