• สรุปข่าวราคาทองคำ ประจำวันที่ 2 กรกฎาคม 2568

    2 กรกฎาคม 2568 | Gold News


สรุปตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ


  • ISM Manufacturing PMI ออกมาที่ 49.0 สูงกว่าคาดการณ์ที่ 48.8 และครั้งก่อนที่ 48.5  
  • JOLTS Job Openings ออกมาที่ 7.77M สูงกว่าคาดการณ์ที่ 7.32M และครั้งก่อนที่ 7.40M
  • ISM Manufacturing Prices ออกมาที่ 69.7 สูงกว่าคาดการณ์ที่ 69.6 และครั้งก่อนที่ 69.4


  • โดยตัวเลขภาพรวมเศรษฐกิจสหรัฐฯ ออกมาปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงตัวเลขการเปิดรับสมัครงานเพิ่มขึ้น สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการแรงงานที่แข็งแกร่งในตลาดสหรัฐฯ ขณะเดียวกัน ตัวเลขภาคการผลิตของสหรัฐฯ ออกมาเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน แต่ยังคง ต่ำกว่าระดับ 50 บ่งชี้ว่าภาคการผลิตของสหรัฐฯ ยังคงอยู่ในภาวะหดตัว


ข่าวเกี่ยวกับทองคำ


  • สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 1% ในวันอังคาร เนื่องจากนักลงทุนเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย หลังจากวุฒิสภาสหรัฐฯ ผ่านร่างกฎหมายภาษีและการใช้จ่ายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งร่างกฎหมายดังกล่าวมีแนวโน้มที่จะทำให้รัฐบาลสหรัฐฯ เผชิญกับการขาดดุลงบประมาณ ขณะที่นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)


  • ราคาทองคำตลาดโลก ปรับตัวขึ้น 30.52 เหรียญ หรือ 0.92% อยู่ที่ระดับ 3,333.82 เหรียญ
  • สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือนส.ค. เพิ่มขึ้น 42.10 ดอลลาร์ หรือ 1.27% ปิดที่ 3,349.80 ดอลลาร์/ออนซ์
  • กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าขายออก 4.3 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 948.23 ตันภาพรวมเดือนกรกฎาคม ขายสุทธิ 4.3 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ซื้อสุทธิ 75.71 ตัน


  • ธนาคารเอชเอสบีซี (HSBC) โฮลดิ้งส์ ซึ่งเป็นธนาคารใหญ่สุดในทวีปยุโรป เปิดเผยว่า ได้ปรับเพิ่มราคาเฉลี่ยทองคำตลาดโลกปี 2025 จากเดิม 3,015 เป็น 3,215 ดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นอีก 200 ดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ ธนาคารดังกล่าวยังได้คาดการณ์ว่า ราคาทองคำตลาดโลกในปี 2025 จากนี้ไป จะมีช่วงแกว่งของราคาระหว่าง 3,100 ถึง 3,600 ดอลลาร์สหรัฐ โดยให้เหตุผลหลักมาจากความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นและภาระหนี้ของรัฐบาลที่สูงขึ้น


ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง


  • ดัชนีดอลลาร์ ปรับตัวลดลง -0.13 จุด หรือ -0.13% มาอยู่ที่ระดับ 96.65 จุด
  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้น 0.01 % มาอยู่ที่ระดับ 4.246% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวขึ้น 0.05 % มาอยู่ที่ระดับ 3.772% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี มากกว่า 2 ปี เท่ากับ0.47%


  • เจอโรม พาวเวล ประธานเฟดกล่าวในงานเสวนาที่ (ECB) โดยย้ำว่าเฟดยังคงใช้แนวทางการรอดูและประเมินผลกระทบของมาตรการภาษีศุลกากรที่จะมีต่อเงินเฟ้อ ก่อนที่เฟดจะตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ย ซึ่งเป็นอีกครั้งหนึ่งที่พาวเวลปฏิเสธข้อเรียกร้องของปธน.ทรัมป์ที่ต้องการให้เฟดเร่งปรับลดอัตราดอกเบี้ย


ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้น และเศรษฐกิจ


  • ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันอังคาร แต่ดัชนี Nasdaq และ S&P500 ปิดในแดนลบ เนื่องจากแรงขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่มีมาร์เก็ตแคปสูง ขณะที่นักลงทุนประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดจากร่างกฎหมายภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ รวมทั้งจับตาตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)


  • ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 44,494.94 จุด เพิ่มขึ้น 400.17 จุด หรือ +0.91%
  • ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,198.01 จุด ลดลง 6.94 จุด หรือ -0.11% 
  • ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 20,202.89 จุด ลดลง 166.84 จุด หรือ -0.82%


  • ดัชนีดาวโจนส์ได้รับแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มที่มีความอ่อนไหวต่อเศรษฐกิจ เช่นหุ้นกลุ่มวัสดุและหุ้นที่มีมาร์เก็ตแคปต่ำ รวมทั้งยังได้ปัจจัยบวกจากการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มขนส่ง โดยดัชนี Dow Transportation Index ซึ่งเป็นดัชนีชี้วัดภาวะเศรษฐกิจ พุ่งขึ้น 2.9% ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นในวันเดียวที่แข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 12 พ.ค.


  • ดัชนี Nasdaq และ S&P500 ต่างก็ปิดในแดนลบ เนื่องจากแรงขายหุ้นบริษัทเทคโนโลยีที่มีมาร์เก็ตแคปสูงและหุ้นที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี โดยหุ้นกลุ่มดังกล่าวพุ่งขึ้นอย่างมากในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา และส่งผลให้ตลาดเผชิญกับความผันผวนอย่างรุนแรง


  • อัตราเงินเฟ้อในกลุ่มประเทศยูโรโซนในเดือนมิ.ย. ได้ขยับขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 2.0% ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ตั้งไว้ ตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 1.9% ในเดือนก่อนหน้า โดยมีปัจจัยจากราคาพลังงานและสินค้าอุตสาหกรรมที่ลดลง แต่ถูกชดเชยด้วยราคาในภาคบริการที่ปรับตัวสูงขึ้น


ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน


  • สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันอังคาร หลังมีข้อมูลบ่งชี้ว่าภาคการผลิตของจีนกลับมาขยายตัวอีกครั้ง ซึ่งทำให้นักลงทุนมีมุมมองบวกเกี่ยวกับแนวโน้มอุปสงค์น้ำมัน อย่างไรก็ดี นักลงทุนระมัดระวังการซื้อขายก่อนที่จะรู้ผลการประชุมของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และชาติพันธมิตร หรือโอเปกพลัส ในวันที่ 6 ก.ค.นี้


  • สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนส.ค. เพิ่มขึ้น 34 เซนต์ หรือ 0.52% ปิดที่ 65.45 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนก.ย. เพิ่มขึ้น 37 เซนต์ หรือ 0.55% ปิดที่ 67.11 ดอลลาร์/บาร์เรล


  • นักวิเคราะห์จากบริษัท Liquidity Energy กล่าวว่า ราคาน้ำมันได้รับแรงหนุนจากรายงานของไฉซิน/เอสแอนด์พี โกลบอล (Caixin/S&P Global) ซึ่งระบุว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของจีนปรับตัวขึ้นแตะระดับ 50.4 ในเดือนมิ.ย. จากระดับ 48.3 ในเดือนพ.ค. ข้อมูลดังกล่าวบ่งชี้ว่าภาคการผลิตของจีนกลับมาขยายตัวอีกครั้ง โดยได้แรงหนุนจากการเพิ่มขึ้นของยอดสั่งซื้อใหม่


  • นอกจากนี้ ตลาดยังได้ปัจจัยบวกจากการคาดการณ์ที่ว่า ซาอุดีอาระเบียจะปรับขึ้นราคาน้ำมันดิบในเดือนส.ค.สู่ระดับสูงสุดในรอบ 4 เดือนสำหรับผู้ซื้อในเอเชีย


  • สถาบันปิโตรเลียมอเมริกา (API) รายงานว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 680,000 บาร์เรลในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 27 มิ.ย. ขณะที่นักลงทุนรอดูตัวเลขสต็อกน้ำมันดิบอย่างเป็นทางการจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐฯ (EIA) ในวันนี้


