• สรุปข่าวราคาทองคำ ประจำวันที่ 23 สิงหาคม 2566

    23 สิงหาคม 2566 | Gold News


ข่าวเกี่ยวกับทองคำ


  • สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันอังคาร โดยได้แรงหนุนจากการชะลอตัวของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ ขณะที่นักลงทุนจับตาการกล่าวสุนทรพจน์ของนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในการประชุมประจำปีของเฟดที่เมืองแจ็กสัน โฮล ในวันศุกร์นี้ เพื่อประเมินแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของเฟด 
  • ราคาทองคำตลาดโลก ปรับตัวขึ้น 2.78 เหรียญ หรือ 0.15% อยู่ที่ระดับ 1,897.68 เหรียญ
  • สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 3.00 เหรียญ หรือ 0.16% ปิดที่ 1,926.00 เหรียญ
  • สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนก.ย. เพิ่มขึ้น 11.00 เซนต์ หรือ 0.47% ปิดที่ 23.45 เหรียญ
  • สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนต.ค. เพิ่มขึ้น 12.00 เหรียญ หรือ 1.31% ปิดที่ 925.50 เหรียญ
  • กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าขายออก 4.33 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 884.9 ตันภาพรวมเดือนสิงหาคม ขายสุทธิ 28.03 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ขายสุทธิ 32.74 ตัน


  • ตลาดทองคำได้รับปัจจัยหนุนจากการที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีชะลอตัวลงสู่ระดับ 4.338% เมื่อคืนนี้ หลังจากที่พุ่งขึ้นแตะระดับ 4.34% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 16 ปีหรือนับตั้งแต่ปี 2550 เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา


ข่าวเกี่ยวกับค่าเงิน และธนาคารกลาง 


  • ดัชนีดอลลาร์ ปรับตัวขึ้น 0.25 จุด หรือ 0.24% มาอยู่ที่ระดับ 103.58 จุด
  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี  ปรับตัวลดลง -0.02 % มาอยู่ที่ระดับ 4.326% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ปรับตัวขึ้น 0.04 % มาอยู่ที่ระดับ 5.048% โดยที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี น้อยกว่า 2 ปี เท่ากับ-0.72%


  • นายโธมัส บาร์กิน ประธานเฟดสาขาริชมอนด์กล่าวว่า เฟดจะต้องเปิดกว้างต่อความเป็นไปได้ที่ว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะขยายตัวรวดเร็วขึ้น มากกว่าที่จะชะลอตัวลง ซึ่งบ่งชี้ว่าเฟดจำเป็นต้องต่อสู้กับเงินเฟ้อต่อไป โดยยอดค้าปลีกแข็งแกร่งกว่าคาดในเดือนก.ค. ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคดีดตัวขึ้น ซึ่งแสดงถึงการเร่งตัวขึ้นที่แตกต่างจากช่วง 3-4 เดือนก่อนหน้านี้ ถ้าผมเห็นว่าเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง และไม่มีสัญญาณว่าจะชะลอตัวลง สิ่งนี้จะสนับสนุนการคุมเข้มนโยบายการเงินต่อไปด้วยการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย


  • สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสัญญา 10 ปีของญี่ปุ่น ปรับตัวขึ้นแตะ 0.66% ซึ่งสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2557 ทำให้มีการคาดการณ์เพิ่มมากขึ้นว่า ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) อาจดำเนินการเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลนอกกำหนดการ เพื่อชะลอการปรับขึ้นดังกล่าว

ข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้นและเศรษฐกิจ


  • ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบติดต่อกันเป็นวันที่ 2 ในวันอังคาร เนื่องจากนักลงทุนยังคงวิตกกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับสูงเป็นเวลานานกว่าที่คาดไว้ นอกจากนี้ ตลาดยังถูกกดดันจากการร่วงลงของหุ้นกลุ่มธนาคาร หลังจากเอสแอนด์พี โกลบอล เรทติ้งส์ (S&P) ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของธนาคารระดับภูมิภาคหลายแห่งในสหรัฐ


  • ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 34,288.83 จุด ลดลง 174.86 จุด หรือ -0.51%
  • ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,387.55 จุด ลดลง 12.22 จุด หรือ -0.28% 
  • ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 13,505.87 จุด เพิ่มขึ้น 8.28 จุด หรือ +0.06%

