• สรุปข่าวราคาทองคำ ประจำวันที่ 3 กรกฎาคม 2568

    3 กรกฎาคม 2568 | Gold News


สรุปตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ


  • ADP Non-Farm Employment Change ออกมาที่ -33K ต่ำกว่าคาดการณ์ที่ 99K และครั้งก่อนที่ 29K
  • โดยตัวเลข การจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐฯ ออกมาติดลบครั้งแรกในรอบกว่า 2 ปีหรือนับตั้งแต่เดือนมี.ค. 2566 ข้อมูลดังกล่าวทำให้นักลงทุนคาดการณ์ว่า เฟดอาจจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างเร็วที่สุดในเดือนก.ย.


ข่าวเกี่ยวกับทองคำ


  • สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันพุธ หลังมีรายงานว่าตัวเลขจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐฯ ปรับตัวลงเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 2 ปี ซึ่งทำให้นักลงทุนมีความหวังว่าการชะลอตัวของการจ้างงานอาจเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ในวันนี้ เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางนโยบายการเงินของเฟด


  • ราคาทองคำตลาดโลก ปรับตัวขึ้น 5.99 เหรียญ หรือ 0.18% อยู่ที่ระดับ 3,346.11 เหรียญ
  • สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือนส.ค. เพิ่มขึ้น 9.90 ดอลลาร์ หรือ 0.30% ปิดที่ 3,359.70 ดอลลาร์/ออนซ์
  • กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าขายออก 0.57 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 947.66 ตันภาพรวมเดือนกรกฎาคม ขายสุทธิ 4.87 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ซื้อสุทธิ 75.14 ตัน


  • World gold council เผย ธนาคารกลางทั่วโลกซื้อทองคำสุทธิ 20 ตันในเดือนพฤษภาคม 2025 ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 12 เดือนเล็กน้อยที่ 27 ตัน ความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในตะวันออกกลางคาดว่าจะยิ่งเพิ่มความน่าสนใจของทองคำในฐานะสินทรัพย์สำรองเชิงกลยุทธ์เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากสถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์


  • ผลสำรวจล่าสุดจาก “Central Bank Gold Reserves Survey 2025" เผยว่า ธนาคารกลางทั่วโลกยังคงให้ความสำคัญกับทองคำอย่างมาก โดย 95% ของธนาคารกลางที่ร่วมสำรวจ เชื่อว่าปริมาณทองคำสำรองของประเทศต่างๆ จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งสูงกว่าปีที่แล้วมาก (จากเดิม 81%) 


ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง


  • ดัชนีดอลลาร์ ปรับตัวขึ้น 0.06 จุด หรือ 0.06% มาอยู่ที่ระดับ 96.7 จุด
  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้น 0.02 % มาอยู่ที่ระดับ 4.263% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวลดลง -0.01 % มาอยู่ที่ระดับ 3.762% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ0.5%


ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจ


  • ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเล็กน้อยในวันพุธ หลังมีรายงานว่าตัวเลขจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐฯ ปรับตัวลงเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 2 ปี ซึ่งทำให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจ อย่างไรก็ดี ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยได้ปัจจัยหนุนจากแรงซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี และข่าวการบรรลุข้อตกลงการค้าระหว่างเวียดนามและสหรัฐฯ


  • ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 44,484.42 จุด ลดลง 10.52 จุด หรือ -0.02%
  • ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,227.42 จุด เพิ่มขึ้น 29.41 จุด หรือ +0.47% และ
  • ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 20,393.13 จุด เพิ่มขึ้น 190.24 จุด หรือ +0.94%


  • ในช่วงแรก ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปรับตัวลงเช่นเดียวกับดาวโจนส์ เนื่องจากการลดลงอย่างเหนือความคาดหมายของตัวเลขจ้างงานในภาคเอกชนทำให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ แต่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ดีดตัวขึ้นในเวลาต่อมา และปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขานรับข่าวการทำข้อตกลงการค้าระหว่างเวียดนามและสหรัฐฯ