ข่าวเกี่ยวกับการเมือง


  • นักวิเคราะห์จากบริษัท Marex กล่าวว่า ร่างกฎหมายของปธน.ทรัมป์มีแนวโน้มที่จะทำให้รัฐบาลสหรัฐฯ ขาดดุลงบประมาณ 3 ล้านล้านดอลลาร์ในอีก 10 ปีข้างหน้า อีกทั้งจะทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อและเพิ่มภาระหนี้ให้กับรัฐบาล ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยหนุนให้นักลงทุนเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย


  • ด้านสำนักงบประมาณแห่งสภาคองเกรสสหรัฐฯ (CBO) ออกรายงานเตือนว่า ร่างกฎหมายดังกล่าวจะทำให้หนี้สาธารณะของรัฐบาลสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นอีก 3.3 ล้านล้านดอลลาร์ จากปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 36.2 ล้านล้านดอลลาร์


  • รัฐมนตรีต่างประเทศกลุ่ม G7 เรียกร้องอิหร่านให้ความร่วมมือกับทบวงการปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) อย่างเต็มรูปแบบโดยด่วน และขอให้อิหร่านส่งมอบข้อมูลเกี่ยวกับนิวเคลียร์ทั้งหมด 


  • สงครามการค้าสหรัฐฯ-ญี่ปุ่นปะทุอีกระลอก หลัง ทรัมป์ ขู่เรียกเก็บภาษีนำเข้าญี่ปุ่นรอบใหม่ เหตุไม่ยอมรับข้าวจากอเมริกา ด้านทำเนียบขาวเร่งเดินหน้าปิดดีลการค้ากับหลายประเทศ ก่อนเส้นตายภาษีใหม่มีผล 9 ก.ค.


  • ทำเนียบขาวเปิดเผยว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงเพื่อดำเนินนโยบายที่เข้มงวดของสหรัฐฯ ต่อคิวบา และยกเลิกมาตรการที่อดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดนกำหนดไว้นอกจากนี้ ทรัมป์ยังต่ออายุการห้ามทำธุรกรรมทางการเงินโดยตรงหรือโดยอ้อมกับองค์กรที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกองทัพคิวบา


  • คณะกรรมาธิการยุโรป (EC) ซึ่งเป็นองค์กรฝ่ายบริหารของสหภาพยุโรป (EU) เปิดเผยว่า สหภาพยุโรปบรรลุข้อตกลงเบื้องต้นในการแก้ไขข้อตกลงการค้าเสรีกับยูเครน รวมถึงการส่งออกสินค้าเกษตรจากยูเครนไปยัง EU


  • ทรัมป์ระบุผ่านโพสต์บนทรูธ โซเชียล ว่า "อิสราเอลได้ตอบรับเงื่อนไขที่จำเป็นในการบรรลุข้อตกลงหยุดยิง 60 วันแล้ว ในระหว่างนี้เราจะทำงานร่วมกับทุกฝ่ายเพื่อยุติสงคราม" พร้อมเรียกร้องให้กลุ่มฮามาสตอบรับข้อตกลงดังกล่าว


ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท


  • ค่าเงินบาทวันนี้ เปิดตลาดทรงตัวที่ 32.45 บาทต่อดอลลาร์ แทบไม่เปลี่ยนแปลงจากราคาปิดตลาด เมื่อวานนี้ที่ระดับ 32.42 บาทต่อดอลลาร์ โดยกรอบแนวรับที่ 32.30 บาท แนวต้าน 32.60 บาท


  • ตลาดหุ้นไทยเมื่อวานนี้ปรับตัวกว่า 16 จุดหลังจากศาลรัฐธรรมนูญมีมติมีมติเสียงข้างมาก 7 ต่อ 2 สั่งให้ น.ส.แพทองธาร หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีจนกว่าจะมีคำวินิจฉัยปมคลิปเสียงฮุนเซนโดยมีแรงซื้อหุ้นใหญ่กลับเข้ามาหนุนดัชนี





ที่มาจาก : yahoo finance, Reuters, kitco news, investing, Infoquest

Tags : ข่าวทองข่าวทอง ทอง ราคาทอง

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com