• สรุปข่าวราคาทองคำ ประจำวันที่ 15 กรกฎาคม 2568

    15 กรกฎาคม 2568 | Gold News


ข่าวเกี่ยวกับทองคำ


  • สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันจันทร์ เนื่องจากนักลงทุนขายทำกำไรหลังจากราคาทองคำพุ่งขึ้นแตะระดับสุงสุดในรอบ 3 สัปดาห์ ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตาการเจรจาการค้า และข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ซึ่งรวมถึงดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)


  • ราคาทองคำตลาดโลก ปรับตัวลดลง -13.9 เหรียญ หรือ -0.41% อยู่ที่ระดับ 3,348.48 เหรียญ
  • สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือนส.ค. ลดลง 4.9 ดอลลาร์ หรือ 0.15% ปิดที่ 3,359.10 ดอลลาร์/ออนซ์
  • กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าไม่เปลี่ยนแปลง ปัจจุบันถือครองที่ 947.64 ตันภาพรวมเดือนกรกฎาคม ขายสุทธิ 4.89 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ซื้อสุทธิ 75.12 ตัน


  • ราคาทองคำปรับตัวลงจากการที่นักลงทุนเทขายทำกำไรหลังจากราคาทะยานขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 3 สัปดาห์ นอกจากนี้ การแข็งค่าของสกุลเงินดอลลลาร์ยังส่งผลให้สัญญาทองคำซึ่งกำหนดราคาเป็นสกุลเงินดอลลาร์นั้น มีราคาที่ไม่น่าดึงดูดใจสำหรับนักลงทุนที่ถือครองสกุลเงินอื่น ๆ


ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง


  • ดัชนีดอลลาร์ ปรับตัวขึ้น 0.13 จุด หรือ 0.13% มาอยู่ที่ระดับ 98.09 จุด
  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้น 0.01 % มาอยู่ที่ระดับ 4.433% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวขึ้น 0.02 % มาอยู่ที่ระดับ 3.902% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ0.53%


  • นายเควิน แฮสเซตต์ ที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจของทำเนียบขาว กล่าวว่า ปธน.ทรัมป์ มีอำนาจในการปลดเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด หากมีมูลเหตุอันสมควร และระบุว่าเฟดมีเรื่องที่ต้องชี้แจงอีกมาก เกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงอาคารของเฟด แต่ทว่าเฟรนช์ ฮิลล์ สส. พรรครีพับลิกัน ซึ่งเป็นประธานคณะกรรมาธิการบริการการเงินของสภาผู้แทนฯ กล่าวว่า ทรัมป์ ไม่มีอำนาจในการปลดพาวเวล แต่สภาคองเกรส จะยังคงตรวจสอบการทำงานของเฟดต่อไป


  • สถานการณ์ตลาดพันธบัตรระยะยาวของญี่ปุ่นย่ำแย่ลงอย่างรวดเร็วเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากนักลงทุนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น (JGB) กำลังเตรียมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงอำนาจที่อาจเกิดขึ้นในการเลือกตั้งสภาสูงในช่วงสุดสัปดาห์นี้ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสถานะทางการคลังที่เปราะบางอยู่แล้วของประเทศ


  • อัตราผลตอบแทนของ JGB รุ่นอายุ 30 ปี ปรับตัวเข้าใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่เคยทำไว้เมื่อเดือนพฤษภาคม ขณะที่อัตราผลตอบแทนของ JGB รุ่นอายุ 20 ปี ก็พุ่งแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2000 แสดงให้เห็นถึงความกังวลอย่างหนักของตลาดต่ออนาคตเศรษฐกิจของญี่ปุ่น


ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจ


  • ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเล็กน้อยในวันจันทร์ ท่ามกลางการซื้อขายที่เป็นไปอย่างระมัดระวัง หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศเรียกเก็บภาษีศุลกากรครั้งล่าสุด ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตาการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจและผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน


  • ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 44,459.65 จุด เพิ่มขึ้น 88.14 จุด หรือ +0.20%
  • ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,268.56 จุด เพิ่มขึ้น 8.81 จุด หรือ +0.14%
  • ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 20,640.33 จุด เพิ่มขึ้น 54.80 จุด หรือ +0.27%


  • นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจในสัปดาห์นี้ เพื่อประเมินผลกระทบของมาตรการต่าง ๆ ของปธน.ทรัมป์ที่จะมีต่อภาวะเศรษฐกิจของสหรัฐฯ โดยข้อมูลดังกล่าวรวมถึงดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนมิ.ย., ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนมิ.ย., การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนมิ.ย., ยอดค้าปลีกเดือนมิ.ย., ราคานำเข้าและราคาส่งออกเดือนมิ.ย. และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคขั้นต้นเดือนก.ค.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน


  • นอกจากนี้ นักลงทุนยังรอดูรายงานผลประกอบการของบริษัทจะทะเบียนในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึงเจพีมอร์แกน (JPMorgan), เน็ตฟลิกซ์ (Netflix) และจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน (Johnson & Johnson)


