• สรุปข่าวราคาทองคำ ประจำวันที่ 9 กรกฎาคม 2568

    9 กรกฎาคม 2568 | Gold News


ข่าวเกี่ยวกับทองคำ


  • สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันอังคาร โดยถูกกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ปรับตัวสูงขึ้น นอกจากนี้ มุมมองเชิงบวกเกี่ยวกับการทำข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐฯ และประเทศคู่ค้า ยังส่งผลให้ความต้องการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัยลดน้อยลงด้วย


  • ราคาทองคำตลาดโลก ปรับตัวลดลง -36.72 เหรียญ หรือ -1.1% อยู่ที่ระดับ 3,303.78 เหรียญ
  • สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือนส.ค. ลดลง 25.90 ดอลลาร์ หรือ 0.77% ปิดที่ 3,316.90 ดอลลาร์/ออนซ์
  • กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าขายออก 1.15 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 946.51 ตันภาพรวมเดือนกรกฎาคม ขายสุทธิ 6.02 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ซื้อสุทธิ 73.99 ตัน


  • ขณะที่นักวิเคราะห์จากบริษัท Zaner Metals กล่าวว่านักลงทุนมีมุมมองบวกว่าสหรัฐฯ อาจจะบรรลุข้อตกลงกับประเทศคู่ค้า ซึ่งส่งผลให้ความต้องการทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย ปรับตัวลดลง


  • ราคาทองแดงทั่วโลก ทะยานขึ้นทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังจากที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ส่งสัญญาณว่าอาจประกาศขึ้นภาษีนำเข้าถึง 50% ซึ่งสร้างความกังวลว่ามาตรการดังกล่าวจะจุดชนวนให้เกิด ภาวะเงินเฟ้อครั้งใหญ่ ทั่วโลก เนื่องจากทองแดงเป็นวัสดุสำคัญในอุตสาหกรรมไฟฟ้า


  • ราคาซื้อขายล่วงหน้า ทองแดง ในตลาด COMEX พุ่งขึ้นถึง 17% ในการซื้อขายรายวัน ซึ่งนับเป็นการปรับขึ้นที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ และในช่วงหนึ่งราคาได้พุ่งขึ้นไปแตะ 5.8955 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดใหม่เช่นกัน


ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง


  • ดัชนีดอลลาร์ ปรับตัวขึ้น 0.19 จุด หรือ 0.2% มาอยู่ที่ระดับ 97.55 จุด
  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้น 0.03 % มาอยู่ที่ระดับ 4.411% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวขึ้น 0.01 % มาอยู่ที่ระดับ 3.901% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ0.51%


  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 2 สัปดาห์


  • นักลงทุนจับตารายงานการประชุมวันที่ 17-18 มิ.ย.ของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ซึ่งจะมีการเผยแพร่ในวันนี้ (9 ก.ค.) เพื่อหาสัญญาณที่ชัดเจนเกี่ยวกับทิศทางนโยบายการเงินของเฟด


  • อดีตผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ เควิน วอร์ช เห็นด้วยที่โดนัลด์ ทรัมป์ แสดงความผิดหวังต่อนโยบายที่เข้มงวดของ เจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด วอร์ชวิจารณ์ว่า "เศรษฐกิจสหรัฐฯ มีศักยภาพในการเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่กลับถูกฉุดรั้งโดยนโยบายที่ผิดพลาดของเฟด ทั้งนโยบายเศรษฐกิจ การกำกับดูแล และการเงินที่ไม่มีประสิทธิภาพ รวมถึงความไม่ชัดเจนของมาตรฐานต่างๆ ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงปีที่ผ่านมา"


  • ธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 3.85% ผิดคาดของนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ที่คาดว่าธนาคารจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% สู่ระดับ 3.6%


ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจ


  • ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบในวันอังคาร โดยตลาดยังคงถูกกดดันจากการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเดินหน้าเรียกเก็บภาษีศุลกากรจากบรรดาประเทศคู่ค้า และล่าสุดปธน.ทรัมป์ยืนยันว่าจะไม่ขยายเส้นตายในการบังคับใช้อัตราภาษีศุลกากรใหม่ที่กำหนดไว้ในวันที่ 1 ส.ค.


  • ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 44,240.76 จุด ลดลง 165.60 จุด หรือ -0.37%
  • ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,225.52 จุด ลดลง 4.46 จุด หรือ -0.07% และ
  • ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 20,418.46 จุด เพิ่มขึ้น 5.95 จุด หรือ +0.03%


  • หุ้น 6 ใน 11 กลุ่มที่คำนวณในดัชนี S&P500 ปิดในแดนลบ นำโดยหุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคและกลุ่มสาธารณูปโภคร่วงลง 1.09% และ 1.07% ส่วนหุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวขึ้นแข็งแกร่งสุด โดยพุ่งขึ้น 2.72% ตามด้วยหุ้นกลุ่มวัสดุเพิ่มขึ้น 0.53%


  • โกลด์แมน แซคส์ (Goldman Sachs) ปรับเพิ่มเป้าหมายดัชนี S&P500 ในช่วงสิ้นปี 2568 สู่ระดับ 6,600 จุด จากเดิมที่ระดับ 6,100 จุด โดยคาดว่าดัชนีจะได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนและการที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีแนวโน้มปรับลดอัตราดอกเบี้ย


  • กระทรวงการคลังญี่ปุ่นเปิดเผยข้อมูลว่า ญี่ปุ่นมียอดเกินดุลบัญชีเดินสะพัด 3.44 ล้านล้านเยน (2.36 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในเดือนพ.ค. โดยได้แรงหนุนจากยอดขาดดุลการค้าสินค้าที่ลดลง โดยดุลการค้าสินค้าขาดดุลอยู่ที่ 5.223 แสนล้านเยน อันเป็นผลมาจากยอดส่งออกที่ลดลง 1.4% แตะระดับ 8.03 ล้านล้านเยน ส่วนยอดนำเข้าลดลง 7.5% สู่ระดับ 8.56 ล้านล้านเยน


  • สหพันธ์ธุรกิจอิสระแห่งชาติสหรัฐ (NFIB) แถลงในวันนี้ว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของธุรกิจขนาดย่อมร่วงลงสู่ระดับ 98.6 ในเดือนมิ.ย. จากระดับ 98.8 ในเดือนพ.ค. และต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 98.7


ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน


  • สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันอังคาร โดยได้แรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่าสหรัฐฯ จะผลิตน้ำมันลดลงในปีนี้ รวมทั้งข่าวที่ว่ากลุ่มฮูตีได้กลับมาก่อเหตุโจมตีเรือสินค้าในทะเลแดงอีกครั้ง


  • สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนส.ค. เพิ่มขึ้น 40 เซนต์ หรือ 0.59% ปิดที่ 68.33 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนก.ย. เพิ่มขึ้น 57 เซนต์ หรือ 0.82% ปิดที่ 70.15 ดอลลาร์/บาร์เรล


  • ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นหลังจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐฯ (EIA) คาดการณ์ว่า สหรัฐฯ จะผลิตน้ำมันในปริมาณ 13.37 ล้านบาร์เรล/วันในปี 2568 ลดลงจากตัวเลขคาดการณ์เดิมที่ระดับ 13.42 ล้านบาร์เรล/วัน และคาดว่าการผลิตน้ำมันในปี 2569 จะอยู่ที่ 13.37 ล้านบาร์เรล/วัน ไม่เปลี่ยนแปลงจากตัวเลขคาดการณ์เดิม


  • ส่วนสถานการณ์ในทะแลแดงนั้น รายงานระบุว่า กลุ่มฮูตีได้ก่อเหตุโจมตีเรือบรรทุกสินค้า “Eternity C” ของไลบีเรียด้วยโดรนและเรือเร็วบริเวณนอกชายฝั่งเยเมน ส่งผลให้ลูกเรือสินค้าลำดังกล่าวเสียชีวิต 3 คน ซึ่งเป็นการโจมตีครั้งที่สองที่เกิดขึ้นภายในวันเดียว หลังจากที่เหตุการณ์ในทะเลแดงอยู่ในความสงบเป็นเวลาหลายเดือน


  • นักวิเคราะห์บางรายกล่าวว่า ตลาดยังได้แรงหนุนจากการที่นักลงทุนเข้าซื้อคืนเพื่อปิดสถานะชอร์ต (short-covering) ทางเทคนิค หลังจากราคาน้ำมันเบรนท์มีการซื้อขายสูงกว่าระดับ 70 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งเป็นแนวต้านสำคัญทั้งทางจิตวิทยาและทางเทคนิค


