• สรุปข่าวราคาทองคำ ประจำวันที่ 8 กรกฎาคม 2568

    8 กรกฎาคม 2568 | Gold News


ข่าวเกี่ยวกับทองคำ


  • สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดขยับลงเพียงเล็กน้อยในวันจันทร์ โดยถูกกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ อย่างไรก็ดี ความกังวลเกี่ยวกับมาตรการภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ ยังคงเป็นปัจจัยหนุนแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย


  • ราคาทองคำตลาดโลก ปรับตัวลดลง -8.16 เหรียญ หรือ -0.24% อยู่ที่ระดับ 3,333.41 เหรียญ
  • สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือนส.ค. ลดลง 10 เซนต์ หรือ 0.003% ปิดที่ 3,342.80 ดอลลาร์/ออนซ์
  • กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าไม่เปลี่ยนแปลง ปัจจุบันถือครองที่ 947.66 ตันภาพรวมเดือนกรกฎาคม ขายสุทธิ 4.87 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ซื้อสุทธิ 75.14 ตัน


  • อย่างไรก็ดี ตลาดทองคำได้รับปัจจัยหนุนจากแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยในระหว่างวัน หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศเรียกเก็บภาษีศุลกากรต่อสินค้านำเข้าทุกรายการจากญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ในอัตรา 25% โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.


  • ราคาทองคำยังได้แรงหนุนจากรายงานที่ว่า ธนาคารกลางจีน (PBOC) ได้เพิ่มการถือครองทองคำในระบบทุนสำรองของประเทศติดต่อกันเป็นเดือนที่ 8 โดย ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2568 ปริมาณทองคำสำรองของจีนอยู่ที่ 73.90 ล้านออนซ์ เพิ่มขึ้นจาก 73.83 ล้านออนซ์ ณ สิ้นเดือนพฤษภาคม


  • ทองแดงและโลหะอุตสาหกรรมอื่น ๆ ปรับตัวลง หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศว่าจะเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติมในอัตรา 10% ต่อประเทศใดก็ตามที่ดำเนินนโยบายสอดคล้องกับกลุ่ม BRICS ซึ่งทรัมป์มองว่าเป็นนโยบายต่อต้านอเมริกา


ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง


  • ดัชนีดอลลาร์ ปรับตัวขึ้น 0.4 จุด หรือ 0.41% มาอยู่ที่ระดับ 97.36 จุด
  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้น 0.06 % มาอยู่ที่ระดับ 4.387% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวขึ้น 0.04 % มาอยู่ที่ระดับ 3.893% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ0.49%


  • นักลงทุนจับตารายงานการประชุมวันที่ 17-18 มิ.ย.ของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ซึ่งจะมีการเผยแพร่ในวันพุธ รวมทั้งการแสดงความเห็นของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟดในสัปดาห์นี้ เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางนโยบายการเงินของเฟด


ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจ


  • ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 400 จุดในวันจันทร์ หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศอัตราภาษีศุลกากรที่สหรัฐฯ จะเรียกเก็บจากสินค้านำเข้าของประเทศคู่ค้า ซึ่งรวมถึงญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ นอกจากนี้ ตลาดยังถูกกดดันจากการร่วงลงของหุ้นเทสลา (Tesla)


  • ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 44,406.36 จุด ลดลง 422.17 จุด หรือ -0.94%
  • ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,229.98 จุด ลดลง 49.37 จุด หรือ -0.79% 
  • ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 20,412.52 จุด ลดลง 188.59 จุด หรือ -0.92%


  • หุ้น 9 ใน 11 กลุ่มที่คำนวณในดัชนี S&P500 ปิดในแดนลบ นำโดยหุ้นกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยและกลุ่มวัสดุร่วงลง 1.26% และ 1.04% ส่วนหุ้นกลุ่มสาธารณูปโภคและกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคปรับตัวขึ้น 0.17% และ  0.11%


  • กระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการของญี่ปุ่น เปิดเผยข้อมูลว่า ค่าจ้างที่แท้จริงของญี่ปุ่นในเดือนพ.ค. ปรับตัวลดลง 2.9% เมื่อเทียบรายปี โดยปรับตัวลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 5 และดิ่งลงรุนแรงที่สุดในรอบเกือบ 2 ปี เนื่องจากอัตราการเติบโตของค่าจ้างยังคงไล่ตามไม่ทันภาวะเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้น


ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน


  • สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันจันทร์ โดยได้แรงหนุนจากรายงานที่บ่งชี้ถึงอุปสงค์น้ำมันที่แข็งแกร่งในสหรัฐฯ ซึ่งช่วยบดบังปัจจัยลบจากการที่กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และชาติพันธมิตร หรือโอเปกพลัส มีมติปรับเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันที่สูงเกินคาดในเดือนส.ค. รวมทั้งความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของมาตรการภาษีศุลกากร


  • สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนส.ค. เพิ่มขึ้น 93 เซนต์ หรือ 1.39% ปิดที่ 67.93 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนก.ย. เพิ่มขึ้น 1.28 ดอลลาร์ หรือ 1.87% ปิดที่ 69.58 ดอลลาร์/บาร์เรล


  • ราคาน้ำมันดีดตัวขึ้นหลังมีการเปิดเผยข้อมูลด้านการเดินทางของสหรัฐฯ ว่า มีชาวอเมริกันจำนวนมากเป็นประวัติการณ์ที่เดินทางเพื่อฉลองวันชาติสหรัฐฯ ในวันที่ 4 ก.ค. ทั้งทางบกและทางอากาศ


  • ข้อมูลดังกล่าวช่วยบดบังปัจจัยลบจากการที่กลุ่มโอเปกพลัสมีมติเพิ่มกำลังการผลิต 548,000 บาร์เรล/วันในเดือนส.ค. มากกว่าระดับ 411,000 บาร์เรล/วันในเดือนพ.ค., มิ.ย. และก.ค.