  • เอสแอนด์พี โกลบอล เรทติ้งส์ (S&P) ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของธนาคารหลายแห่งในสหรัฐ ซึ่งห่างกันเพียง 2 สัปดาห์หลังจากมูดี้ส์ อินเวสเตอร์ส เซอร์วิส ได้ประกาศลดอันดับความน่าเชื่อถือของธนาคาร 10 แห่งในสหรัฐ ทั้งนี้ S&P ได้ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของธนาคารคีย์คอร์ป, โคเมริกา อิงค์, วัลเลย์ เนชันแนล แบงคอร์ป, ยูเอ็มบี ไฟแนนเชียล คอร์ป และแอสโซซิเอทเต็ด แบงก์-คอร์ป ลง 1 ขั้น โดยระบุถึงผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวสูงขึ้น และการโยกย้ายเงินฝากที่เกิดขึ้นทั่วทั้งภาคธนาคาร 
 
  • นักลงทุนจีนเข้าซื้อกองทุนตราสารหนี้ท่ามกลางสัญญาณที่บ่งชี้่ว่า เศรษฐกิจจีนกำลังชะลอตัว ซึ่งทำให้ผู้จัดการกองทุนมากขึ้นจำกัดการซื้อเพื่อปกป้องนักลงทุนรายเดิม โดยแรงซื้อตราสารหนี้จำนวนมากทำให้ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลจีนอายุ 10 ปีลดลงสู่ 2.56% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดตั้งแต่เดือนพ.ค.2020 หลังจากที่ธนาคารกลางจีนลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายอย่างไม่คาดคิดเมื่อวันอังคารที่แล้วเพื่อหนุนการฟื้นตัว


  • ประธานร่วมของบริษัทมิสุโฮ ไฟแนนเชียล กรุ๊ปของญี่ปุ่นกล่าวว่า ทางบริษัทระงับการเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น (JGB) เพราะว่าการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องอาจจะส่งผลให้ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ยุตินโยบายอัตราดอกเบี้ยติดลบในช่วงต้นปี 2024

 

ข่าวเกี่ยวกับน้ำมัน


  • สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบติดต่อกันเป็นวันที่ 2 ในวันอังคาร (22 ส.ค.) เนื่องจากนักลงทุนยังคงกังวลว่าการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนจะส่งผลกระทบต่อความต้องการใช้น้ำมัน นอกจากนี้ ตลาดยังถูกกดดันจากรายงานข่าวที่ว่า อิรักและตุรกีกำลังหารือกันเกี่ยวกับการรื้อฟื้นข้อตกลงการส่งออกน้ำมัน


  • สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.ย. ลดลง 37 เซนต์ หรือ 0.5% ปิดที่ 80.35 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนต.ค. ลดลง 43 เซนต์ หรือ 0.5% ปิดที่ 84.03 ดอลลาร์/บาร์เรล


  • ประธานบริษัท Ritterbusch and Associates กล่าวว่า ความกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจและอุปสงค์น้ำมันที่ชะลอตัวลงในประเทศจีนได้บดบังปัจจัยบวกจากการที่ซาอุดีอาระเบียขยายเวลาการปรับลดกำลังการผลิตน้ำมัน และรัสเซียประกาศลดการส่งออกน้ำมัน


  • นักลงทุนจับตาการเปิดเผยสต็อกน้ำมันดิบของสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) ในวันนี้ ขณะที่นักวิเคราะในโพลสำรวจของ S&P Global Commodity Insights คาดการณ์ว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐจะลดลง 4.24 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว

ข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยและค่าเงินบาท


  • ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ที่ระดับ 35.02 บาทต่อดอลลาร์อ่อนค่าลงเล็กน้อยแทบไม่เปลี่ยนแปลงจากระดับปิดวันก่อนหน้าที่ 35.00 บาท โดยประเมินกรอบวันนี้ที่ 34.85-35.15 บาทต่อดอลลาร์


  • ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS ประเมินว่า จากการที่อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ไตรมาส 2/66 ของไทย ที่ขยายตัว 1.8% นั้น ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 3.1% ส่วนหนึ่งมาจากการลดลงของสินค้าคงคลัง โดยการเปลี่ยนแปลงของสินค้าคงคลังในไตรมาสนี้ลดลง 94.6 พันล้านบาท ทำให้ฉุดจีดีพีลงราว -1.7 ppt. (เพิ่มเติมจากการส่งออกสินค้าที่หดตัว 5.7% ซึ่งกระทบต่อจีดีพี -3.7 ppt.)

 



ที่มาจาก : Reuters, Infoquest, BangkokBizNews

Tags : ข่าวทอง, ข่าวทอง , ทอง , ราคาทอง

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด
40,42,44 ถนนทรัพย์สิน แขวงวังบูรพาภิรมย์เขตพระนคร กรุงเทพ 10200
โทรศัพท์ 0 2770 7777 โทรสาร 0 2623 9366 E-mail: support@mtsgoldgroup.com