  • นักลงทุนจับตารายงานสต็อกน้ำมันดิบจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐฯ (EIA) ในวันนี้ ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าสต็อกน้ำมันดิบจะลดลง 2.1 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว


ข่าวเกี่ยวกับการเมือง


  • โดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าการศึกษาใหม่ของสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจ (CEA) พบว่าภาษีนำเข้าไม่มีผลต่อเงินเฟ้อ และจริง ๆ แล้วราคาสินค้านำเข้ากำลังลดลง เขาแย้งว่าภาษีนำเข้าทำให้ประเทศ "เฟื่องฟู" มีโรงงานใหม่ งานใหม่ และการลงทุนมหาศาล พร้อมทั้งวิจารณ์เจอโรม พาวเวลล์ ว่าบ่นเรื่องเงินเฟ้อที่ไม่มีอยู่จริงและควรลดอัตราดอกเบี้ยได้แล้ว


  • ศาลสูงสุดเปิดทางให้ทรัมป์เดินหน้าปลดพนักงานรัฐครั้งใหญ่ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ศาลฎีกาสหรัฐฯ ได้เปิดทางให้รัฐบาลของโดนัลด์ ทรัมป์ สามารถเดินหน้าปลดพนักงานรัฐครั้งใหญ่ และปรับลดขนาดหน่วยงานต่าง ๆ ลงอย่างมหาศาลได้ ซึ่งการตัดสินใจครั้งนี้อาจนำไปสู่การเลิกจ้างพนักงานหลายหมื่นคน และเปลี่ยนแปลงโครงสร้างระบบราชการของรัฐบาลกลางอย่างรุนแรง


  • โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศช่วงเช้าที่ผ่านมาว่าจะมีอีกไม่ต่ำกว่า 7 ประเทศที่โดนมาตรการภาษีเพิ่ม และจะมีการเพิ่มประเทศเป้าหมายอีกในช่วงบ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการ เก็บภาษีทองแดงเพิ่ม 50% และ เก็บภาษียาเพิ่ม 200% นอกจากนี้ ยังเตรียม เก็บภาษีเพิ่ม 10% สำหรับชาติในกลุ่ม BRICS (บราซิล, รัสเซีย, อินเดีย, จีน, แอฟริกาใต้, และประเทศสมาชิกใหม่) ในเร็วๆ นี้อีกด้วย


  • หลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีจีน ได้พูดคุยกับผู้อำนวยการใหญ่องค์การการค้าโลก (WTO) นอกรอบการประชุมสุดยอดครั้งที่ 17 ของกลุ่ม BRICS  โดยหลี่กล่าวว่า จีนพร้อมที่จะทำงานร่วมกับประชาคมโลกเพื่อนำเศรษฐกิจโลกกลับสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด


  • ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กล่าวว่า สหรัฐจะส่งอาวุธเพิ่มเติมให้แก่ยูเครน โดยระบุว่ายูเครนกำลังถูกรัสเซียโจมตีอย่างหนักและจำเป็นต้องสามารถป้องกันตนเองได้

ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท


  • นักบริหารการเงิน เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ  32.57 บาทต่อดอลลาร์อ่อนค่าลงเล็กน้อย แทบไม่เปลี่ยนแปลงจากระดับปิดวันที่ผ่านมา ณ ระดับ  32.54 บาทต่อดอลลาร์ มองกรอบเงินบาทวันนี้  คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 32.50-32.70 บาทต่อดอลลาร์


  • ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า การตัดสินใจของสหรัฐฯ ในเบื้องต้นอาจส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกไทยโดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่มีสหรัฐฯ เป็นคู่ค้าหลัก เช่น อาหารแปรรูป สินค้าเกษตร ยานยนต์และชิ้นส่วน เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ สิ่งทอ อัญมณี เหล็กและอลูมิเนียม ซึ่งคาดว่ามูลค่าความเสียหายต่อการส่งออกไทยอาจอยู่ที่ประมาณ 8-9 แสนล้านบาท




ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest

Tags : ข่าวทองข่าวทอง ทอง ราคาทอง

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com