  • ขณะที่โกลด์แมน แซคส์คาดการณ์ว่าโอเปกพลัสจะมีมติเพิ่มกำลังการผลิต 550,000 บาร์เรล/วันในเดือนก.ย. ในการประชุมครั้งต่อไปซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 3 ส.ค.


  • นักลงทุนจับตาความคืบหน้าเกี่ยวกับการหยุดยิงในฉนวนกาซา โดยล่าสุดเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เดินทางเยือนสหรัฐฯ และจะเข้าพบประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ทำเนียบขาว เพื่อหารือข้อตกลงหยุดยิงกับกลุ่มฮามาส ซึ่งอาจปูทางไปสู่การยุติสงครามในฉนวนกาซา

ข่าวเกี่ยวกับการเมือง


  • สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ประกาศแผนการเก็บภาษีเพิ่มเติม 10% จากประเทศที่สนับสนุน "นโยบายต่อต้านอเมริกาของกลุ่ม BRICS" สร้างความกังวลอย่างมากต่อ ประเทศไทย ซึ่งเพิ่งเข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับกลุ่ม BRICS เมื่อต้นปีที่ผ่านมา


  • ประธานาธิบดีทรัมป์ระบุว่า อย่างน้อย 14 ประเทศ จะเริ่มถูกเรียกเก็บภาษีศุลกากรตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคมนี้ โดยบางประเทศอาจต้องเผชิญกับอัตราภาษีที่สูงขึ้นเป็นพิเศษ สำหรับ ประเทศไทย จะถูกเรียกเก็บภาษีในอัตรา 36% ซึ่งไม่เปลี่ยนแปลงจากที่ประธานาธิบดีทรัมป์เคยประกาศไว้เมื่อวันที่ 2 เมษายน ขณะที่ ลาว จะถูกเรียกเก็บภาษี 40% ลดลงจากเดิม 48%


  • นอกจากนี้ สินค้าจาก ญี่ปุ่น จะถูกเรียกเก็บภาษีในอัตรา 25% เพิ่มขึ้นจาก 24% ที่ประกาศเมื่อวันที่ 2 เมษายน ส่วน เกาหลีใต้ ยังคงถูกเก็บภาษีที่ 25% ไม่เปลี่ยนแปลง ด้าน มาเลเซีย, คาซัคสถาน และตูนิเซีย ที่ส่งออกสินค้ามายังสหรัฐฯ จะต้องเสียภาษีในอัตรา 25% ขณะที่สินค้าจาก แอฟริกาใต้ และบอสเนีย จะถูกเก็บภาษีนำเข้า 30% และสินค้าจาก อินโดนีเซีย จะถูกเรียกเก็บภาษี 32%


  • ด้านฝั่งสงคราม อิสราเอลระดมโจมตีทางอากาศใส่ท่าเรือหลายแห่งของเยเมนในทะเลแดงในจังหวัดโฮเดดาห์ทางตะวันตก โดยการโจมตีดังกล่าวมุ่งเป้าไปยังพื้นที่ที่อิสราเอลระบุว่าเป็นฐานที่มั่นของกลุ่มฮูตี ซึ่งประกอบด้วย ท่าเรือ โรงไฟฟ้า


ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท


  • ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 32.58 บาทต่อดอลลาร์อ่อนค่าลงเล็กน้อย แทบไม่เปลี่ยนแปลงจากระดับปิดสัปดาห์ก่อนหน้า ณ ระดับ  32.57 บาทต่อดอลลาร์ ส่วนกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ  32.30-32.70  บาทต่อดอลลาร์


  • รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง กล่าวถึงความคืบหน้าการเจรจามาตรการภาษีกับสหรัฐฯ ว่า สิ่งที่ไทยยื่นข้อเสนอไปล่าสุดนั้น เป็นการปรับปรุงจากข้อเสนอเดิมที่ยื่นไปก่อนหน้า โดยเฉพาะเรื่องอัตราภาษี ซึ่งไทยอาจจะต้องให้อัตราภาษีนำเข้ากับสินค้าสหรัฐฯ 0% มากพอสมควร แต่คงไม่ได้ให้ทั้งหมดทุกรายการ


  • สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ แถลงดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (CPI) เดือน มิ.ย.68 อยู่ที่ 100.42 ลดลงจากเดือนเดียวกันของปีก่อน -0.25% (YoY) จากตลาดคาด -0.1% สาเหตุสำคัญมาจากการลดลงของราคาสินค้าในกลุ่มพลังงาน ประกอบกับราคาสินค้าในกลุ่มอาหารสดหลายชนิดราคาลดลงค่อนข้างมาก 




ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest

Tags : ข่าวทองข่าวทอง ทอง ราคาทอง

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com