• สรุปข่าวราคาทองคำ ประจำวันที่ 4 กรกฎาคม 2568

    4 กรกฎาคม 2568 | Gold News


สรุปตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ


  • Average Hourly Earnings m/m ออกมาที่ 0.2% ต่ำกว่าจากคาดการณ์ที่ 0.3% และครั้งก่อนที่ 0.4%
  • Non-Farm Employment Change ออกมาที่ 147K สูงกว่าจากคาดการณ์ที่ 111K และครั้งก่อนที่ 144K
  • Unemployment Rate ออกมาที่ 4.1% ต่ำกว่าจากคาดการณ์ที่ 4.3% และครั้งก่อนที่ 4.2%
  • Unemployment Claims ออกมาที่ 233K ต่ำกว่าจากคาดการณ์ที่ 240K และครั้งก่อนที่ 237K
  • ISM Services PMI ออกมาที่ 50.8 เท่ากับที่คาดการณ์ที่ 50.8 และสูงกว่าครั้งก่อนที่ 49.9


ข่าวเกี่ยวกับทองคำ


  • สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันพฤหัสบดี หลังสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรที่แข็งแกร่งเกินคาด ซึ่งอาจลดโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย


  • ราคาทองคำตลาดโลก ปรับตัวลดลง -29.71 เหรียญ หรือ -0.88% อยู่ที่ระดับ 3,329.8 เหรียญ
  • สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือนส.ค. ลดลง 16.80 ดอลลาร์ หรือ 0.50% ปิดที่ 3,342.90 ดอลลาร์/ออนซ์
  • กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าไม่เปลี่ยนแปลง ปัจจุบันถือครองที่ 947.66 ตันภาพรวมเดือนกรกฎาคม ขายสุทธิ 4.87 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ซื้อสุทธิ 75.14 ตัน


ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง


  • ดัชนีดอลลาร์ ปรับตัวขึ้น 0.31 จุด หรือ 0.32% มาอยู่ที่ระดับ 97.06 จุด
  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้น 0.07 % มาอยู่ที่ระดับ 4.331% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวขึ้น 0.12 % มาอยู่ที่ระดับ 3.886% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ0.45%


  • นักลงทุนก็เทขายพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ เพราะคลายความกังวล และกล้าที่จะเสี่ยงลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนดีกว่า ทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) ปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 2 ปี ได้พุ่งขึ้นถึง 10 Basis Points ไปอยู่ที่ 3.88% นอกจากนี้ เงินดอลลาร์ก็แข็งค่าขึ้นด้วยเช่นกัน


  • ตัวเลขจ้างงานที่แข็งแกร่งเกินคาดอาจลดโอกาสในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเฟด และเป็นปัจจัยกดดันราคาทองคำ โดยล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 93.3% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 4.25-4.50% ในการประชุมเดือนก.ค. และให้น้ำหนัก 68% ที่เฟดจะปรับลดดอกเบี้ยลง 0.25% ในการประชุมเดือนก.ย. ซึ่งลดลงจากระดับ 74% ที่ให้น้ำหนักไว้เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว


  • สมาชิกคณะกรรมการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) กล่าวว่า BOJ หยุดพักการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพียงชั่วคราวเท่านั้น และจะกลับมาเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยต่อไปในอนาคต แม้เศรษฐกิจญี่ปุ่นมีแนวโน้มที่จะเผชิญแรงกดดันจากมาตรการภาษีศุลกากรก็ตาม


ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจ


  • ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกกว่า 300 จุดในวันพฤหัสบดี ขณะที่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ยังคงปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากนักลงทุนขานรับตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรที่แข็งแกร่งเกินคาดของสหรัฐฯ นอกจากนี้ ตลาดยังได้ปัจจัยหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นอินวิเดีย (Nvidia) ส่งผลให้มูลค่าตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) ของบริษัทพุ่งขึ้นใกล้แตะระดับ 4 ล้านล้านดอลลาร์


  • ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 44,828.53 จุด เพิ่มขึ้น 344.11 จุด หรือ +0.77%
  • ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,279.35 จุด เพิ่มขึ้น 51.93 จุด หรือ +0.83% 
  • ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 20,601.10 จุด เพิ่มขึ้น 207.97 จุด หรือ +1.02%


  • หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีพุ่งขึ้น 1.29% แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาหุ้นที่คำนวณในดัชนี S&P500 ตามด้วยหุ้นกลุ่มการเงินปรับตัวขึ้น 1.08% ส่วนหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมลดลง 0.82% และกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยปรับตัวลง 0.75%


  • หุ้นอินวิเดีย ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิปรายใหญ่ของสหรัฐฯ พุ่งขึ้น 1.3% ส่งผลให้มาร์เก็ตแคปของบริษัทดีดตัวขึ้นแตะระดับ 3.89 ล้านล้านดอลลาร์ และกลายเป็นบริษัทที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก


  • ตลอดทั้งสัปดาห์นี้ ดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวขึ้นทั้งสิ้น 2.3%, ดัชนี S&P500 ปรับตัวขึ้น 1.72% และดัชนี Nasdaq ปรับตัวขึ้น 1.62%


  • เศรษฐกิจจีนในไตรมาส 2 ของปีนี้ยังคงแข็งแกร่ง แม้ชะลอลงจากไตรมาสแรก ท่ามกลางความตึงเครียดทางการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ ที่เริ่มคลี่คลายลง โดยนักเศรษฐศาสตร์จีนชี้ว่า แม้อัตราการเติบโตอาจลดลง แต่เศรษฐกิจยังคงฟื้นตัว


  • นิกเกอิ (Nikkei) ระบุว่า เศรษฐกิจจีนน่าจะขยายตัวเฉลี่ย 5% ในช่วงเดือนเม.ย.–มิ.ย. ลดลงจาก 5.4% ที่ทำไว้ในไตรมาสแรก ขณะที่หากคำนวณในรูปแบบรายไตรมาสที่มีการปรับตามฤดูกาลซึ่งสะท้อนแรงส่งของเศรษฐกิจโดยตรงนั้น อัตราการขยายตัวจะอยู่ที่เพียง 0.8% เมื่อเทียบกับ 1.2% ในไตรมาสแรก


  • ยูบีเอส แอสเซท แมเนจเมนท์ เผยผลสำรวจผู้จัดการเงินทุนสำรอง 2 ใน 3 ราย กังวลความเป็นอิสระของเฟด ขณะที่เกือบครึ่งมองว่าหลักนิติธรรมในสหรัฐฯ อาจเสื่อมถอยลง นอกจากนี้ 35% ของธนาคารกลางเกือบ 40 แห่ง เชื่อว่าสหรัฐฯ อาจขอให้พันธมิตรแปลงหนี้ระยะยาวเป็นพันธบัตรชนิดไม่มีดอกเบี้ยที่มีอายุยาวเป็นพิเศษ


  • องค์การสหประชาชาติ (UN) จัดการประชุมว่าด้วยการจัดหาเงินทุนเพื่อการพัฒนาครั้งที่ 4 (FFD4) ซึ่งพันธมิตรจากทั่วโลกได้ประกาศแผนปฏิบัติการใหม่เพื่อขยายการลงทุนของภาคเอกชนในประเทศกำลังพัฒนาผ่านการเงินแบบผสมผสาน


  • ข้อมูลจากแชลเลนเจอร์ เกรย์ แอนด์ คริสต์มาส (Challenger, Gray & Christmas) บริษัทที่ปรึกษาด้านแรงงานของสหรัฐฯ ระบุว่า ยอดการปลดพนักงานในไตรมาส 2 ปีนี้แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ไตรมาสเดียวกันในปี 2563


ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน


  • สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันพฤหัสบดี เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่ามาตรการภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ จะส่งผลให้ความต้องการใช้น้ำมันชะลอตัวลง ขณะที่นักลงทุนจับตาการประชุมของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และชาติพันธมิตร หรือโอเปกพลัส ในวันอาทิตย์นี้ ท่ามกลางความวิตกกังวลว่าที่ประชุมจะมีมติเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันในเดือนส.ค.


  • สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนส.ค. ลดลง 45 เซนต์ หรือ 0.67% ปิดที่ 67.00 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนก.ย. ลดลง 31 เซนต์ หรือ 0.45% ปิดที่ 68.80 ดอลลาร์/บาร์เรล


  • ราคาน้ำมันยังได้รับปัจจัยลบจากรายงานของไฉซิน/เอสแอนด์พี โกลบอล (Caixin/S&P Global) ซึ่งระบุว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการเดือนมิ.ย.ของจีนขยายตัวในอัตราที่ช้าที่สุดในรอบ 9 เดือน เนื่องจากอุปสงค์อ่อนแอลง


ข่าวเกี่ยวกับการเมือง


  • ทรัมป์ขู่ขึ้นภาษี เตรียมส่งจดหมายถึงคู่ค้าทั่วโลกวันนี้โดยทรัมป์ประกาศว่า เขาจะเริ่มส่งหนังสือแจ้งเก็บภาษีนำเข้าจากประเทศคู่ค้าบางส่วน วันละ 10 ฉบับโดยเร็วที่สุดเริ่มในวันศุกร์นี้  เพื่อแจ้งว่าแต่ละประเทศจะต้องจ่ายภาษีเท่าไหร่ ในการทำธุรกิจกับสหรัฐฯ โดยย้ำว่านี่คือมาตรการตอบโต้หากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงการค้าได้ทันกำหนดเส้นตายวันที่ 9 กรกฎาคมนี้


  • สำหรับความคืบหน้าเกี่ยวกับร่างกฎหมาย “One Big Beautiful Bill” หรือร่างกฎหมายปรับลดภาษีและเพิ่มการใช้จ่ายขนานใหญ่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์นั้น ล่าสุดสภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติผ่านร่างกฎหมายดังกล่าวแล้ว


  • สำนักงบประมาณแห่งสภาคองเกรสสหรัฐฯ (CBO) เตือนว่า ร่างกฎหมายดังกล่าวจะทำให้หนี้สาธารณะของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นอีก 3.4 ล้านล้านดอลลาร์ จากปัจจุบันซึ่งอยู่ที่ 36.2 ล้านล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ยังจะทำให้ชาวอเมริกันหลายล้านคนไม่มีประกันสุขภาพ


  • การผ่อนผันการเรียกเก็บภาษีศุลกากรเป็นเวลา 90 วันของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะสิ้นสุดลงในวันที่ 9 ก.ค.นี้ ขณะที่ประเทศคู่ค้าสำคัญหลายราย เช่น สหภาพยุโรปและญี่ปุ่นยังม่สามารถบรรลุข้อตกลงการค้ากับสหรัฐฯ ได้


  • ประธานาธิบดีอี แจ-มยอง ของเกาหลีใต้เปิดเผยว่า ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าจะสามารถบรรลุข้อตกลงการค้ากับสหรัฐฯ ได้ทันก่อนวันที่ 8 ก.ค. หรือไม่ 


  • สื่อต่างประเทศหลายสำนักรายงานว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ยกเลิกข้อจำกัดการส่งออกซอฟต์แวร์ออกแบบชิปไปยังประเทศจีนแล้ว ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการคลี่คลายความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสองประเทศ หลังจากที่สองชาติมหาอำนาจสามารถบรรลุกรอบข้อตกลงการค้าร่วมกันในการเจรจาที่กรุงลอนดอนเมื่อเดือนที่ผ่านมา

ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท


  • นักบริหารการเงิน เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ  32.43 บาทต่อดอลลาร์อ่อนค่าลงเล็กน้อยมองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 32.35- 32.55 บาทต่อดอลลาร์


  • ธนาคารโลก คาดการณ์อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจ (GDP) ของไทยในปี 68 ชะลอลงมาอยู่ที่ 1.8% ส่วนปี 69 คาดว่าจะโตในอัตรา 1.7% ซึ่งสะท้อนผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายการค้าโลก ทำให้ภาคการส่งออกอ่อนแอ การบริโภคชะลอตัว ขณะที่ภาคท่องเที่ยวฟื้นตัวในระดับปานกลาง อย่างไรก็ตาม เวิลด์แบงก์มองว่าหากความเชื่อมั่นด้านการลงทุนปรับตัวดีขึ้นอาจจะช่วยกระตุ้น GDP ปี 68 โตเพิ่มเป็น 2.2% และปี 69 คาดว่าจะเติบโตได้ราว 1.8%





ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest

Tags : ข่าวทองข่าวทอง ทอง ราคาทอง

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com