  • หุ้น 7 ใน 11 กลุ่มที่คำนวณในดัชนี S&P500 ปิดในแดนบวก นำโดยหุ้นกลุ่มบริการด้านการสื่อสารและกลุ่มการเงินปรับตัวขึ้น 0.73% และ 0.67% ตามลำดับ ส่วนหุ้นกลุ่มพลังงานร่วงลง 1.2% หลังจากราคาน้ำมัน WTI ดิ่งลงกว่า 2%


  • หุ้นบริษัทคริปโทเคอร์เรนซีปรับตัวขึ้น หลังจากราคาบิตคอยน์พุ่งขึ้นทะลุระดับ 120,000 ดอลลาร์เป็นครั้งแรก โดยหุ้นคอยน์เบส โกลบอล (Coinbase Global) พุ่งขึ้น 1.8% และหุ้นไมโครสตราเทจี (Microstrategy) ทะยานขึ้น 3.8%


  • สำนักข่าวซินหัวรายงานข้อมูลจากสำนักงานศุลกากรจีนว่า ยอดส่งออกเดือนมิ.ย.ของจีนปรับตัวขึ้น 5.8% ซึ่งมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 5% เนื่องจากภาคธุรกิจของจีนยังคงเร่งส่งออกสินค้าอย่างต่อเนื่องเพื่อใช้ประโยชน์จากการที่รัฐบาลสหรัฐฯ ยกเว้นภาษีศุลกากรชั่วคราว ก่อนที่จะถึงกำหนดเส้นตายในเดือนส.ค. ส่วนการนำเข้าในเดือนมิ.ย.เพิ่มขึ้น 1.1% ซึ่งเพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกในปีนี้


ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน


  • สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 2% ในวันจันทร์ ขณะที่นักลงทุนประเมินข่าวประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศคว่ำบาตรประเทศที่ซื้อน้ำมันจากจากรัสเซีย ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันในตลาดโลก นอกจากนี้ นักลงทุนยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับมาตรการภาษีศุลกากรของทรัมป์


  • สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนส.ค. ลดลง 1.47 ดอลลาร์ หรือ 2.15% ปิดที่ 66.98 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนก.ย. ลดลง 1.15 ดอลลาร์ หรือ 1.63% ปิดที่ 69.21 ดอลลาร์/บาร์เรล


  • ปธน.ทรัมป์ประกาศว่าจะใช้มาตรการภาษีทุติยภูมิ (Secondary Tariffs) ที่รุนแรงต่อรัสเซีย หากสงครามที่ดำเนินมากว่า 3 ปีระหว่างรัสเซียและยูเครนไม่ยุติลงภายในเวลา 50 วัน หรือภายในวันที่ 2 ก.ย.


  • มาตรการภาษีทุติยภูมิของปธน.ทรัมป์ถือเป็นมาตรการคว่ำบาตรรัสเซีย ซึ่งจะส่งผลให้รัสเซียและประเทศที่ยังคงซื้อน้ำมันจากรัสเซียเผชิญภาษีที่สูงถึง 100% ของมูลค่าการนำเข้า เท่ากับเป็นการเพิ่มต้นทุน 2 เท่าสำหรับประเทศที่ตกเป็นเป้าหมาย


  • นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์ยืนยันว่า สหรัฐฯ จะสนับสนุนอาวุธให้กับยูเครนผ่านทางนาโต โดยประเทศสมาชิกจะเป็นผู้จัดซื้อและส่งต่อไปยังยูเครน ภายใต้การประสานงานของแมทธิว วิตเทเกอร์ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำนาโต


  • ในช่วงแรก ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นจากการคาดการณ์ที่ว่า สหรัฐฯ จะออกมาตรการคว่ำบาตรในระดับที่รุนแรงขึ้น แต่ราคาน้ำมันปรับตัวลงในเวลาต่อมา เมื่อนักลงทุนเริ่มประเมินว่าสหรัฐฯ จะเรียกเก็บภาษีที่สูงกับประเทศที่ยังคงค้าขายกับรัสเซียจริงหรือไม่


  • ราคาน้ำมันได้รับแรงหนุนในระหว่างวัน หลังจากสำนักงานศุลกากรจีนเปิดเผยว่า จีนนำเข้าน้ำมันเพิ่มขึ้น 7.4% ในเดือนมิ.ย. เมื่อเทียบรายปี แตะที่ระดับ 12.14 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนส.ค. 2566


ข่าวเกี่ยวกับการเมือง


  • รัฐมนตรีการค้าของประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (EU) ประชุมร่วมกัน ณ กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม ในเมื่อวานนี้ (14 ก.ค.) หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ประกาศเรียกเก็บภาษีศุลกากรจาก EU ในอัตรา 30% โดยมีผลในวันที่ 1 ส.ค.นี้