  • นิตยสารฉิวชื่อ” (Qiushi) ซึ่งเป็นสื่อสิ่งพิมพ์กระบอกเสียงของจีน เรียกร้องให้ทางการเข้าควบคุมการแข่งขันทางธุรกิจที่นำไปสู่สงครามราคา” (Price Wars) อย่างจริงจัง เนื่องจากสภาวะดังกล่าวได้กัดกร่อนผลกำไรในภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ 


  • ธนาคารรายใหญ่ของสหรัฐฯ ซึ่งรวมถึงเจพีมอร์แกน เชส (JPMorgan Chase) ประกาศแผนเพิ่มการจ่ายเงินปันผลในไตรมาสที่ 3/2568 หลังจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) เปิดเผยผลการทดสอบภาวะวิกฤต (Stress Test) ประจำปีของภาคธนาคาร โดยระบุว่า ธนาคารรายใหญ่ของสหรัฐฯ ทั้ง 22 แห่งสามารถผ่านการทดสอบดังกล่าว ซึ่งจะเปิดทางให้ธนาคารสามารถจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้น และดำเนินการซื้อหุ้นคืน


ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน


  • สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันพุธ โดยได้แรงหนุนจากข่าวอิหร่านประกาศระงับความร่วมมือกับทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) รวมทั้งการบรรลุข้อตกลงการค้าระหว่างเวียดนามและสหรัฐฯ อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันลดช่วงบวกหลังสหรัฐฯ เปิดเผยสต็อกน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นสวนทางกับการคาดการณ์


  • สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนส.ค. เพิ่มขึ้น 2 ดอลลาร์ หรือ 3.06% ปิดที่ 67.45 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนก.ย. เพิ่มขึ้น 2 ดอลลาร์ หรือ 2.98% ปิดที่ 69.11 ดอลลาร์/บาร์เรล


  • ราคาน้ำมันยังปรับตัวขึ้นหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่า สหรัฐฯ ได้บรรลุข้อตกลงการค้ากับเวียดนามแล้ว โดยสหรัฐฯ จะเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากเวียดนามในอัตรา 20% ซึ่งน้อยกว่าที่สหรัฐฯ เคยขู่ไว้ก่อนหน้านี้ว่าจะเรียกเก็บภาษีศุลกากรจากเวียดนามสูงถึง 46%


  • อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันลดช่วงบวก หลังจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐฯ (EIA) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น 3.8 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลง 3.5 ล้านบาร์เรล


  • ส่วนสต็อกน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้น 4.2 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 660,000 บาร์เรล และสต็อกน้ำมันกลั่นซึ่งรวมถึงฮีตติ้งออยล์และน้ำมันดีเซล ลดลง 1.7 ล้านบาร์เรล ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าลดลง 1.6 ล้านบาร์เรล


  • นักลงทุนจับตาการประชุมนโยบายการผลิตของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และชาติพันธมิตร หรือโอเปกพลัส ในวันที่ 6 ก.ค.นี้ โดยคาดว่าโอเปกพลัสจะเพิ่มกำลังการผลิตในเดือนส.ค.จำนวน 411,000 บาร์เรล/วัน หลังจากที่มีมติเพิ่มกำลังการผลิตในปริมาณดังกล่าวในเดือนพ.ค., มิ.ย. และก.ค.


ข่าวเกี่ยวกับการเมือง


  • ร่างกฎหมายภาษีและการใช้จ่ายมูลค่า 3.4 ล้านล้านดอลลาร์ของประธานาธิบดีทรัมป์กำลังเผชิญกับอุปสรรคสำคัญในสภาผู้แทนราษฎร แม้จะผ่านวุฒิสภามาได้ แต่กลับต้องเจอแรงต้านจากภายในพรรครีพับลิกันเองในสภาฯ โดยประธานาธิบดีทรัมป์พยายาม ที่จะผลักดันให้กฎหมายนี้ผ่านความเห็นชอบภายในวันที่ 4 กรกฎาคม ซึ่งเป็นวันชาติสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าหนทางจะไม่ง่ายนัก เมื่อ ส.ส. แฮร์ริสให้ความเห็นว่า "เราอาจต้องใช้เวลาอีกหนึ่งสัปดาห์เพื่อทำให้ร่างนี้ถูกต้อง"


  • ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่า สหรัฐฯ ได้บรรลุข้อตกลงการค้ากับเวียดนามแล้ว โดยสหรัฐฯ จะเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากเวียดนามในอัตรา 20% ซึ่งน้อยกว่าที่สหรัฐฯ เคยขู่ไว้ก่อนหน้านี้ว่าจะเรียกเก็บภาษีศุลกากรจากเวียดนามสูงถึง 46%


  • ขณะเดียวกัน คณะบริหารของปธน.ทรัมป์ส่งสัญญาณว่าการทำข้อตกลงการค้ากับอินเดียกำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้านี้ อย่างไรก็ดี ประเทศอื่น ๆ อาจจะยังไม่พร้อมทำข้อตกลงกับสหรัฐฯ ภายในวันที่ 9 ก.ค.


  • ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ได้จุดประเด็นแนวคิดที่จะปรับเพิ่มภาษีนำเข้าสินค้าจากญี่ปุ่นขึ้นไปอีก โดยมองไปถึงตัวเลขที่สูงถึง 30% หรือ 35% ถือเป็นการเล่นงานพันธมิตรรายสำคัญของสหรัฐฯ ท่ามกลางการเจรจาการค้าสองฝ่ายที่ยังคงไร้ความคืบหน้า 


  • รัฐบาลญี่ปุ่นได้ปฏิเสธที่จะแสดงความเห็นต่อคำขู่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ที่จะเก็บภาษีสินค้าญี่ปุ่นให้สูงขึ้นไปอีก โดยย้ำว่าญี่ปุ่นจะยังคงเดินหน้าเจรจาต่อไปด้วยความจริงใจเพื่อให้บรรลุข้อตกลงที่จะเป็นประโยชน์ต่อทั้งญี่ปุ่นและสหรัฐฯ


  • อิหร่านประกาศระงับความร่วมมือกับ IAEA ซึ่งเป็นหน่วยงานตรวจสอบด้านนิวเคลียร์ขององค์การสหประชาชาติ (UN) โดยอิหร่านได้ออกกฎหมายซึ่งระบุว่า การตรวจสอบโรงงานนิวเคลียร์ในอนาคตโดย IAEA นั้น จะต้องได้รับการอนุมัติจากสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่านก่อน นอกจากนี้ อิหร่านได้กล่าวหาว่า IAEA เข้าข้างประเทศตะวันตกและให้ความชอบธรรมแก่อิสราเอลในการใช้ปฏิบัติการอากาศโจมตีอิหร่าน


  • ทำเนียบขาวและเพนตากอนยืนยันว่า รัฐบาลสหรัฐอเมริกาได้ระงับการให้ความช่วยเหลือทางทหารแก่ยูเครนบางส่วน หลังจากที่ได้มีการตรวจสอบคลังอาวุธของสหรัฐฯ เอง โดยโฆกทำเนียบขาว แถลงว่าการตัดสินใจครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายผลประโยชน์ของอเมริกาต้องมาก่อน หลังจากที่ได้มีการทบทวนเรื่องการสนับสุนและการให้ความช่วยเหลือทางทหารแก่ประเทศอื่น ๆ ทั่วโลก


ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท


  • ค่าเงินบาทวันนี้ เปิดตลาดแข็งค่าที่ 32.36 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าจากราคาปิดตลาดเมื่อวานที่ระดับ 32.44 บาทต่อดอลลาร์ โดยกรอบแนวรับที่ 32.20 บาท แนต้าน 32.50 บาท


  • บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา มีการลดอันดับความน่าเชื่อถือ (Negative Rating Actions) ของบริษัทที่ฟิทช์จัดเครดิตมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและวัสดุก่อสร้าง จากแนวโน้มรายได้ที่ต่ำกว่าคาด ต้นทุนที่สูง และซัพพลายที่ออกมาเกินความต้องการ





ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest

Tags : ข่าวทองข่าวทอง ทอง ราคาทอง

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com