  • รัฐมนตรีต่างประเทศเดนมาร์ก กล่าวว่าเราไม่ควรดำเนินมาตรการตอบโต้ใด ๆ ในระยะนี้ แต่เราควรเตรียมพร้อมที่จะใช้ทุกเครื่องมือที่มีพร้อมกับเสริมว่าเราต้องการข้อตกลง แต่โบราณว่าเอาไว้ หากต้องการสันติภาพ จงเตรียมพร้อมสู่สงคราม


  • เออร์ซูลา ฟอน เดอร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (EC) ซึ่งดูแลนโยบายการค้าของ 27 ชาติสมาชิก กล่าวว่า EU จะยังคงดำเนินนโยบายสองแนวทาง คือเปิดโต๊ะเจรจาควบคู่ไปกับการเตรียมมาตรการตอบโต้


  • ด้านประเทศอินเดีย กำลังก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่นที่น่าจับตามองในเวทีเศรษฐกิจโลกอย่างมาก ในสถานการณ์ที่อาจเผชิญกับ "ภาษีทุติยภูมิ" หากยังคงนำเข้าน้ำมันจากรัสเซียอย่างต่อเนื่อง อินเดียก็ได้แสดงออกถึงบทบาททางการทูตที่น่าสนใจ โดยการส่งคณะผู้แทนการค้าเดินทางไปยังกรุงวอชิงตันเพื่อเจรจาข้อตกลงการค้าทวิภาคีกับสหรัฐอเมริกา


  • ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวว่า ญี่ปุ่นและประเทศคู่ค้าหลักรายอื่น ๆ เปลี่ยนท่าทีในการเจรจาภาษีอย่างรวดเร็วมากซึ่งเป็นการส่งสัญญาณว่า ทรัมป์เชื่อว่าการเจรจาอาจมีความคืบหน้าและนำไปสู่การบรรลุข้อตกลงการค้าในไม่ช้า 


  • นอกจากนี้ ทรัมป์ เผยว่าสหรัฐฯ สามารถกวาดรายได้จากภาษีได้กว่า 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์เมื่อเดือนที่แล้ว โดยกล่าวว่าประเทศของเรากำลังทำเงินมหาศาลโดยการเรียกเก็บภาษีรถยนต์ เหล็กกล้า และอะลูมิเนียมในอัตราใหม่ มีส่วนอย่างมากในการทำให้รายได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว


  • ทูตพิเศษด้านยูเครนของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ได้เดินทางถึงกรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครนแล้วในเมื่อวานนี้ เพื่อหารือถึงการยกระดับความช่วยเหลือด้านความมั่นคงและมาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซีย ท่ามกลางกระแสข่าวว่าสหรัฐฯ กำลังจะเปลี่ยนนโยบายครั้งใหญ่ ด้วยการส่งอาวุธเชิงรุกให้ยูเครนเป็นครั้งแรก


ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท


  • นักบริหารการเงิน เปิดเผยว่า "ค่าเงินบาทวันนี้"เปิดเช้านี้ ที่ระดับ 32.46 บาทต่อดอลลาร์อ่อนค่าลงเล็กน้อยจากระดับปิดวันที่ผ่านมา ณ ระดับ  32.38 บาทต่อดอลลาร์ มองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 32.30-32.60 บาทต่อดอลลาร์ 


  • นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย เปิดเผยว่า สหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังคงต้องการเจรจากับไทยเพื่อลดอัตราภาษีนำเข้าที่ 36% โดยสังเกตได้จากอัตราภาษีของไทยและอินโดนีเซีย (32%) ที่ยังคงเป็นตัวเลขที่ไม่กลม ซึ่งแตกต่างจากประเทศอื่น ๆ เช่น ฟิลิปปินส์ (17% เป็น 20%) และญี่ปุ่น (24% เป็น 25%) ที่ถูกปรับเป็นตัวเลขกลม แสดงให้เห็นว่าสหรัฐฯ ยังเปิดโอกาสให้ไทยและอินโดนีเซียสามารถเจรจาต่อรองได้


  • นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เปิดเผยล่าสุดว่า ได้เซ็นหนังสือเสนอชื่อบุคคลผู้ที่จะได้รับการคัดเลือกเป็นผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คนใหม่ เพื่อเตรียมเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาในวันนี้ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว อนึ่ง สำหรับรายชื่อ 2 บุคคล ที่ผ่านการพิจารณาคุณสมบัติจากคณะกรรมการคัดเลือกผู้ว่าการฯ ธปท. ซึ่งคณะกรรมการคัดเลือกฯ ได้นำเสนอชื่อให้ รมว.คลัง พิจารณานั้น คาดว่าเป็นนางรุ่ง มัลลิกะมาสรองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธปท. และนายวิทัย รัตนากรผู้อำนวยการธนาคารออมสิน

 

 


ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest

Tags : ข่าวทองข่าวทอง ทอง ราคาทอง

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com